แฉยับ! นศ.จีนโวยแท็กซี่ไทยโกงโร่แจ้งจับโดนจนระอา ตร.ไม่ให้เผยหน้าโชเฟอร์สนองคำสั่งนาย (คลิป)

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nut Zhou โพสต์คลิปวิดีโอ ระบายความอัดอั้นกรณีรถแท็กซี่โกงเงินค่าโดยสารขณะขึ้นทางด่วน จ่ายธนบัตรใบละ 500 บาท ค่าทางด่วนเพียงแค่ 50 บาท แต่แท็กซี่กลับคืนเงินตนมา 50 บาท และพยายามพาไปในทางเปลี่ยว อ้างรถเร่งไม่ขึ้น มีท่าทางพิรุธ เมื่อโทรศัพท์หาตำรวจท่องเที่ยวกลับไม่ได้ความช่วยเหลือพร้อมระบุข้อความว่า ตนชื่อ หนาน โจว มาจากประเทศจีน โดนแท็กซี่เมืองไทย แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาหลายครั้ง และครั้งนี้รู้สึกกลัวมาก

ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nut Zhou

ล่าสุด 26 มิถุนายน 2560 ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวนำตัว นายสิทธิชัย นิยมมณีรัตน์ คนขับแท็กซี่ เข้ามาสอบปากคำ และเรียกนายหนาน โจว ผู้เสียหาย มาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแยกห้องพูดคุยและมีเจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบกมาร่วมรับฟัง

นายหนาน โจว ผู้เสียหาย

หนาน โจว เปิดเผยว่า ตนกำลังศึกษาระดับชั้นปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่เมืองไทยมานาน 2 ปี และใช้บริการแท็กซี่มาโดยตลอด ก็จะพบเจอแท็กซี่ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมบ่อยครั้ง  วันเกิดเหตุตนนั่งรถเเท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทส 7575 จากพระราม 2 เพื่อเดินทางไป ถ.สรรพาวุธ ย่านบางนา โดยขึ้นทางด่วน และจ่ายเงินให้แท็กซี่เป็นธนบัตรไป 500 บาท แท็กซี่ได้รับเงินก่อนใช้ธนบัตรใบละ 100 บาทออกมาจ่ายค่าทางด่วน 50 บาท และคืนเงินตนมาแค่ 50 บาท ตัวเองจึงพูดว่าทำไมถึงทำแบบนี้

นายหนาน โจว ผู้เสียหาย สาธิตการกระทำของแท็กซี่คันดังกล่าว

หนาน โจว เปิดเผยต่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ช่วงที่ลงจากทางด่วน แท็กซี่ เริ่มขับรถช้าลง ก่อนจะเปิดไฟฉุกเฉิน โดยอ้างว่า รถเร่งเครื่องไม่ได้ ทั้งยังมีการกดปุ่มด้านล่างพวงมาลัย และเปิดลิ้นชักเล็กในจุดใกล้เคียงกัน ตนรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัย จึงขอลงจากรถ แต่แท็กซี่ยังขับเข้าไปในซอย ที่ไม่ใช่ทางที่ตนจะไป ก่อนพูดว่าจะหาแท็กซี่คันใหม่ให้ ตนจึงโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจและต่อสายไปยังตำรวจท่องเที่ยว คู่กรณีจึงปล่อยให้ลง และจ่ายเงินคืนมา 200 บาท เพราะมิเตอร์ขึ้น 170 บาท ส่วนเหตุที่ทำให้ตนกลัว คือ แท็กซี่ดูท่าทางมีพิรุธ พยายามพูดตะคอกทั้งยังขับออกนอกเส้นทาง

สำหรับครั้งนี้ หลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจ เป็นอย่างดีแล้ว ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมขนส่งที่ช่วยกันแก้ไข ทั้งยังระบุว่า ไม่ได้ติดใจเรื่องเงิน แต่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองมากกว่า

พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว

ด้าน พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้เสียหายได้โทรเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจมีการสื่อสารที่เข้าใจผิดพลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยได้อธิบายจนเข้าใจกันแล้ว ทั้งยังฝากประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1155 ที่สามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยวได้โดยตรง

สำหรับ คนขับรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเก็บภาพ และพูดคุย เนื่องจากอยู่ในฐานะผู้ต้องหา โดยจากการที่เจ้าหน้าที่ได้สอบถาม คนขับแท็กซี่คนดังกล่าว ได้ระบุว่า ตนไม่ได้โกงเงิน ตั้งใจจะคืนเป็นเงินทอนเมื่อถึงปลายทาง ส่วนการกดปุ่มไฟฉุกเฉิน เพราะแก๊สกำลังจะหมด จึงต้องชะลอและกดปุ่มสลับเป็นใช้น้ำมัน ที่ด้านล่างพวงมาลัย ไม่ได้หยิบอุปกรณ์ใดๆ ส่วนที่พาเข้าไปในซอย เนื่องจากเป็นทางลงจากทางด่วน ซอยสุขุมวิท 62 มุ่งออกถนนสุขุมวิทตามปกติ ด้านผู้เสียหายอาจไม่คุ้นทางจึงเกิดการเข้าใจผิด

นายเล็ก ทันพิสิทธิ์ นักวิชาการชำนาญการ กรมการขนส่งทางบก

ขณะที่ นายเล็ก ทันพิสิทธิ์ นักวิชาการชำนาญการ กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เตรียมเปรียบเทียบปรับ คนขับแท็กซี่ ใน 3 ข้อหา คือ การขับรถไม่ตรงเส้นทาง , เก็บค่าโดยสารเกินราคา และ ใช้กิริยาวาจาไม่เหมาะสม รวมถึงดูประวัติเพื่อพิจารณา การพักใช้ใบอนุญาตการขับขี่รถแท็กซี่

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Nut Zhou

keyboard_arrow_up