พ่อหนุ่มคลั่งไหว้ขอโทษทำตร. สาหัส เปิดภาพลูกเจ็บหนักคาห้องขัง คาใจไม่ส่งรพ. – ผู้การฯ เด้ง ผกก.พ้นโรงพัก ฟันผิด “จ.ส.ต.” มือฟาด (คลิป)

จากกรณีหนุ่มคลุ้มคลั่งวิ่งเข้าไปหยิบไม้หน้า 3 ขึ้นมาไล่ตีทำร้ายตำรวจ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกระหน่ำตีแบบไม่ยั้งจนแน่นิ่งไป กระทั่งต่อมา ครอบครัวพบว่าชายดังกล่าว คือ นายวายุ กัญญาประสิทธิ์ เสียชีวิตในวันต่อมา หลังจากถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ภัคดีชุมพล เป็นเวลา 1 คืน ด้านตำรวจที่บาดเจ็บถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดชัยภูมิ มีอาการเลือดคั่งในสมอง แพทย์อยู่ระหว่างการดูแลอย่างใกล้ชิด ยังผลการตรวจว่าจะมีผลกระทบกระเทือนด้านสมองหรือไม่นั้น (อ่าน : พ่อหนุ่มเมายาคลั่ง ตีตำรวจสาหัส คาใจลูกตายไม่มีใครประชาทัณฑ์ แต่ ตร.ใช้ไม้หวด )

ภาพเหตุการณ์ดังกล่าว จากคลิปวิดีโอของนายสิงหา

วันที่ 9 ต.ค. 61 “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34  ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายประดิษฐ์ กัญญาประสิทธิ์ พ่อนายวายุ, นางสถิต กัญญาประสิทธิ์ น้าสาวนายวายุ, นายภัทรวุฒิ แตงหอม อาเขยนายวายุ, นายสิงหา ผิวนางาม ผู้ถ่ายคลิปวิดีโอที่ถูกเผยเแพร่ และนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ และประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม มาร่วมพูดคุยในรายการ

นายประดิษฐ์ กัญญาประสิทธิ์ พ่อนายวายุ

โดย นายประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องจนถึงปัจจุบันว่า วันนี้มารับศพของลูกชายที่นิติเวช รพ.ตำรวจ กทม. ยอมรับว่า ลูกชายคลุ้มคลั่งและทำร้ายตำรวจจริง แต่ตนคาใจเรื่องที่ตำรวจใช้ไม้ตีลูกของตน หลังจากที่ลูกสลบไปแล้ว ซึ่งในเหตุการณ์จริง ตนเห็นว่าตำรวจตีนายลูกชายกว่า 10 ครั้ง ทั้งที่นายลูกชายตนก็หมดแรง ไม่สู้ตำรวจแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุพบว่าลูกมีอาการตาลอย แต่ยังจำตนได้ ในวันเกิดเหตุ จึงได้แจ้งตำรวจให้มาพาตัวลูกไปบำบัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมาที่บ้านในตอนเช้า ได้พบลูกชายและพูดคุยกันปกติ กระทั่งตำรวจกลับไปที่ป้อมตำรวจ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 800 เมตร แต่ลูกชายกลับขี่รถจักรยานยนต์ของตัวเองไปเปลี่ยนกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจ จึงทำให้ตำรวจระดมกำลังกันมา และเกิดเหตุการณ์อย่างในคลิปขึ้น ตนไม่ทันห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากกำลังหาเชือกมามัดตัวลูกชาย ทั้งยังไม่นึกว่าตำรวจจะตีลูกชายตนแรงขนาดนี้ ส่วนไม้ที่ลูกชายใช้ฟาดเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไม้จากข้างทาง

ภาพถ่ายของนายภัทรวุฒิ สภาพของนายวายุในห้องขัง

นายภัทรวุฒิ เล่าเหตุการณ์หลังจากที่นายวายุถูกควบคุมตัวว่า หลังจากที่เกิดเหตุขึ้น ก็ได้เข้าไปเยี่ยมหลานที่โรงพัก ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ขณะนั้นพบว่าหลานมีเลือกออกที่ศีรษะ ถูกมัดมือและเท้าไว้ ยังมีสติ แต่คุยไม่รู้เรื่อง และได้ไปเยี่ยมหลานอีกครั้ง เวลา 19.30 น. ก็ยังเห็นวาตำรวจไม่พาหลานตนไปส่งโรงพยาล ตนจึงได้เอายาพาราฯ ให้หลานทาน ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าจะได้พบหลานเป็นครั้งสุดท้าย กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 07.30 ของวันรุ่งขึ้น (7 ต.ค. 61) จึงได้รู้ว่าหลานเสียชีวิต อยู่ภายในรถตำรวจที่หน้าโรงพยาบาล สภาพศพของหลานในขณะนั้น ตัวซีด เลือดแห้งกรัง ตนคาดว่าอาจจะตายมาหลายชั่วโมงแล้ว

จึงทำให้นายประดิษฐ์ พ่อของวายุ สงสัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องออกมาร้องเรียนกับสื่อ และสงสัยว่า เหตุใดตำรวจจึงฟาดนายวายุซ้ำ ทั้งที่เจ้าตัวหมดสติไปแล้ว และเหตุใดตำรวจ จึงไม่พานายวายุไปส่งโรงพยาบาล

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ และประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

ด้าน ทนายรณณรงค์ ในฐานะคนกลางและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ได้แสดงความคิดเห็นว่า เรื่องการเสียชีวิตของนายวายุเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากตามหลักปฏิบัติแล้ว หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ต้องหาบาดเจ็บ ก็ควรนำส่งโรงพยาบาล เรื่องนี้พนักงานสอบสวนไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา หากวันนั้นตำรวจนำนายวายุไปส่งโรงพยาบาล เรื่องก็อาจไม่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องเหตุปะทะ ระหว่างนายวายุและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จริง ๆ แล้ว เรื่องการระงับเหตุนั้น มีหลักการที่ชัดเจนอยู่แล้ว รวมถึงว่าจะต้องพิจารณาว่า การระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว เข้ากับหลักเกณฑ์การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจากคลิปที่เผยแพร่ในขณะนี้ จะเห็นว่าชายคลั่งไม่ต่อสู้แล้ว เหตุในการกระทำของเจ้าหน้าที่ ก็ควรจะหยุดลงด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็อาจถือว่าจะกระทำเกินกว่าเหตุ ยอมรับว่ากรณีนี้ ต้องเห็นใจฝ่ายตำรวจที่บาดเจ็บด้วย เพราะเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกันระหว่างการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น ตนยังคิดว่า นายตำรวจคนที่ฟาดนายวายุ คงจะหมดอนาคตในหน้าที่การงาน

ทั้งนี้ ทนายรณณรงค์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเยียวยา ร.ต.ต.วิทยา อาจหาญ เนื่องจากถูกนายวายุทำร้ายด้วยเช่นกันว่า ครอบครัวของนายวายุเอง ก็ควรชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ร.ต.ต.วิทยา อาจหาญ รองสวป. สภ.ภักดีชุมพล ผู้ถูกนายวายุทำร้ายเช่นกัน เพราะตำรวจนายนั้น ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และมีอาการสาหัสพอสมควร

นายสิงหา ผิวนางาม ผู้ถ่ายคลิปและผู้เห็นเหตุการณ์

จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น จึงทำให้ ครอบครัวของนายวายุ และนายสิงหา ต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายวายุ เพราะคิดว่าเรื่องนี้ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ อีกทั้งตำรวจยังไม่พาตัวนายวายุส่งโรงพยาบาลเหมือนตำรวจที่บาดเจ็บ ทั้งที่นายวายุเองก็บาดเจ็บไม่แพ้ตำรวจ ทั้งยังถูกตีมากกว่าอีกด้วย นายวายุก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เหตุใดจึงปฏิบัติไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการว่า จากการตรวจสอบ ได้ข้อเท็จจริงตามคลิปที่ปรากฏ วันนี้จึงได้สั่งการให้มีการย้ายผู้กำกับจาก สภ.ภักดีชุมพล เนื่องจากพบว่ามีการรายงานสาเหตุของคดีล่าช้ าและไม่ตรงกับความเป็นจริง รวมถึงแต่งตั้งชุดสอบสวนมาดำเนินคดีใหม่ทั้งหมด และได้แจ้งความดำเนินคดีกับ จ.ส.ต.เอกสิทธิ์ หาสอดส่อง ผู้ก่อเหตุตีนายวายุแล้ว ส่วนเรื่องที่นายวายุไปทำร้ายตำรวจนั้น ก็เป็นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งจะมีขั้นตอนตามกระบวนการต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

สุดท้าย นายประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงกระแสสังคมในขณะนี้ที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของลูกชายตนเองว่า จากกรณีดังกล่าว ตนก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเหมือนกัน ตนรู้สึกเสียใจที่ลูกชายไปทำร้ายตำรวจ แต่ยืนยันว่าหากสามารถเอาผิดนายตำรวจคนดังกล่าวได้ ก็จะดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่องช่วยเหลือตำรวจที่ถูกลูกชายทำร้ายนั้น ตนก็รู้สึกเห็นใจ แต่ขณะนี้ตนยังไม่มีแม้แต่เงินทำศพลูกชาย จึงไม่รู้ว่าจะชดใช้อย่างไร

 

keyboard_arrow_up