อดีตผอ. ปืนจ่อยิงตัวเองดับ ก่อนตายเขียนพินัยกรรมสั่งพี่จัดการมรดก คาดเครียดถูกสอบใช้เงินโรงเรียน

วันที่ 4 ต.ค. 61 พันตำรวจโท ธนิศร เอกรัตนณัฐ สารวัตรสอบสวน สภ.สามควายเผือก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม รับแจ้งเหตุ คนยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพักในพื้นที่ตำบลธรรมศาลา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองวิทยากรพิสูจน์หลักฐาน ภาค 7 แพทย์เวรโรงพยาบาลนครปฐม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ชีพ

บริเวณหน้าบ้านพักของผู้เสียชีวิต

พบว่า ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น หลังใหญ่ หน้าบ้านมีป้ายระบุเป็นบ้านของ นายสาธิต นะวาระ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม บริเวณหน้าบ้าน พบร่างนางสาธิตนอนเสียชีวิต ข้างกายมีอาวุธปืนขนาด 11 มม. สีเงิน ห่างไปประมาณ 2 เมตร พบปลอกและหัวกระสุนตกอยู่ โดยมีญาติและเพื่อนครูยืนร้องไห้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายพินิจ นะวาระ อดีตรองผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดธรรมศาลา พี่ชายผู้เสียชีวิต

จากการสอบถาม นายพินิจ นะวาระ อดีตรองผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดธรรมศาลา พี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและน้องชายขับรถไปรังวัดที่ดิน แต่น้องชายขอแยกตัวไปทำธุระต่อ ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจ เพราะคิดว่าน้องชายอาจไปทานข้าว จึงไม่ได้การพูดคุยสอบถามอีก เพราะน้องชายไม่มีท่าทีผิดปกติแต่อย่างใด กระทั่งมารู้ว่าน้องชายยิงตัวเองเสียชีวิต ทั้งได้บอกกับภรรยาของเขาไว้ว่า เขียนพินัยกรรมโดยให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดก

นอกจากนี้ พบว่า ก่อนที่นายสาธิตจะยิงตัวเองเสียชีวิตนั้น ได้ขับรถไปเบิกเงินที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครปฐม เป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท และคาดว่าหลังทำธุรกรรมทางการเงินเสร็จ จึงขับรถกลับมาบ้าน และลงมือก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต ส่วนสาเหตุอาจมาจากความเครียดที่ถูกตรวจสอบในหลายเรื่อง

เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานในบริเวณเกิดเหตุ

จากการสืบค้นเพิ่มเติม พบว่า นายสาธิต นะวาระ เดิมเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม แต่ขอลาออกก่อนกำหนด เมื่อช่วงต้นปี 61 โดยพบว่าสาเหตุที่ลาออก เนื่องจากมีปัญหากับกลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโรงเรียน เรื่องการขึ้นค่าเทอม และการบริหารงานโรงเรียนอนุบาลนครปฐม

โดยการตรวจสอบดังกล่าวนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครปฐม เขต 1 ได้รับข้อมูลจากตัวแทนกลุ่มผู้ปกครองให้ตรวจสอบเรื่องการปรับขึ้นค่าเทอมใหม่จาก 2.5 หมื่นบาทเป็น 3 หมื่นบาท โดยโรงเรียนอ้างว่า เป็นเพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ต้องใช้เงินบริหารโรงเรียนกว่า 25 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่ในช่วงการบริหารงานของอดีต ผอ.โรงเรียนคนเก่า ก็สามารถพัฒนาโรงเรียนได้ดี ทำให้เกิดเป็นประเด็นข้อสงสัยของกลุ่มผู้ปกครอง

keyboard_arrow_up