ญาติเด็ก 4 ขวบ ถูกหมาอัลเซเชี่ยนขย้ำ ถามเจ้าของ ถึงจะเข้าไปแหย่ จ่ายแค่พัน ใช่หรอ? (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ถูกสุนัขข้างบ้านมุดหัวผ่านช่องรั้วออกมากัดเป็นแผลลึกกว้าง ขณะที่ออกไปเดินเล่นกับเพื่อนอีก 2 คน จนกระทั้งล่าสุดเจ้าของสุนัขปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างตนเองไม่ผิดเลี้ยงสุนัขเอาไว้ในบ้าน

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจบ้านในโครงการ

วันที่ 24 ก.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พบว่าภายในหมู่บ้านเป็นโครงการที่เพิ่งสร้างเสร็จ เริ่มมีคนเข้าอยู่อาศัยบ้างบางส่วน ซึ่งบ้านของน้องวัย 4 ขวบ ตั้งอยู่ห่างจากบ้านที่เลี้ยงสุนัขไปอีกหนึ่งซอย ห่างกันเพียง 1 ซอยเท่านั้น

นางสาวภาทิพ ผ่องอินทรี อาของน้องวัย 4 ขวบ

นางสาวภาทิพ ผ่องอินทรี อาของน้องน้ำผึ้ง อายุ 4 ขวบ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยขณะนั้นตนเองได้เดินทางไปทำธุระนอกบ้านกลับบ้าน ทั้งตนและยายของเด็กได้ไปอาบน้ำ ส่วนเด็ก ๆ ทั้ง 3 คน การ์ฟีลด์ 6 ขวบ โฟกัส 10 ขวบ และน้องน้ำผึ้ง วัย 4 ขวบ ได้ออกไปปั่นจักรยานและวิ่งเล่นตามประสาเด็กทุกวัน และได้ผ่านบ้านหลังเกิดเหตุโดยเด็ก ๆ ก็ไม่ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเลี้ยงสุนัข เพราะเป็นบ้านที่เพิ่งมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ ซึ่งระหว่างที่เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่ ก็ไม่รู้ว่าสุนัขจะเข้ามากัด เพราะไม่มีท่าทีจะขู่หรือเห่าให้ตกใจกลัวแต่อย่างใด

สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ในบ้านของสุนัขตัวที่ก่อเหตุ

จากนั้น สุนัขพันธุ์อัลเซเชียน ได้เอาหัวลอดออกจากรั้วเหล็กหน้าบ้าน ออกมาถึงช่วงประมาณไหล่ และกัดไปที่ใบหูซ้ายของเด็ก 4 ขวบ โดยลักษณะหมาอยู่ในรั้วโผล่หัวออกมากัด เด็กยืนอยู่นอก จากนั้นเด็กวัย 6 ขวบ และ 10 ขวบ ก็รีบวิ่งหนี เมื่อเด็กวัย 4 ขวบ สะบัดออกไปได้แล้ว กำลังจะหันหลังออกจากรั้วบ้าน สุนัขก็งับเข้าที่แขนซ้ายอีกครั้ง จนเป็นแผลรอยเขี้ยวลึกมากกว่า 6-7 แผล มีไขมันไหลออกมาจุกอยู่บริเวณแผล

หลังเหตุการณ์ผ่านไป เจ้าของสุนัขยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด และยังปฏิเสธว่า ไม่ได้ปล่อยสุนัขออกไปนอกบ้าน เพราะสุนัขยังคงอยู่ในรั้ว จึงไม่ใช่ความผิดตน จากนั้นได้ประสานผ่านคนกลางโครงการ นำเงินสินน้ำใจมูลค่า 1,000 บาท มามอบให้ แต่ฝ่ายของญาติน้อง 4 ขวบ ปฏิเสธที่จะรับเงิน เนื่องจากมองว่าเล็กน้อยเกินไป เพราะการพาน้องไปทำแผล และฉีดวัคชีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 5 เข็ม เข็มละ 700 บาท และอยากให้เจ้าของสุนัขแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน และมีศีลธรรมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมกัน

บาดแผลที่น้องน้ำผึ้งถูกกัด

น.ส.ภาทิพ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้อาการของน้องดีขึ้นตามลำดับ แต่แผลที่เกิดขึ้นไม่สามารถเย็บได้ เพราะถ้าเย็บแผลจะยิ่งติดเชื้อมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องพาน้อง 4 ขวบ ไปทำแผลทุกวัน เพื่อให้แผลแห้งสนิทและเฝ้าดูอาการในระยะหนึ่ง ส่วนผลตรวจยังไม่พบอาการติดเชื้อแต่อย่างใด และทุกครั้งที่น้องเจอกับสุนัข แม้จะตัวเล็ก น้องก็ยังแสดงอาการหวาดกลัว

นอกจากนี้ น.ส.ภาทิพ ยังปฏิเสธกรณีเรียกเงิน 50,000 บาท จากเจ้าของสุนัข โดยบอกว่า ครอบครัวไม่เคยเรียกเงินใด ๆ นอกจากให้ร่วมกันรับผิดชอบเด็ก ในฐานะเจ้าของ และอยากให้สงสารน้อง 4 ขวบ พร้อมทั้งสาบานว่าหากทางครอบครัวไปเรียกเงินจำนวนดังกล่าวกับเจ้าของสุนัขขอให้มีอันเป็นไป

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า หากเกิดกรณีสุนัขกัดคนอื่น ให้ถือว่าเจ้าของมีความผิด ฐานปล่อยปละละเลยให้สัตว์เลี้ยงของตัวเอง ที่เป็นสัตว์ดุร้าย ออกไปก่อเหตุทำร้ายคนอื่น แต่จากกรณีของน้องไป 4 ขวบครั้งนี้ แม้ว่าจะถูกขังเอาไว้ภายในรั้ว แต่ยังสามารถกลับหรือทำร้ายเด็กได้ ถือว่า เจ้าของต้องรับผิดชอบ ในความผิดในคดีแพ่ง ตามมาตรา 433 ฐานปล่อยให้สัตว์ดุร้ายทำร้ายผู้อื่น จะต้องชดใช้ค่าสินไหมตามเห็นสมควร

แต่กรณีปล่อยปละละเลยไม่ดูแลสัตว์เลี้ยง และไม่มีกรงหรือเครื่องกีดขวาง ที่จะป้องกันสัตว์หลุดออกมากัดผู้อื่น มีความผิดอาญา ฐานะประมาท หากผู้นั้นได้รับบัตรเจ็บสาหัสมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี หรือบัตรเจ็บเล็กน้อยมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ กรณีเจ้าของสุนัข มีหลักฐานยืนยันว่าตนเองเลี้ยงสุนัขเอาไว้อย่างดี และเกิดจากถูกแหย่หรือทำให้สัตว์เกิดอารมณ์ดุร้าย เจ้าของสุนัขถือว่าไม่มีความผิด ซึ่งฝ่ายที่ผิดคือเด็กวัย 4 ขวบ แต่ก็กรณีการแหย่จะต้องใช้อาวุธหรือสิ่งของทำร้ายให้สัตว์ตกใจกลัวเท่านั้น

keyboard_arrow_up