“สมจิตร จงจอหอ” รับไม่ได้เพลง “ประเทศกูมี” เหมือนประจานชาติ แนะทำเพลงให้รักกันดีกว่า (คลิป)

จากกรณี กลุ่ม Rap Against Dictatorship ได้ผลิตเพลง “ประเทศกูมี” เป็นเพลงแร็ปที่แต่งและร้องโดยมีแนวคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเสรีนิยม เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2561 โดยมิวสิควิดีโอเพลง ใช้ฉากหลังจำลองเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ที่กลุ่มผู้ประท้วงใช้เก้าอี้พับตีร่างของนักศึกษาที่ชุมนุมประท้วงการเดินทางกลับประเทศของจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หนีออกนอกประเทศในเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าเนื้อหาของเพลงดังกล่าวเข้าข่ายมีความผิด และเตรียมดำเนินการทางกฎหมายแล้วนั้น (อ่าน : เปิดใจแร็ปเปอร์ “ประเทศกูมี” โต้ไม่รักชาติ ชี้ระดมสมองเรียงเนื้อเพลง หวังสะท้อนสังคมให้แก้ไข)

นายสมจิตร จงจอหอ นักแสดง

วันที่ 28 ต.ค. 61 นายสมจิตร จงจอหอ นักแสดง โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมของตัวเอง ซึ่งเนื้อหาคล้ายกับเพลงประเทศกูมี แต่เป็นเวอร์ชั่นชื่นชมประเทศไทย นำสิ่งดี ๆ ในแต่ละภาคมาอยู่ในเนื้อเพลง โดยท่อนหนึ่ง เขียนว่า “ประเทศใดในโลกนี้มีผลไม้กินตลอดปี เพราะประเทศกูมี ประเทศกูมี” และ “แร๊ปมั่วๆเพราะผมรักประเทศไทย”

นายสมจิตร จงจอหอ โพสต์ถึงเพลงประเทศกูมี

นายสมจิตร เปิดเผยว่า ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงประเทศกูมี ก็เห็นด้วยทุกอย่าง ที่ในเพลงบอกเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ แต่ที่ตนรับไม่ได้ ก็คือคำว่า “ประเทศกูมี” เพราะเท่ากับว่าเป็นการเอาประเทศเราไปประจาน ตนมองว่าหากจะด่าหรือว่าใคร แต่งเพลงพูดถึงเฉพาะคน ๆ ไปเลยจะดีกว่า แต่คำว่าประเทศ มันหมายถึงทั้งหมด เพราะคนที่ดี ๆ ในประเทศก็ยังมีมากมาย สำหรับเพลงนี้ หลายคนคงชอบ ฟังแล้วสะใจดี แต่ตนคิดว่าหากแต่งเพลงเก่งขนาดนี้ น่าจะแต่งเพลงให้คนไทยมีความรัก ความสามัคคีกันมากกว่า

ส่วนเพลงที่ตนแต่งนั้น ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ตนคิดขึ้นมาได้ว่า สิ่งดี ๆ ในประเทศไทย ก็มีเยอะ น่าจะนำเสนอออกไปให้กับทุกคนรู้ เพราะตนอยากให้คนรักชาติ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก

ภาพจากวิดีโอเพลง ประเทศกูมี

โดยหลังจากที่ตนโพสต์ไป กระแสชื่นชมก็เยอะ ต่อว่าก็เยอะ หาว่าตนไม่มีความรู้เรื่องเพลง และตีโจทย์เพลงไม่แตก จริง ๆ ตนเข้าใจ และรู้สึกเหมือนกับทุกคน แต่ตนติดใจแค่ท่อนแรกของเพลง ที่บอกว่า “ประเทศนี้มันไม่ดี” ในส่วนที่มีกระแสว่าจะมีการฟ้องร้องคนที่แต่งเพลง ตนมองว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้ เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็นฟ้องร้องกันไปกันมา น่าจะมีการให้อภัยกัน อาจจะปรับความเข้าใจกัน ให้เข้าใจว่าเจตนารมณ์ที่เขาแต่งเพลงนี้เพราะอะไร ตนฟังตนยังไม่เห็นรู้สึกแอนตี้เขา และจะดีกว่าไหม หากให้เขาแก้ไขบางส่วน เพื่อจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน

keyboard_arrow_up