แม่ ด.ช. 14 พาลูกแจ้งความพ่อ-แม่เลี้ยง ทารุณนาน 3 ปี – ตร. จ่อฟันผิด 2 ข้อหา

จากกรณีเด็กชายอายุ 14 ปี ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกายจนมีแผลทั้งตัว โดนถูกตี ใช้เหล็กฟาด และคีมหนีบที่ปาก ซึ่งพ่อแท้ ๆ ก็ทราบเรื่อง แต่ไม่ได้ห้ามปราม จนเจ้าตัวต้องปั่นจักรยานเพื่อหนีเอาชีวิตรอด ไปยังอนุสาวรีย์ฯ และส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากแม่ที่อยู่จังหวัดระยอง และได้มีการประสานรับตัวเด็กไปเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ระยอง นำเด็กชายส่งโรงพยาบาลบ้านฉาง และให้แพทย์ตรวจร่างกาย พร้อมประสานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เข้าช่วยเหลือเรื่องคดีความ (อ่าน : สุดสะเทือนใจ! ด.ช. 14 เปิดแผลถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ เหล็กสับ คีมหนีบปาก สุดทนปั่นหนีข้ามจังหวัด)

แม่เด็กชาย 14 ปี พาลูกแจ้งความ

ล่าสุด วันที่ 15 ต.ค. 61 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง พาเด็กชาย อายุ 14 ปี และแม่ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองหลวงแล้ว โดย พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จากการสอบถามเบื้องต้น เด็กชายเล่าว่า ถูกทำร้ายร่างกายมาประมาณ 3 ปี ส่วนแม่แท้ ๆ เพิ่งทราบข้อเท็จจริง หลังจากเลิกรากับอดีตสามีไปนานแล้ว โดยหลังจากนี้ จะให้พนักงานสอบสวน พูดคุยกับเด็กชายวัย 14 ร่วมกับนักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ ตามขั้นตอน ทาง ป.วิอาญา

พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้กำกับการ. สภ.คลองหลวง

โดยขณะนี้ ตำรวจยังไม่ได้คุยกับพ่อของเด็ก เพียงแต่เป็นการสอบถามข้อเท็จจริงจากตัวของเด็กเท่านั้น และอยู่ระหว่างรวบรวมหาพยานหลักฐาน กับพยานบุคคล ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนสภาพจิตใจของน้องตอนนี้ค่อนข้างเข้มแข็ง ซึ่งหลังทราบเรื่อง ตำรวจภูธรภาค 1 ได้เดินทางไปรับตัวน้องจากจังหวัดระยองทันที และได้พูดคุยรายละเอียดเบื้องต้น เพื่อให้การสืบสวนสามารถทำได้ล่วงหน้า เมื่อตัวน้องมาถึงจะได้ดำเนินการต่อเนื่องได้ทันที

รอยบาดแผลของเด็กชาย 14 ปี
รอยบาดแผลของเด็กชาย 14 ปี
รอยบาดแผลของเด็กชาย 14 ปี

นอกจากนี้ ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ลงพื้นที่ยังบ้านพักของพ่อของน้องอายุ 14 ปี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และพยานบุคคล ไว้ประกอบสำนวน ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ อาจเข้าข่าย 2 ข้อหา คือ ป.วิอาญา ทำร้ายร่างกาย ซึ่งต้องรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ และพ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 เว้นแต่การสอบสวนจะพบข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการหน่วงเหนี่ยวกักขัง อาจจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ส่วนข้อมูลที่พบว่า พ่อของน้องซึ่งเป็นนายทหาร เคยทำการลักษณะนี้กับลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นพี่ของเด็กชาย อายุ 14 ปี มาก่อน ทั้งนี้ จะต้องรวบรวมพยานบุคคล และพยานแวดล้อมต่าง ๆ โดยตำรวจได้รับฟังและบันทึกข้อมูลไว้ทั้งหมดแล้ว พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าบุคคลใดก็ตาม ที่กระทำผิดกฎหมาย จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด โดยไม่มีข้อยกเว้น

keyboard_arrow_up