ฝากขัง “ตาต้า” คดียิงหมีขอ ไร้ญาติประกัน หลังคุมชี้จุดทำแผน – ตร.สอบเพิ่มแก๊งล่า

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี จับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ แมน อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ พร้อมพวกรวม 11 คน หลังนำรถออฟโรด 6 คัน (อ่าน : ช็อก ลูกร่วมยิงหมีขอ! แม่ “อส.ออย” งง ไก่ยังไม่กล้าฆ่า – เพื่อน โต้เห็นบ่อย ชอบตกปลา)

ศาลจังหวัดกาญจนบุรี
คุมตัวตาต้า ผู้ต้องหายิงหมีขอ ขอฝากขัง

วันที่ 12 ต.ค. 61 เมื่อเวลา 09.3.0 น. ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค นำตัวนายตาต้า ผู้ต้องหาในคดียิงหมีขอภายในอุทยานแห่งชาติไทรโยค มาฝากขังต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยบรรยากาศที่หน้าห้องฝากขังพบว่าไม่มีญาติหรือคนสนิทของนายตาต้ามารอยื่นเรื่องประกันตัวแต่อย่างใด เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวของนายตาต้าเข้าห้องควบคุมตัวทันที

ขณะที่เมื่อวานนี้ พลตำรวจตรีสุวิทย์ ชาวศรีทอง รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน คุมตัวนายตาต้า ชาวกระเหรี่ยง สัญชาติเมียนมา และ นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย ผู้ต้องหาล่าหมีขอ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นไปยังเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค จากนั้นนั่งรถต่อขึ้นไปอีกประมาณ 27 กิโลเมตร เพื่อนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ทำการยิงหมีขอ โดยมีกำลังของเจ้าหน้าที่อุทยานและทหาร คอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง ส่วนการทำแผน แบ่งออกเป็น 2 จุดใหญ่ ๆ คือ จุดที่ยิงหมีขอ และจุดที่ชำแหละหมีขอ

เจ้าหน้าที่คุมผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยจุดแรก เป็นจุดที่ยิงหมีขอ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักสงฆ์เต่าดำประมาณ 300 เมตร เริ่มจากนายสกาาต์เป็นคนยิงหมีขอก่อนนัดแรก เพราะเห็นว่าอยู่บนยอดกิ่งไทร แต่เมื่อยิงเสร็จหมีไม่ตกลงมา จึงส่งปืนให้กับนายตาต้า เป็นคนยิงซ้ำนัดที่ 2 สิ้นเสียงปืนหมีขอตกลงมา ทั้ง 3 คนจึงเดินเข้าไปด้านในป่าอีกเกือบ 10 เมตร เพื่อเก็บซากหมีขอ โดยมีนายอนุสรณ์ เป็นคนหิ้วตัวหมีขอขึ้นไปบนสำนักสงฆ์ เพื่อนำไปชำแหละ และปรุงอาหารให้กับคณะออฟโรด ทั้งหมดที่เดินทางมาด้วยกัน

เจ้าหน้าที่คุมตาต้า ผู้ต้องหา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
เจ้าหน้าที่คุมผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
อส. ออย ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ส่วนจุดที่ 2 เป็นจุดที่พักค้างแรมของคณะออฟโรด ซึ่งใช้เป็นจุดชำแหละหมีขอ มีลักษณะเป็นเพิงไม้ไผ่ ไม่มีผนังกำแพง มีเพียงหลังคา ซึ่งบริเวณนี้จะมีเพิงไม้ไผ่ปลูกไว้หลายหลังห่างกันเพียง 5-10 เมตร ด้านหลังเพิงพัก เป็นลำธาร โดย นายตาต้า กับ อส.ออย ได้ก่อกองไฟ บนลานดินหน้าเพิงพัก แล้วนั่งดื่มเบียร์ พร้อมกับนำหมีขอที่ได้มาชำแหละปรุงอาหาร ซึ่งทุกคนก็นั่งรับประทานด้วยกันหมด ห่างออกไปไม่ถึง 10 เมตร เป็นเพิงไม้ไผ่อีกหนึ่งหลังซึ่งเป็นจุดที่ อส.ออย นอน นายจีระ ได้เข้ามาปลุก และบอกว่าเอาของมาให้ ซึ่งก็คือขาหมีขอทั้ง 4 ข้าง โดยการทำแผนทั้ง 2 จุดนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

พลตำรวจตรีสุวิทย์ ชาวศรีทอง รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

พลตำรวจตรีสุวิทย์ ชาวศรีทอง รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยหลังการนำตัวนายตาต้า ผู้ต้องหา ยิงหมีขอ ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นว่า ผู้ต้องหาหลักในคดีมีทั้งสิ้น 3 คน คือ นายอนุสรณ์ ตาต้า และสกานต์ ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุ ตามที่ผู้ต้องหาให้การเอาไว้ ส่วนการสอบสวนในประเด็นอื่นพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ คำรับสารภาพของผู้ต้องหา ที่นำมาสู่การหาพยานหลักฐาน และชี้จุดเกิดเหตุในแต่ละจุด ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การที่ผู้ต้องหารับสารภาพเอาไว้

ส่วนนายเจนระ หรือ จีระ และภรรยา พ่อครัว-แม่ครัวของสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาสุดท้ายของคดีนี้ ที่นายตาต้า ให้การซัดทอดไปถึงว่า เป็นคนนำถุงที่ใส่ขาหมีไปให้กับนายอนุสรณ์ ขณะนี้ยังไม่พบตัว และไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน แต่ทางตำรวจได้ออกหมายจับเอาไว้แล้ว ขณะที่พยานหลักฐานทั้งหมดในคดี ตอนนี้ทางพนักงานสอบสวนค่อนข้างมั่นใจ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ และจะต้องเรียกประชุมพนักงานสอบสวนอีกครั้ง หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะกลับไปพิจารณา ว่ามีความเกี่ยวข้องกับใครคนอื่นอีกหรือไม่ หากพบว่ามี ก็อาจจะต้องชี้จุดเพิ่มเติม

เจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์เต่าดำ เปิดเผยว่า ตอนที่นายตาต้า ขึ้นมาหาได้พูดคุย เป็นเพียงการให้กำลังใจกันธรรมดา อาตมาอยู่กับเขามานานแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียงการทำผิดศีล 5 ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เมื่อทำผิดแล้วก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนมากมาย ทั้งคนธรรมดา และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

keyboard_arrow_up