สมาคมคนขับแท็กซี่ ชูบริการใหม่ เหมาจ่ายรายดือน ไม่กดมิเตอร์ ชี้ลดปัญหาปฏิเสธรับคน

จากกรณีที่ กรมการขนส่งทางบก เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม ให้พิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 8% แต่ให้เฉพาะรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเค ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1.3 หมื่นคัน จากจำนวนแท็กซี่ทั้งหมดที่มีประมาณ 8 หมื่นคันในกรุงเทพฯ

วันที่ 31 ต.ค. 61 นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ กล่าวว่า การขึ้นอัตราค่าโดยสารเฉพาะ Taxi OK ถือเป็นการให้ประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้ตกอยู่กับผู้โดยสาร และหากมองกลับกันจะทำให้แท็กซี่ที่อยู่ในโครงการ Taxi OK มีรายได้น้อยลง เพราะผู้โดยสารจะไปเลือกขึ้นแท็กซี่ที่ไม่ได้มีการขึ้นอัตราค่าบริการ

นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการใช้บริการรถแท็กซี่ที่ปัจจุบันถูกมองว่า การกำหนดอัตราค่าโดยสารไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้บริการนั้น ในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้า 20 เส้นทางสร้างแล้วเสร็จ รายได้ของแท็กซี่ก็จะยิ่งน้อยลงไป ดังนั้น ตนเอง ในฐานะที่เป็นประธานบริษัท My Taxi จำกัด อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย กำลังร่วมมือกับนักลงทุนรายใหญ่ภายในประเทศ เตรียมเปิดให้บริการรถแท็กซี่รูปแบบใหม่ ที่ไม่ต้องเพิ่งพาการปรับค่าโดยสารจากกรมการขนส่งทางบก

โดยเรียกว่า “ซื้อสิทธิ์-ขายสิทธิ์” คือผู้โดยสารจะจ่ายเงินซื้อสิทธิ์ในการใช้บริการกับบริษัท และบริษัทจะไปขายสิทธิ์ต่อให้กับคนขับแท็กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ และจะคิดอัตราค่าโดยสารแบบจ่ายล่วงหน้า กำหนดเป็นแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้นที่เดือนละ 6,500 บาท จนถึง 12,000 บาท ตามลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล แต่จะมีเงื่อนไขในการใช้บริการที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น คือ 1 วันจะใช้บริการได้ไม่เกิน 3 ครั้งในระยะทางรัศมี 50 กิโลเมตร พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ตนเคยได้มีการลงพื้นที่ไปสำรวจเรื่องของการใช้บริการผู้โดยสารรถแท็กซี่ ทั้งความถี่และระยะทาง โดยพบว่าผู้โดยสาร 1 คนจะมีค่าใช้จ่ายนั่งรถแท็กซี่ทุกวันมากกว่า 10,000 บาท ในระยะทางไม่เกิน 50 กิโลเมตร ต่อครั้ง ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการได้ผ่านทาง Application และนัดจุดให้ไปรับที่ใดก็ได้

ส่วนขับรถแท็กซี่ที่จะเข้าร่วมบริการนี้ จะต้องผ่านการอบรมหลักเกณฑ์และระเบียบในการปฏิบัติ ผู้ที่เข้าร่วมบริการจะมีรายได้ประจำวันละ 2,000 บาท ไม่ว่าจะมีผู้โดยสารขึ้นมากหรือน้อย และยังคงสามารถไปวิ่งให้บริการรับผู้โดยสารทั่วไป แบบกดมิเตอร์ได้อีกด้วย และในอนาคตถ้าผู้โดยสารเพิ่มขึ้นทุก ๆ 30 คน บริษัทจะเพิ่มรถแท็กซี่ 1 คัน เพื่อให้สามารถรองรับให้ได้เพียงพอ เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร และช่วยในเรื่องรายได้ให้กับคนขับขี่รถแท็กซี่

ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่

ด้านกรมการขนส่งทางบก เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่าผู้บริหารระดับสูงทราบรายละเอียดดังกล่าวแล้ว และเตรียมที่จะมีการประชุมหารือร่วมกันภายใน 1 – 2 วันนี้ ว่าในส่วนของแท็กซี่ลักษณะการเหมาจ่ายเงินล่วงหน้า จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ รวมถึงจะหารือกรณีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารมิเตอร์ของ Taxi OK

โดยก่อนหน้านี้ กรมการขนส่งทางบก เคยมีการให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า หากเป็นแท็กซี่มิเตอร์ในการให้บริการจะต้องกดมิเตอร์และคิดราคาตามมิเตอร์ที่ขึ้นเท่านั้น

keyboard_arrow_up