จับแล้ว 10 โจ๋ แก๊งรุมตีกลางตลาดรถไฟ สระบุรี ปมขัดแย้งผลประโยชน์

จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายที่ตลาดนัดรถไฟ จ.สระบุรี โดยมีผู้บาดเจ็บ 4 คน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนและการ์ดของตลาด ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล (อ่าน : ตลาด แฉ มาเฟียยกพวกครึ่งร้อยถล่ม วอน ตร.เร่งล่า ถ้าจับไม่ได้ผวาขู่ฆ่า วางเพลิง ลอบบึ้ม )

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตลาดนัดรถไฟ

วันที่ 22 ต.ค. 61 พลตำรวจตรีอำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และพลตำรวจตรีสมหมาย ประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้า คดี ที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ บุกเข้าทำร้ายร่างกาย ผู้ดูแล ตลาดนัดเจริญทรัพย์ หรือตลาดนัดรถไฟ อยู่บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ (หลังสถานีรถไฟสระบุรี) เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมีกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษอาวุธครบมือกว่า 10 นาย เข้ามาดูแลความเรียบร้อย

รอยเลือดที่อาวุธ

หลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเสร็จ พลตำรวจตรีอำพล ได้ออกมาแถลงข่าว โดยมีการนำอาวุธที่ยังมีร่องรอยคราบเลือด และรถจักรยานยนต์ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้มา เป็นหลักฐานประกอบการแถลงข่าวด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลง

พลตำรวจตรีอำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 10 คน ในกลุ่มนี้มีเยาวชนอยู่ 3 คน จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาบางคนให้การรับสารภาพ แต่บางคนบ่ายเบี่ยงรับเพียงว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เท่านั้นไม่ได้ร่วมก่อเหตุทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ กลุ่มผู้ต้องหาขอไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จึงไม่สามารถนำผู้ต้องหาไปทำแผนได้

ผู้ต้องหา

ทั้งนี้ ปมการก่อเหตุ มาจากการขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ เป็นหลัก หลังจากนี้จะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และจะมีการเรียก คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน ซึ่งในปีหน้าจะหมดสัญญาสัมปทานการจัดตลาดนัดกับการรถไฟซึ่งจะต้องมีการแข่งขันประมูลกันใหม่ เกรงว่าจะมีการจะขัดแย้งกันรุนแรงมากขึ้น

ผู้ต้องหา

พร้อมระบุว่า ไม่ว่ากลุ่มคนก่อเหตุจะเกี่ยวข้องกับคนมีอิทธิพลใด ๆ หรือไม่ แต่ตำรวจจะเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผู้ต้องหา

หลังแถลงข่าวเสร็จ พลตำรวจตรี อำพล และคณะได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้มีการ วางมาตรการ รักษาความปลอดภัยป้องกันเหตุ สร้างความอบอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนโดยเน้นย้ำว่า “อย่าให้เกิดเรื่องขึ้นอีก”

keyboard_arrow_up