“ปรเมศวร์” แนะ “ษิทรา” ให้อยู่นิ่ง ไว้สู้ในศาล – เพื่อน “เก่ง” หวังคนดังรับดีเบต “อัจฉริยะ” (คลิป)

จากกรณีเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โพสต์ข้อความท้าดีเบตนายณัฐวุฒิ เพื่อเป็นการชี้แจงในเรื่องต่าง ๆ ที่ถูกครหา  รวมถึงมีประเด็นที่พูดถึงการฉลองคดีกับทหารอากาศด้วยนั้น

พันจ่าอากาศตรี อภิชาติ ขำศรี อดีตผู้ต้องหาคดีครอบครองยาเสพติด

วันที่ 4 ต.ค. 61 พันจ่าอากาศตรี อภิชาติ ขำศรี อดีตผู้ต้องหาคดีครอบครองยาเสพติด ลูกความของคนดัง ซึ่งตอนนี้ถูกให้ออกจากราชการจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ได้เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ยกฟ้อง ในชั้นศาลอุทธรณ์ หลังกลับจากศาล ตนรีบกลับบ้าน เพื่อเตรียมไปเฝ้าลุงที่ผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลใน จ.สิงห์บุรี

หลังจากมีข่าวคนดังกำลังถูกตรวจสอบ ตนก็ได้ให้กำลังใจมาโดยตลอด รู้สึกสงสารเพราะเรื่องที่กล่าวหาไม่น่าจะเป็นไปได้ อยากให้สังคมฟังหูไว้หู เพราะคนดังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ ควรที่จะรอฟังความจากเขาบ้าง เพราะความจริงก็คือความจริง ตนไม่ได้เข้าข้างคนดัง แต่เท่าที่รู้คนดังไม่เคยเรียกร้องเงิน อยากให้คนดังทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป

พันจ่าอากาศตรีอภิชาติ เปิดใจอีกว่า รู้สึกโล่งใจที่ศาลมีความเมตตายกฟ้อง โดยหลังจากนี้หากจะมีคนที่ยื่นเรื่องขอตรวจสอบคดีดังกล่าว ตนก็ยินดีให้ตรวจสอบ ไม่ได้กังวล พร้อมยืนยันว่าตั้งแต่รู้จักกับคนดัง รู้สึกว่าเขาเป็นคนดี ไม่ใช่คนหลอกลวง พูดจริงทำจริง พร้อมที่จะช่วยเหลือคนบริสุทธิ์ โดยคดีของตน คนดังไม่ได้เรียกเก็บเงิน ดังนั้นกระแสข่าวที่ออกมาว่าวิ่งเต้นอัยการ จึงไม่น่าเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามกรมทหารสังกัดของ พันจ่าอากาศตรีอภิชาติ โดยแหล่งข่าวซึ่งเป็นนายทหารระดับสูง เปิดเผยว่า ไม่ได้เจอคนดัง 2 เดือนแล้ว และเมื่อคืนที่กรมทหารไม่ได้มีงานเลี้ยงแต่อย่างใด ส่วนสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีงานเลี้ยงจริง แต่เป็นงานเลี้ยงของทหารที่เกษียณอายุราชการ

 

นอกจากนี้ กรณีเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ได้เผยแพร่นิทานเรื่องนายเก่งกับฟ็อกซ์ โดยเล่าว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ก่อนจะผิดใจกันเนื่องจากนายเก่งเห็นฟ็อกซ์ ทำผิดศีลข้อกาเมฯ อยู่มาวันหนึ่ง นายเก่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมข้อหามีสารเสพติด ทำให้ศาลตัดสินจำคุกนายเก่งตลอดชีวิต เนื่องจากมีนักโทษคนหนึ่งมาเบิกความซัดทอดว่านายเก่งเป็นคนขายยา ทั้งที่นายเก่งไม่รู้จักกับนักโทษคนนี้มาก่อน โดยความจริงมาเปิดเผยภายหลังว่าฟ็อกซ์เป็นตัวการทำให้นายเก่งถูกจับกุมนั้น (อ่าน : นิทานจิ้งจอก ถึงทางตัน “เก่ง” ร่ำไห้คาคุก ถามคนดังซึ่งหน้า ขอรับกรรมไม่สู้ )

นายดำ (นามสมมติ) เพื่อนนายเก่ง

โดยนายดำ (นามสมมติ) เพื่อนนายเก่ง เปิดเผยว่า ทราบเรื่องที่เพจชมรมช่วยเหลืออาชญากรรมโพสต์กรณีท้าดีเบตแล้ว ตนอยากให้ฝ่ายคนดังออกมาชี้แจงกับกรณีที่ถูกกล่าวหาอยู่ เพราะสังคมจะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้าตัวเองคิดว่าไม่ผิดก็ออกมาแก้ตัวได้เลย และอยากให้คนดังรับคำท้าดีเบต เพราะประชาชนจะได้รู้

ส่วนตัวเชื่อว่าหากคนดังจะรับคำท้า หรือออกมาชี้แจง คงเตรียมหลักฐานออกมาแน่น คงทำการบ้านมาดี ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกลัวว่าฝ่ายคนดังจะหาหลักฐานอะไรมาหักล้างได้ เพราะสิ่งที่ตนพูดไปและเรื่องที่เกิดขึ้นคือความจริง คนในกลุ่มเฉพาะที่รู้เรื่องว่าคนดังเป็นคนอย่างไร

ทั้งนี้ หากคนดังเลือกใช้วิธีเงียบไป ตนก็คิดว่าเรื่องก็คงไม่จบ เพราะโจทก์ของคนดังมีอีกเยอะ อะไรที่เขาทำกรรมไว้ผลกรรมก็คงจะจะมาถึงในไม่ช้า เชื่อว่าหนีไม่พ้น ส่วนกรณีนายเก่ง ตนเพิ่งไปเยี่ยมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 ต.ค. 61) ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ อนุญาตให้แม่ของนายเก่งเยี่ยมเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งแม่นายเก่งเล่าให้ตนฟังว่า ได้นำข่าวที่นายเก่งเป็นกระแสข่าวอยู่ตอนนี้ไปบอกเจ้าตัว ซึ่งนายเก่งเมื่อทราบเรื่องถึงกับน้ำตาไหลออกมา เพราะที่ผ่านมานายเก่งอยากให้เรื่องนี้ได้ตีแผ่เป็นข่าว จะได้รับการพิสูจน์

นายดำ เปิดเผยอีกว่า ตอนนี้นายเก่งไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะที่ผ่านมาเขาก็ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา แต่หลังเป็นข่าวไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจสู้คดีต่อหรือไม่ ตนในฐานะเพื่อน อยากให้เพื่อนสู้คดีถึงที่สุด เพื่อนยืนยันว่าไม่ได้เป็นเจ้าของยาเสพติด ตนก็เชื่อและมั่นใจ พร้อมฝากบอกถึงคนดัง ให้เตรียมรับกรรมที่ทำเอาไว้ เรื่องคนอื่นตนไม่ทราบ รู้เพียงคนดังทำคนไว้เยอะ

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดี อัยการสูงสุด

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดี อัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ทนายตั้มไม่ควรออกมาตามที่อัจฉริยะท้า ควรอยู่นิ่ง ๆ การเป็นนักกฎหมายบางครั้งต้องนิ่งบ้าง เพื่อฟังมากกว่าพูด และขณะนี้ทั้งคู่เป็นคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับคดีไม่ควรออกมาพูดนอกศาล เพราะคำพูดจะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ ควรไปสู้กันในศาลให้จบ ถ้าออกมาพูดจะไม่จบ มันจะลามออกไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ เกินความจำเป็น กระทบกระเทือนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ทั้งนี้ตนไม่ได้ปกป้องหน่วยงานของตน แต่ถ้าทั้งคู่พูดมากไปมันจะตีความออกไปเรื่อย มันจะกระเทือนทั้งระบบ ส่วนนายอัจฉริยะ เมื่อร้องเรียนที่สำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว แจ้งความแล้ว ก็ไม่ควรไปออกรายการอะไร ควรรอผลของคดีไปเลยดีกว่า ตนยอมรับในเรื่องกระบวนการยุติธรรมทั้งทนาย ศาล อัยการ มันมีทั้งคนดีและไม่ดี และส่วนไม่ดีมีน้อย ถ้าทำผิด ไล่ออก และยึดคืนเครื่องราชฯ และส่งป.ป.ช.ดำเนินคดีทันที ส่วนกรณีอัยการฟ้องกันเองก็มี ทนายหลายคนถูกลงโทษเพราะผิดมรรยาททนายก็มี ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ได้นิ่งนอนใจก็สอบสวนกันไปตามระเบียบ

ส่วนกรณีที่มีคลิปวิ่งเต้นอัยการ นายปรเมศวร์ เผยว่า มีอยู่แล้วเรื่องวิ่งเต้น มีคนมาหาตนตลอด คนเมื่อถูกดำเนินคดีหรือเสียหายเพราะถูกคนร้ายทำ ทั้งผู้เสียหาย ทั้งผู้ต้องหา อยากจะพบพนักงานอัยการเพื่อให้ช่วยอยู่แล้ว วิ่งล้มคดีกับวิ่งขอความเป็นธรรมเรื่องแบบนี้จะมีมาตลอด แต่ถ้ามีเรื่องของเงินมาเกี่ยวข้องถือว่าเป็นการทุจริตทั้งสิ้น ทั้งนี้ ตนมองว่ากรณีนี้ทำให้ประชาชนมองอัยการเสียหายนิดหน่อยสำหรับประชาชนที่ไม่เข้าใจ แต่ส่วนมากจะมีคนเข้าใจว่ามันมีทุกวงการที่จะมีคนดีบ้างไม่ดีบ้าง

และถ้าพบว่ามีคนออกมาแชร์มาโพสต์ว่ามีการวิ่งเต้นอัยการ ตรงนี้คนโพสต์ไม่ผิด แต่ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง มีพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นการปกป้องส่วนได้เสียตามครรลองคลองธรรมไม่ว่าของตนเองหรือสังคม จะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ถ้าเป็นเรื่องใส่ร้ายเอาเรื่องเท็จมาพูด เวลาแชร์ในโซเชียลมีเดีย ถ้าผิดคนแชร์โดนด้วยฐานหมิ่นประมาท และเอาข้อมูลที่เป็นเท็จลงในคอมพิวเตอร์

ส่วนที่รองโฆษกอัยการที่ออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านั้นว่าตรวจสอบแล้วว่าอัยการไม่ได้รับเงินจริงนั้น คิดว่าไม่เกี่ยวกับการสอบสวน ต้องรอให้อัยการสูงสุดมาพูดเอง เพราะต้องรอการสอบสวนของตำรวจ และการสอบสวนของทนายด้วย เพราะเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ขณะนี้เรื่องอยู่ในระหว่างตรวจสอบ เพราะไม่ใช่เรื่องของสำนักงานคณะกรรมการอัยการสูงสุดเพียงอย่างเดียว

 

keyboard_arrow_up