“เสี่ยโป้” ฉะสาวคู่ปรับ กุข่าวท้อง ปั่นครอบครัววุ่น – แม่แฉซ้ำ เอาเด็กมาขู่ รีดเดือนละ 5 หมื่น (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เสี่ยโป้ อานนท์” โพสต์ข้อความเฟสบุ๊กในลักษณะว่า หากตัวเองถูกจับเพราะเรื่องยาเสพติด จะมีครอบครัวของคนที่เคยช่วยเหลือกว่า 100 ชีวิต มาให้กำลังใจ ตอบโต้หลังถูกผู้หญิงรายหนึ่ง แฉเรื่องยาเสพติดนั้น

นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ ตรวจสารหาสารเสพติดที่โรงพัก

วันที่ 10 ต.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เพื่อตรวจปัสสาวะหาสิ่งเสพติด ท่ามกลางชาวบ้านเกือบ 100 คน ที่เดินทางมาให้กำลังใจ โดยทุกคนต่างเฝ้ารอผลการตรวจปัสสาวะของเสี่ยโป้อย่างใจจดใจจ่อ ปรากฎว่าผลการตรวจปัสสาวะของเสี่ยโป้ ไม่พบสิ่งเสพติด

ชาวบ้านร่วม 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจเสี่ยโป้ที่โรงพัก

ซึ่งหลังจากที่เสี่ยโป้ดำเนินการภายในสถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วนั้น ก็เดินออกจากโรงพัก เพื่อเดินทางไปตรวจสอบสารเสพติดอีกครั้งที่โรงพยาบาล ในระหว่างที่เสี่ยโป้เดินออกจากโรงพัก ชาวบ้านที่มาให้กำลังใจกว่า 100 คน ก็ต่างปรบมือ และตะโกนว่า “เสี่ยโป้สู้ ๆ”

นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้

นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ เปิดเผยว่า กรณีที่ทนายดังรายหนึ่ง กล่าวว่าตนท้าทายกฎหมาย และผู้ใหญ่ระดับสูง ตนอยากชี้แจงว่า ตนไม่เคยท้าทาย พล.ต.ท.สุรเชษ หักพาล หรือ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องการท้าทาย เกิดจากทนายชื่อดัง และเพจดัง Red Skull Z กุเรื่องขึ้นมาว่าตนไปท้าทาย อีกทั้งทนายดังยังมากล่าวหาว่าตนกระทำความผิด และต้องติดคุก 6 เดือน โดยไม่ต้องรอลงอาญา เนื่องจากตนไลฟ์เล่นการพนันผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งถ้าตนทำความผิด ตนก็พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ตนไม่ได้ทำในประเทศไทย แต่ก็ยอมรับว่าสิ่งที่ตนทำนั้นผิดศีลธรรม

ส่วนกรณีที่มีชาวต่างชาติ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก พูดพาดพิงว่าตนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และชอบแจกจ่ายยาเสพติดให้คนอื่นนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะชายคนดังกล่าว ชอบเข้ามาพูดเกาะกระแส และเขาเป็นคนที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังไม่ใช่คนไทยอีกด้วย

เสี่ยโป้ กล่าวต่อว่า ตนยอมรับว่ารูปของชายที่กำลังเสพยาคือรูปของตนจริง แต่ตนไม่ได้ติดยา เพียงแต่เคยเสพยาเท่านั้น ซึ่งในตอนนี้ตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ตนยืนยันให้ตรวจทั้งเลือดและปัสสาวะ ซึ่งภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เคยถ่ายตนไว้ และมักจะส่งรูปดังกล่าวมาข่มขู่ตน อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เคยจ้างตน 100 ล้านบาท เพื่อให้เลิกกับภรรยา

ส่วนกรณีที่มีผู้หญิงออกมาโพสต์รูปคู่กับเด็กทารก และระบุข้อความว่า ให้ย่ามารับขวัญหลานนั้น ตนมองว่าผู้หญิงคนดังกล่าว พยายามปั่นหัวตนและครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมาขอเงินจากแม่ของตนไป 1 แสนบาท โดนอ้างว่าเป็นค่าเลี้ยงดูลูก ซี่งตนก็ยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับผู้หญิงคนดังกล่าวจริง แต่ตนก็มั่นใจเช่นกันว่าไม่ได้มีลูกด้วยกัน อีกทั้งเวลาผ่านมาแค่ 7 เดือน ตนก็คิดว่าคนท้องไม่น่าจะคลอดเร็วขนาดนี้ ส่วนเรื่องที่ผู้หญิงคนดังกล่าว มีการกล่าวหาว่าตนชอบแจกยาเสพติดให้ผู้อื่น ตนอยากชี้แจงว่า ถ้าตนแจกยาเสพติด ตำรวจคงตรวจสอบตน และเจอของไปนานแล้ว ดังนั้นขอยืนยันว่า ตนไม่ยุ่งเกี่ยวและค้าขายยาเสพติดแน่นอน

เสี่ยโป้ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ผู้หญิงคนดังกล่าวควรไปบำบัดยาเสพติด ตนยังยืนยันว่าตนไม่เคยถ่ายรูปขณะผู้หญิงคนกล่าวขณะเสพยาไว้แบล็กเมล์ แต่เพิ่งมารู้ภายหลังว่าลูกน้องของตนเคยถ่ายเอาไว้ เพราะลูกน้องกลัวว่าตนจะถูกผู้หญิงคนดังกล่าวแบล็กเมล์ตน แต่ก็ยืนยันว่าตนไม่ได้จัดฉากเพื่อถ่ายรูปเขา มีแต่เขาที่พยายามชักชวนให้ตนไปเสพยาเสพติดที่บ้านของเขา ซึ่งตนถูกคุกคามจากผู้หญิงคนดังกล่าวจนต้องเปลี่ยนชื่อ และหนีออกจากบ้านที่อยู่ เพราะลูกของตน ถูกเพื่อนในโรงเรียนถามเรื่องของตน ซึ่งทำให้ตนทนไม่ไหวมาก เพราะสงสารลูก นอกจากนี้ ตนเป็นคนของสาธารณะ ถ้าหากตนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คงถูกจับไปนานแล้ว ส่วนเรื่องที่ พล.ต.ต.สุรเชษ หักพาล จะตรวจสอบตนนั้น ตนก็ยินดีให้ตรวจสอบการเงินของบ้านได้

นางบานเย็น ชานนรา อายุ 45 ปี แม่ของเสี่ยโป้

นางบานเย็น ชานนรา อายุ 45 ปี แม่ของเสี่ยโป้ เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ออกมาโพสต์รูปคู่กับเด็กทารก และระบุข้อความว่าให้ย่ามารับขวัญหลาน ตนก็คิดว่า คำว่าย่าคงหมายถึงตน แต่ก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ส่งรูปอีกรูปหนึ่งมาให้ตนดู แล้วบอกว่าคลอดได้ 15 วันแล้ว แต่เป็นเด็กอีกคนที่ไม่ใช่คนที่โพสต์ล่าสุด จึงทำให้ตนมั่นใจว่า เด็กที่ผู้หญิงคนดังกล่าวที่ส่งมาทั้งหมดนั้น ไม่ใช่หลานของตน และไม่ใช่ลูกของเสี่ยโป้ อีกทั้งไม่ใช่ลูกของผู้หญิงคนดังกล่าวด้วย ตนเชื่อว่าเขาเอารูปเด็กเป็นเครื่องมือในการสร้างความวุ่นวายให้กับตนและครอบครัว เพราะผู้หญิงคนดังกล่าวนั้น ต้องการเงินค่าเลี้ยงดูจากตน 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในช่วงแรก ตนก็เชื่อและให้เงินไปจำนวน 100,000 บาท แต่ตนมารู้ภายหลังว่าเขาโกหก เพราะถ้านับระยะเวลาแล้ว หากผู้หญิงคนดังกล่าวท้องจริง ก็คงไม่คลอดในช่วงเวลานี้

keyboard_arrow_up