เปิดอีกมุม ภาพก่อน “อ.อรรจน์” เป็นศพลอยน้ำ นั่งเหม่อ กินข้าว เดินตรงสู่แม่น้ำน่าน (คลิป)

จากกรณีพบศพอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามลอยอืดกลางแม่น้ำน่านเมื่อกลางดึกของคืน วันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา บริเวณริมตลิ่งใกล้กับคริสตจักรโรงสีเบญจพืช ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ทราบชื่อคือ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ เป็นประธานหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (อ่าน : พบแล้ว! กุญแจดอกสำคัญ รถต้องสงสัยพา “อ.อรรจน์” ออกโรงแรม หลังสอบ 80 คัน )

ป้ายถนน จ่านกร้อง

วันนี้ 9 ต.ค. 61 ทีมข่าวลงพื้นที่ย้อนรอยจุดเกิดเหตุ โดยจุดแรกที่ อ.อรรจน์เดินออกมา คือ หลังวัดคูหาสวรรค์ โดยสะพายกระเป๋าและมืออีกข้างถือกระเป๋าผ้า ในมือซ้าย มีโทรศัพท์มือถือ เดินผ่านโรงเรียนจ่านกร้อง ซึ่งระยะทางจากหลังวัดคูหาสวรรค์มาที่หน้าโรงเรียน มีระยะประมาณ 50 เมตร

ผศ.ดร.ทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ น้องสาวผู้ตาย (หันหลัง)

โดยผศ.ดร.ทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อาจารย์สาขาภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก น้องสาวผู้ตาย  เผยว่า ชายปริศนานั้น วันนี้มาหรือไม่มาก็ไม่ทราบเพราะตนก็ยังไม่รู้ว่าคนไหน แต่หากไม่เข้ามาหา ส่วนตัวจึงคิดว่าไม่ได้มาแน่นอน ตอนนี้ตนก็อยากจะคุยกับชายปริศนาคนดังกล่าวเหมือนกัน ส่วนเรื่องเสื้อผ้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบบริเวณแม่น้ำน่านนั้น ตนก็ยังไม่ทราบเรื่องเลย เพราะยังไม่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกระเป๋าใบสีเขียวที่หายไปตอนนี้ก็ยังไม่พบและไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน

อย่างไรก็ตาม เรื่องของคดีตนก็จะเคารพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ตนยอมรับในผลตรวจทางวิทยาศาสตร์

นายบรรจง (นามสมมติ)

ด้านนายบรรจง (นามสมมติ) ซึ่งก่อนหน้านี้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ตนเป็นคนเห็น อ.อรรจน์ นั่งรถเก๋งสีขาวไปกับชายปริศนาบริเวณลานจอดรถของโรงแรม ล่าสุดเจ้าตัวก็ยืนยันว่าเห็นจริง แต่รุ่นรถนั้นเริ่มไม่แน่ใจเพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปดูรถต้องสงสัยรุ่น มิซูบิชิ แลนด์เซอร์ที่ขาวแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ แต่รุ่นเก่าเหมือนกัน ตนบอกว่าจุดที่สังเกตเห็นวันที่เกิดเหตุ รถคันที่ไปรับ อ.อรรจน์ จะไม่ติดถังแก๊ส และที่เปิดประตูรถเป็นสีขาวล้วน แต่รถต้องสงสัยที่ตำรวจให้ไปดูติดแก๊ส และที่เปิดประตูเป็นสีดำ ดังนั้นตนจึงมั่นใจว่าคนละคันกันแน่นอน

ภาพจากกล้องวงจรปิด

ส่วนเรื่องชายปริศนาเสื้อสีฟ้า ยืนยันว่าที่เห็นใส่เสื้อสีฟ้ากำลังก้มทำอะไรสักอย่างอยู่เบาะหลังนั้น ไม่ใช่อ.อรรจน์แน่นอน เพราะตนจำ อ.อรรจน์ได้แม่นยำมาก วันเกิดเหตุ อ.อรรจน์ใส่เสื้อสีขาวแขนยาว นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ยืนยันว่าไม่ได้ใส่เสื้อสีฟ้า

น.ส.ธิดารัตน์ บุญเรือง แม่ค้าอาหารตามสั่ง

ขณะที่น.ส.ธิดารัตน์ บุญเรือง แม่ค้าอาหารตามสั่งที่อยู่บริเวณปากซอย ถนนจ่านกร้อง เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า วันเกิดเหตุ (2 ต.ค.) ขณะที่ตนเปิดร้านอยู่ เวลาประมาณบ่ายโมง อ.อรรจน์เดินมาจากทางวัดคูหาสวรรค์คนเดียว จากนั้นก็มานั่งกินข้าวอยู่ร้านตน โดยอาหารมื้อสุดท้ายที่ อ.อรรจน์กินคือ กะเพราหมูสับไข่ดาว ขณะที่กินข้าว น.ส.ธิดารัตน์บอกว่าไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่เหมือนคนคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะหลังจากที่กินเสร็จ ตนสังเกตเห็น อ.อรรจน์นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ โดยอ.อรรจน์นั่งอยู่ร้านของตนนานกว่าครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงเรียกเก็บเงิน และออกจากร้านเดินตรงไปฝั่งแม่น้ำน่าน

น.ส.ธิดารัตน์ ยืนยันว่า คนที่มากินข้าวร้านตน คือ อ.อรรจน์แน่นอน เพราะลักษณะที่ตนเห็นจากกล้องวงจรปิด มีกระเป๋า 2 ใบ สะพายข้าง 1 ใบ และถือในมืออีก 1 ใบ ซึ่งถ้าคนคิดจะฆ่าตัวตายจะมานั่งกินข้าวแบบนี้หรือ

 

keyboard_arrow_up