หนุ่มมือยิง ฉุนลูกร้านข้าวต้มเสิร์ฟกระแทกโต๊ะ พูดจายียวน อ้างเสียหายเรียก 2 แสน – ตร.แจ้ง 3 ข้อหา

จากกรณี นางสาวสุนันท์ อ่อนศิริ หรือ เจ๊นันท์ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านข้าวต้ม ร้องเรียนว่า นายนันทวัฒน์ อ่อนศิริ หรือ เวย์ อายุ 19 ปี ลูกชาย ผู้เสียหาย ถูกกลุ่มนายพัศพงษ์ อู่ตะเภา หรือ เอกชิน ขี่บิ๊กไบก์มาสั่งข้าวต้ม แต่เกิดเหตุไม่พอใจ จึงชักปืนโชว์ก่อนยิงใส่ขาลูกชายเจ้าของร้านแต่ไม่โดน และนำเพื่อนร่วมก่อเหตุ โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 61 ผ่านไปแล้วกว่า 2 เดือน คดีกลับไม่คืบหน้า และผู้เสียหายค่อนข้างกังวลเรื่องความปลอดภัย (อ่าน : หนุ่มมือยิงลูกร้านข้าวต้มโต้อันธพาล ฉุนปีนเกลียวอ้างคุมคุกแดน 2 ยันขอโทษไม่ยอมจบ หวังเงิน)

ภาพจากวงจรปิดขณะเกิดเหตุ (ผู้ต้องหา ลูกศรสีแดง)
ภาพจากวงจรปิดขณะเกิดเหตุ (ผู้ต้องหา ลูกศรสีแดง)

ล่าสุด พ.ต.อ.ศุภเกียรติ เทิดตระกูลผู้กำกับการตำรวจ สภ.กำแพงแสน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมจิตร ยศหนองทุ่มพนักงานอสวนเจ้าของคดี ได้เชิญนางสุนันท์ และนายนันทวัฒน์ เข้าพบ และขณะที่ นายพัศพงษ์ อู่ตะเภา หรือ เอกชิน ได้เดินทางมาพบตำรวจอีกครั้ง โดยพนักงานสอบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และมีการติดตามข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ทั้งหมด จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายพัศพงษ์ 3 ข้อหา คือ พยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในเมือง ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันทำร้ายร่างกาย จากนั้นได้ปล่อยตัวกลับบ้าน

สภ.กำแพงแสน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยังมีอีก 2 คนที่ได้ร่วมกันก่อเหตุ เตะที่ใบหน้าของนายนันทวัฒน์ ทราบชื่อเล่นคือ นายเก่งและนายไมค์ จะได้มีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย หากไม่มา ก็จะมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

นางสาวสุนันท์ และนายนันทวัฒน์ อ่อนศิริ ลูกชาย

นางสาวสุนันท์ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะคู่กรณีก็ไม่ดูท่าทีไม่สลด หรือสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้ก็ยังหวาดกลัวอยู่

นายพัศพงษ์ อู่ตะเภา หรือ เอกชิน

ด้านนายพัศพงษ์ กล่าวว่า หลังเป็นข่าว ตนไม่ได้อยากออกมาโต้ผ่านสื่อ แต่ขอให้ข้อมูลที่ตนเองไม่ได้พูดคือ ความจริงตนตั้งใจจะไปกินข้าวเท่านั้น แต่เมื่อไปนั่งสักพักพบว่าวัยรุ่นคนที่มารับออร์เดอร์มีการพูดจากกวนไปมาหลายครั้ง และมาหยิบโทรศัพท์มือถือของตนไปดู แล้วคืนแบบกระแทก ทั้งที่ไม่ได้สนิทกัน และเมื่อมีการนำอาหารมาตั้ง ก็ทำท่าทีกระแทกจาน ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเคารพ จนเกิดมีปากเสียง และมีเรื่องกันในที่สุด

ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่อง ทางเจ้าของร้าน ให้คนติดต่อมาเรียกขอเงินค่าเสียหายถึง 200,000 บาท แต่ตนไม่ให้ จากนั้นเขาก็กลับไปแจ้งความเอาผิด ส่วนกรณีพกปืนนั้น ยอมรับว่าพกจริง เพราะตนเองขี่รถบิ๊กไบค์ราคาถึง 800,000 บาท ก็ต้องป้องกันไ ว้หากใครคิดจะมาชิงรถของตนไป

keyboard_arrow_up