เงิบยกทีม! ขนส่งเชียงใหม่หน้าแหก ‘ขอโทษ’ ล้อมรถคิดว่าเป็นอูเบอร์ (คลิป)

จากกรณีที่ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารร่วมกันกวดขันตรวจสอบจับกุมลงโทษผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัววิ่งรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น Uber และ Grab ที่บริเวณท่าอากาศยานเชียงใหม่ ปรากฏว่า ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มคนขับแท็กซี่ทำการรุมล้อมรถยนต์คันหนึ่งและชี้เป้าให้เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบ เนื่องจากเชื่อว่าเป็น Uber หรือ Grab จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าว มีผู้หญิงเป็นคนขับ ไม่ได้เป็น Uber หรือ Grab แต่อย่างใด มารับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ และมีการนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่นั้น

ขณะเดียวกันผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Peak Plaza (Arichtapat) ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ขับรถยนต์ไปรับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติ เล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “ไม่มีอะไรทำกันเหรอคะชีวิตนี้เปี๊ยกคงว่างมากที่จะไปขับ UBER อะนะ เรื่อง Agent จากกรุงเทพบินมาช่วยเตรียมงาน Lanna Expo เลยให้เปี๊ยกไปรับแต่เปี๊ยกโดนล้อมรถแล้วเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจับ เพราะคิดว่าเป็น UBER ตบกระโปรงรถ ตะโกนเสียงดัง ผู้ชายทั้งนั้น แมนมากค่ะคุณ แล้วก็มีคนเดินมาขอดูใบขับขี่ครับเปี๊ยกแล้วคุณเป็นใครจะมาดูใบขับขี่มีอำนาจอะไรจะดูอีกพวกก็ยืนกดมือถือถ่ายรูปว่างมากใช่ไหมคะคุณเปี๊ยกส่งสายตาพิฆาตตะโกนไปเรียกแท็กซี่สนามบินต้อมมาบอกพวกเขาสิเปั๊ยกเป็นใครสุดท้ายก้มหัวขอโทษครับๆๆๆ นึกว่า UBER หมู่สูนินาบ่าผ่อเลยเชิญครับๆๆๆ แทบจะกราบละงานนี้ลักไล่รำคาญเอาเวลาไปทำอย่างอื่นมั๊ยเดียวแม่ก็ขว้างด้วย narutospinner เลยหึหึ”

จากการสอบถามทราบว่า ผู้โพสต์คือ นางสาวอริษฐพัชร์ เพื่อไทย อาชีพธุรกิจส่วนตัว เป็นตัวแทนนำเข้าชาจากประเทศอังกฤษ และยังเป็นนักจัดรายการวิทยุในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผู้ฟังรู้จักกันในชื่อ “ดีเจเปี๊ยก” โดยเจ้าตัวบอกวา วันนั้นขับรถยนต์ส่วนตัวไปรับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติที่สนามบินเชียงใหม่ เพื่อจะไปเตรียมร่วมงาน LannaExpo ปรากฏว่าระหว่างที่รับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติขึ้นรถแล้วได้มีกลุ่มคนมารุมล้อมรถตะโกนเสียงดัง และใช้มือตบที่ฝากระโปรงรถรวมทั้งมีการถ่ายรูปด้วยก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจสอบเนื่องจากเชื่อว่าเป็น Uber หรือ Grab แต่ก็พบว่าตัวเองไม่ได้เป็น ทางเจ้าหน้าที่จึงขอโทษโดยในส่วนของตัวเองนั้นยอมรับว่า ทั้งตกใจและโกรธที่เกิดเรื่องเช่นนี้กับตัวเองเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติที่รู้สึกตกใจและเกิดความรู้สึกที่แย่มากที่เกิดการกระทำลักษณะนี้ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณท่าอากาศยานเชียงใหม่ที่เป็นจุดแรกที่ผู้คนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงซึ่งควรจะเป็นจุดที่ผู้คนเกิดความประทับใจมากกว่าที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

นอกจากนี้ ดีเจ.เปี๊ยก บอกว่า ส่วนตัวไม่ได้สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งฝ่าย Uber หรือ Grab และฝ่ายสี่ล้อแดง หรือแท็กซี่ในเชียงใหม่เพราะเข้าใจดีว่าต่างฝ่ายต่างต้องทำมาหากินให้มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวอย่างไรก็ตามมองว่าวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการกระทำลักษณะเดียวกับที่ตัวเองและเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติต้องเผชิญนั้นไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ถูกต้องและไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงอีกทั้งยังอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ที่ดีงามของจังหวัดเชียงใหม่ด้วยโดยตัวเองในฐานะที่เป็นผู้ใช้รถคนหนึ่งมองว่าการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในลักษณะนี้ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกอย่างมากแก่ผู้ใช้รถซึ่งกรณีนี้ยังรวมไปถึงผู้ใช้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ด้วยทั้งนี้อยากเสนอแนะว่าทางเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรจะหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้.

keyboard_arrow_up