ผวาหนัก! เด็กตาบอดถูกเด็กวัย 12 มีดกรีดทั่วร่าง – ญาติคาดเก็บกด ถูกพ่อแม่เขมรทิ้ง (คลิป)

จากกรณีที่ จ.สมุทรปราการ เกิดเหตุน้องรัตน์ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งพิการทางสมอง ตาบอด ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ถูกมีดกรีดตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ก่อเหตุเป็นด.ช.ขวัญ (นามสมมติ) เด็กชายวัย 12 ปี ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่รับเลี้ยงเด็กอายุ 17 ปี โดยนางสาวสุภาภรณ์ หลิวเจริญ แม่ของน้องรัตน์ ระบุว่าแพทย์ต้องเย็บถึง 30 เข็ม ทั่วร่างกาย (อ่าน : สุดโหดเด็ก 12 คว้ามีดกรีดร่างเด็กตาบอด ยายผวาไม่นอนด้วย หวั่นถูกเก็บ)

นางจำรัส อยู่เย็น ย่าของน้องขวัญ ผู้ก่อเหตุ

วันที่ 2 ต.ค. 61 ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านของน้องขวัญ อายุ 12 ปี นางจำรัส อยู่เย็น อายุ 78 ปี ย่าของน้องขวัญ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ยังไม่ได้คุยกับแม่ของหลาน ส่วนตัวหลานก็มีรถของหน่วยงานราชการมารับไป 2 วันแล้ว โดยวันนี้แม่และหลาน ได้เดินทางไปให้ปากคำกับตำรวจ และพากันไปตรวจที่โรงพยาบาล ส่วนสภาพจิตใจและความรู้สึกของหลานก็เป็นปกติ ไม่มีอะไรน่าตกใจ และไม่ได้รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

นางจำรัส กล่าวว่า นิสัยของน้องขวัญ ถ้าอยู่ที่โรงเรียนตนไม่ทราบ แต่ถ้าสำหรับที่บ้าน เป็นคนที่ชอบแกล้งเพื่อน เวลาออกนอกบ้านไปเล่นกับเพื่อน ก็มักได้ยินคนมาฟ้อง หรือบอกกับตนว่า ขวัญชอบไปแหย่หรือเล่นรุนแรงกับคนอื่น ดังนั้น จึงมีบางครั้งที่ต้องกักบริเวณหลานบ้างเพราะรำคาญ ยอมรับว่า มีหลายครั้งที่ต้องตีเพื่อสั่งสอน โดยใช้มือตี เวลาทำโทษก็จะมี 2 คนที่ตีน้องได้ คือ ย่าและแม่ ซึ่งทุกครั้งที่ตี ก็เพราะหลานดื้อ ไม่ยอมเชื่อฟัง

นางจำรัส กล่าวต่อว่า แต่เดิม น้องขวัญเป็นลูกของคนงานกัมพูชา ที่เดินทางมาทำงานในย่านนี้ และนำน้องขวัญมาฝากเลี้ยง ในวัยเพียง 2 ขวบ ลักษณะคล้ายกับน้องรัตน์ ที่นำมาฝากเลี้ยงตอนพ่อแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง พ่อแม่ของน้องขวัญก็เงียบหายไป ไม่จ่ายค่าดูแล ทำให้ลูกชายของตน และลูกสะใภ้ ไปขอรับน้องขวัญเป็นลูกบุญธรรมจนถึงปัจจุบัน และการดูแลน้องขวัญ ก็เลี้ยงดูเหมือนเด็กทั่วไป ส่งให้เรียนหนังสือ ขณะนี้อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่บ้านก็ซื้อของให้ใช้ และเลี้ยงดูตามสภาพที่พ่อเลี้ยงดูได้

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าทางคดีที่ฝ่ายของแม่น้องรัตน์ เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนั้น ก็ขึ้นอยู่กับแม่ของน้องขวัญจะดำเนินการ ตนเพียงแค่ดูแลบ้าน ไม่ทราบเรื่อง ส่วนการจะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายผู้เป็นแม่เช่นเดียวกัน

นายมนัส อยู่เย็น อายุ 57 ปี ลุงของน้องขวัญ

นายมนัส อยู่เย็น อายุ 57 ปี ลุงของน้องขวัญ เล่าว่า นิสัยใจคอของขวัญ เป็นเด็กไม่เกเรมาก แต่ดื้อเงียบเป็นบางครั้ง เวลาไปโรงเรียน ตนก็ไม่รู้ว่าจะดื้อมากหรือไม่ แต่ขณะที่อยู่ที่บ้านก็จะมีเพื่อนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เข้ามาเล่นด้วยกันเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยเห็นมีพฤติกรรมดุร้าย หรือมีเรื่องกับใคร แต่บางครั้งการเลี้ยงดูน้องขวัญ ก็มีบ้างที่ยายและแม่ของเด็กจะทำโทษด้วยการตี บางครั้งก็มีกักบริเวณ เพื่อไม่ให้ออกไปซนนอกบ้าน ดังนั้น ตนเชื่อว่าจากความเก็บกดที่น้องสะสมไว้ ก็อาจจะมีส่วนทำให้น้องเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว และทำร้ายร่างกายน้องรัตน์ ประกอบกับน้องขวัญอาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กที่มีปมด้อย เพราะไม่มีพ่อแม่ มีแต่พ่อแม่บุญธรรม

นางสาวสุภาภรณ์ หลิวเจริญ แม่ของน้องรัตน์

นางสาวสุภาภรณ์ หลิวเจริญ แม่ของน้องรัตน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังรอผลตรวจจากโรงพยาบาล และด้านของแม่น้องขวัญ ได้เดินทางไปพบกับพนักงานสอบสวนแล้ว ส่วนด้านของพี่สาวน้องรัตน์ ก็ได้เดินทางไปให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่เข้าไปพาตัวน้องส่งโรงพยาบาล โดยอาการทั่วไป ดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังมีอาการไข้ขึ้นเป็นบางเวลา จึงได้ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ส่วนแผลที่เย็บเกือบ 30 เข็มนั้น ก็เริ่มแห้งบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับหรือโดนบริเวณขาและแขนได้ เพราะน้องยังรู้สึกเจ็บ รวมถึงยังมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา และล่าสุดได้ติดต่อกับทางหน่วยงานพื้นที่สมุทรปราการไปแล้ว เพื่อจะให้มีการฟื้นฟูและดูแลสติปัญญาทางสมองของน้อง เพราะตอนนี้น้องยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องมีการฝึกและให้ความช่วยเหลือด้วยหน่วยงานภาครัฐ เพราะในอนาคตไม่รู้ว่าตนจะเสียชีวิตเมื่อใด จึงมีความจำเป็นต้องสอนให้น้องใช้ชีวิตได้เอง หลังจากที่ไม่มีแม่แล้ว

แผลของน้องรัตน์

นางสาวสุภาภรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตกเป็นข่าวแล้วนั้น ทางแม่ของน้องขวัญ ก็ยังไม่ติดต่อกลับมา แม้กระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่เดินผ่านหน้าบ้านตน ก็ยังไม่เข้ามาทักหรือขอโทษแต่อย่างใด ดังนั้น ตนก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่ารักษาพยาบาลนั้น ก็ให้ตำรวจดำเนินการ เพราะถ้าหากตนเป็นคนเรียกร้อง ก็จะถูกมองว่าเป็นการขายลูกกิน และจะถูกมองไม่ดี ส่วนค่ารักษาพยาบาลขณะนี้ใช้สิทธิ์ตามบัตรคนพิการ จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ยกเว้นมีบางครั้งที่ต้องพาน้องไปทำแผล ต้องนั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาล รวมถึงค่าอาหาร ค่าขนมของน้องเท่านั้น

 

keyboard_arrow_up