สาวเผยนาทีหนีตายหนุ่มหน้าลายดักฉุด ชก เตะหวังขืนใจ จี้ ตร.ล่า พ้นสัปดาห์ยังลอยนวล (คลิป)

​กรณีเพจ หัวร้อน แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่เล่าว่าหนุ่มสักลายเต็มใบหน้า ก่อเหตุทำร้ายสาวจนเบ้าตาแตก หวังจะฉุดมาข่มขืน แต่ฝ่ายหญิงสามารถหนีรอดออกมาได้ โดยเหตุเกิดที่ จ.กาญจนบุรี นั้น

น.ส.เจี๊ยบ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

วันที่ 23 ก.ย. 61 น.ส.เจี๊ยบ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 ก.ย.) เวลาประมาณ 01.00 น. ตนไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง กับเพื่อนสาวอีก 1 คน ที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อผับปิด จึงแยกย้ายกับเพื่อนในเวลาประมาณ 02.30 น. ตนขับรถจักรยานยนต์จากผับกลับบ้านคนเดียว ระหว่างทางได้แวะทานข้าวที่ร้านข้าวต้มแผงลอย ตรงข้ามกับ สภ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้น ก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. เมื่อขับถึงบริเวณป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง รู้สึกเป็นห่วงเพื่อน จึงจอดรถเพื่อโทรศัพท์สอบถามว่าถึงบ้านแล้วหรือยัง ตอนนั้นมีชายคนหนึ่งมาจอดมอเตอร์ไซค์ประกบรถของตน แล้วเข้ามาบิดกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้ดับเครื่อง ดึงกุญแจรถออก พร้อมกับดึงเอาโทรศัพท์มือถือออกจากมือตนไป โดยบอกให้ตนไปด้วย ตนไม่ยอม จึงพยายามขอโทรศัพท์คืน พร้อมออกอุบายว่าเดี๋ยวขอโทรบอกเพื่อนก่อนว่าจะไปด้วย แต่คนร้ายไม่ให้โทรศัพท์ ก่อนคนร้ายจะลงมือทำร้ายร่างกายตน ด้วยการต่อยที่ท้องหลายครั้ง แล้วชกเข้าที่เบ้าตา จากนั้น ก็พยายามจะฉุดตนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ ตนพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกฉุดรั้งไว้ โดยคนร้ายพยายามต่อย และลากตนขึ้นรถจักรยานยนต์

บาดแผลที่ลำคอ
บาดแผลที่ตา

น.ส.เจี๊ยบ เล่าต่อว่า คนร้ายเกือบจะฉุดตนขึ้นรถจักรยานยนต์สำเร็จ แต่ตนอาศัยจังหวะทิ้งตัวลงนอนกับพื้น ก่อนที่คนร้ายจะตามมาต่อยและเตะหลายครั้ง ตนจึงรวบรวมกำลังลุกขึ้นวิ่งออกจากจุดเกิดเหตุ กลับมายังร้านข้าวต้มอีกร้านหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านที่ทานมาก่อนหน้านี้ เมื่อตนวิ่งไปถึงร้านข้าวต้ม เจอกับนักดนตรีในผับที่รู้จักกัน นักดนตรีถามตนว่า “ใครทำร้าย” ตนก็บอกว่าคนที่ทำร้ายเป็นคนที่หน้ามีลายสัก จำได้ว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกับคนที่ขึ้นไปบนเวทีในผับก่อนหน้านี้ โดยตนไม่แน่ใจว่าคนร้ายสะกดรอยตามมาหรือไม่ จากนั้น กลุ่มนักดนตรีก็ได้ช่วยเหลือและนำตนส่งโรงพยาบาล โดยตนได้นอนพักรักษาตัว 2 คืน ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่นั้น พนักงานในผับก็ได้นำรูปคนร้ายมาให้ตนชี้ตัว ทำให้ตนทราบชื่อและนามสกุลของคนร้าย โดยคาดว่าที่ผับมีข้อมูล เนื่องจากมีการสแกนบัตรประชาชนของคนที่มาเที่ยว ก่อนจะเข้าไปด้านในผับ ทั้งนี้ ตนจำหน้าคนร้ายได้ดี เพราะใบหน้ามีรอยสักทั้งหน้า

น.ส.เจี๊ยบ กล่าวต่อว่า เช้าวันเดียวกัน (17 ก.ย.) แฟนของตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่าตนถูกทำร้ายร่างกาย และถูกชิงทรัพย์ โดยในวันพุธที่ 19 ก.ย. 61 ที่ตนออกจากโรงพยาบาล ตนก็ได้ไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกชื่อคนร้ายและให้ดูภาพถ่าย ขณะนี้ก็ทราบว่าอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยเช้าวันนี้ ตนได้โทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทราบว่ามีการออกหมายจับคนร้ายแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกกังวลถึงความไม่ปลอดภัย เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นได้ 1 สัปดาห์แล้ว และตนทราบตัวคนร้ายว่าเป็นใคร แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ จึงอยากฝากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ รีบดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะเหตุการณ์ก็ผ่านมาค่อนข้างนานแล้ว อยากให้คนร้ายติดคุก จะได้ไม่ต้องออกมาทำแบบนี้กับใครอีก นอกจากนี้ สำหรับอาการบาดเจ็บ ก็ยังรู้สึกปวดที่ตาข้างซ้าย เบื้องต้นแพทย์เอ็กซเรย์แล้วพบว่าตาไม่บอด แต่ยังไม่ระบุว่ามีการกระทบกระเทือนบ้างหรือไม่ เพราะขณะนี้ตาข้างซ้ายยังมองเห็นไม่ชัด โดยแพทย์นัดตรวจตาในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.)

ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน พบว่ามีไฟส่องสว่างติดอยู่ที่เสาไฟ บริเวณเกาะกลางถนน โดยทุก 20 เมตร จะมีเสาไฟ 1 ต้น แต่ละเสามีไฟ 2 ดวง แสงสว่างเพียงพอที่จะสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน แต่ไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่มีคนเดินผ่านไปมาด้วย

นางปราณี บุญรักษา ผู้เห็นเหตุการณ์ที่ร้านอาหารตามสั่ง

ทีมข่าวเดินทางต่อมาที่ร้านอาหารแผงลอย ที่ผู้เสียหายวิ่งมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยนางปราณี บุญรักษา อายุ 43 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเห็นชายสักลายเต็มใบหน้า ตามผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนละคนกับผู้เสียหาย มากินข้าวที่ร้านในละแวกเดียวกัน พักหนึ่งผู้หญิงคนนั้น จึงหนีมานั่งกับเพื่อนที่ร้านตน ผู้ชายคนดังกล่าวก็ตามมาที่ร้าน และพยายามจะเข้ามาพูดคุย จนกระทั่งผู้หญิงและกลุ่มเพื่อนกลับไป ชายสักลายก็ยังคงเข้ามาพูดคุยกับเด็กที่ร้าน จากนั้นก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไป

ร้านอาหารแผงลอยที่ผู้เสียหายมาขอความช่วยเหลือ

นางปราณี เล่าต่อว่า ไม่นานนักผู้เสียหายก็วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลือบริเวณร้านค้า สภาพร่างกายถูกทำร้าย เบ้าตาเขียวช้ำ เข่าถลอก เสื้อผ้าอยู่ครบ ตนเห็นก็รู้สึกสงสาร ขณะนั้นมีกลุ่มการ์ดของผับนั่งกินข้าวอยู่ร้านริมสุด ก็มาช่วยกันปฐมพยาบาล ทั้งนี้ ตนก็พอจะคาดเดาได้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ เพราะหลังจากชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ออกไปไม่นาน ผู้หญิงผู้เสียหายก็วิ่งมา อย่างไรก็ตาม ตนได้วิ่งออกไปดูแต่ก็พบว่าชายคนดังกล่าวหลบหนีไปแล้ว ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า ไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุมาก่อน โดยวันที่เกิดเหตุเป็นวันแรกที่ผู้ชายคนดังกล่าวมากินข้าวที่ร้าน หลังจากเกิดเหตุ ตนก็อยากให้ตำรวจจับคนร้ายได้โดยเร็ว เพราะสักเต็มใบหน้า ดูน่ากลัว และตนก็ไม่ทราบว่าเป็นคนแถวไหนด้วย

keyboard_arrow_up