ไล่ล่าแก๊งนายพรานยิง จนท.อุทยานฯ – ผอ. สำนักพื้นที่อนุรักษ์ ตั้งค่าหัว 2 หมื่น

จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กับกลุ่มผู้เข้าไปหาของป่า ในพื้นที่บริเวณหมู่ 15 บ้านห้วยน้ำไซ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก จนมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถูกยิงบาดเจ็บ 1 ราย (อ่าน : อุกอาจ! ปิดล้อมพื้นที่ ล่าแก๊งนายพรานยิง จนท.อุทยานฯ บาดเจ็บกลางป่า)

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หมู่บ้านตามหาพรานป่าที่ยิงเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน

วันที่ 27 ก.ย. 61  นายสว่าง สีตะวัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ได้สนธิกำลัง ทหาร และเจ้าหน้าที่ จำนวนมากกว่า 100 คน เข้าระดมประชาสัมพันธ์ เพื่อกดดัน ติดตามตัวคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิง เจ้าหน้าที่อุทยานภูหินร่องกล้า จนได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้เก็บเอาวัตถุต้องสงสัยเพื่อนำไปให้สุนัขตำรวจดมกลิ่น และใช้หาดีทีเอ็น เทียบเคียง กับของกลางที่เก็บ เป็นหมวกไหมพรมที่คนร้ายทำตกอยู่ในจุดที่เกิดเหตุ และระดมกำลัง เข้าหาข่าวตามบ้านเรือนของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เพราะอยู่ใกล้เส้นทางเข้าป่าเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และจุดเกิดเหตุ ประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อหาเบาะแสและข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผู้ที่ยังคงเป็นนายพรานเข้าป่าล่าสัตว์ในพื้นที่ ว่ายังมีอยู่มากน้อยเท่าไร

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หมู่บ้านตามหาพรานป่าที่ยิงเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน

นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านได้ทราบถึงความผิดทางกฎหมาย และควรเลิกล่าสัตว์ป่า และอนุรักษ์ไว้เป็นทรัพยากรธรรมชาติให้ลูกหลานต่อไป ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจดีเพราะปัจจุบัน ชาวบ้านในพื้นที่สามารถสัญจรไปมา หาซื้ออาหารได้อย่างสะดวกสบาย แต่อาจจะยังมีบางส่วนที่มีพฤติกรรมชื่นชอบการล่าสัตว์อยู่

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หมู่บ้านตามหาพรานป่าที่ยิงเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ได้ตั้งเงินรางวัล ให้กับผู้ที่ชี้เป้าผู้ต้องสงสัย พยานหลักฐานเป็นเงิน 5,000 บาท และผู้ที่แจ้งเบาะแสจับกุมนายพรานมือปืนยิงเจ้าหน้าที่อุทยาน เป็นเงิน 20,000 บาทด้วย ส่วนการเข้าติดตามตรวจค้น หาพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความร่วมมือเนอย่างมาก เพราะชาวบ้านก็ต้องการทราบว่า กลุ่มนายพราน 3 คน ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่อุทยานคือใครกันแน่

นายชูศักดิ์ ทรงเจริญวงศ์ อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 บ้านน้ำไซ เปิดเผยว่า ชาวบ้านก็ รู้สึกไม่สบายใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ผ่านมาได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน ลด ละ เลิก พฤติกรรมล่าสัตว์ป่า เพราะสัตว์ป่าเริ่มลดน้อยลงแล้ว

 

keyboard_arrow_up