แฉอีก! เจ้าอาวาสลวงอาบน้ำแก้มนต์ดำ ใช้ความดื้อจนรอด – ศิษย์แฉ ใช้อุบายเฉพาะสาวรุ่น (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดถ้ำประกายเพชร ในพื้นที่ อ.นาด้วง จ.เลย ภายหลังจากที่มีหญิงหลายรายร้องเรียนว่า เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวมีพฤติกรรมลวงหญิงเข้าไปประกอบพิธีไล่สิ่งอัปมงคล ก่อนจะฉวยโอกาสกระทำอนาจาร ขณะที่เจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหายืนยันว่าไม่เคยประพฤติตามที่ถูกกล่าวอ้าง และพร้อมที่จะลาสิกขาเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ล่าสุด วันที่ 21 ก.ย. 61 กลางดึก เจ้าอาวาสได้ลาสิกขาเรียบร้อยแล้ว (อ่าน : เจ้าอาวาสวัดดัง จ.เลย ถูกกล่าวหาอนาจารสีกา ย่องสึกกลางดึก)

น.ส.นา (นามสมมติ) อดีตลูกศิษย์วัด ถ้ำประกายเพชร

น.ส.นา (นามสมมติ) อดีตลูกศิษย์วัด ถ้ำประกายเพชร กล่าวว่า ตนเป็นลูกศิษย์วัดตั้งแต่เด็กจนโต มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อวัดและเจ้าอาวาส จนพบพฤติกรรมบางอย่างภายในวัดที่ทำให้หมดศรัทธา เพราะตลอดที่เป็นลูกศิษย์ของวัด มักมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด โดยแต่ละคนมักพูดถึงมุมที่ไม่ดีของเจ้าอาวาส โดยเรื่องที่ทุกคนรับไม่ได้คือเรื่องของผู้หญิง มีทั้งการลวนลามผ่านพิธีการอาบน้ำมนต์ ที่พระจะต้องเป็นคนประกอบพิธีด้วยตนเอง และผู้หญิงที่เข้าร่วมพิธีจะต้องนุ่งผ้าถุงอยู่ภายในวัด อยู่กินประจำอยู่ที่วัด จากนั้นเมื่อเริ่มพิธี พระก็จะเป็นคนดำเนินการทั้งหมด หลังจากนั้นลูกศิษย์ทุกคนก็จะไม่เห็นว่ามีพิธีกรรมอย่างไรบ้าง จนกระทั่งมีผู้เสียหายถูกลวนลามร้องไห้วิ่งออกมาจากพิธี ขอความช่วยเหลือและกลับบ้านไป ซึ่งตนสังเกตว่า การประกอบพิธี พระจะเลือกอาบน้ำมนต์ให้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น

โดยพระรูปดังกล่าวทำพิธีมานานกว่า 10 ปี สำหรับพิธีการจะเริ่มต้นคล้ายกันคือการดูลายมือ จากนั้นก็จะบอกกับผู้หญิงเหล่านั้นว่า กำลังมีเคราะห์กรรม จะต้องทำการแก้ไข และสะเดาะเคราะห์ โดยผู้หญิงจะต้องอาบน้ำมนต์ที่วัดเท่านั้น ไม่ให้นำกลับไปอาบที่บ้าน ซึ่งตนแปลกใจว่า ทำไมต้องเลือกผู้หญิงเท่านั้น

น.ส.นา บอกว่า นอกจากที่ตนทราบข่าวว่ามีการอนาจาร ยังพบว่ามีผู้เสียหายเคยถูกข่มขืนอีกด้วย แต่ตนเองไม่เห็นกับตา มีเพียงลูกศิษย์เล่าต่อกันมา และคนส่วนใหญ่ที่ทราบถึงพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าว ก็มักจะไม่กล้าที่จะแจ้งหน่วยงานใด เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของลูกศิษย์บางคน ที่เป็นคนมียศ ดังนั้นหากมีคนออกมาเปิดโปง กลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย และอาจถูกทำร้าย

น.ส.น้ำตาล (นามสมมติ) ผู้ที่เคยไปปฏิบัติธรรมที่วัด

ขณะที่ น.ส.น้ำตาล (นามสมมติ) ผู้ที่เคยไปปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำประกายเพชร เปิดเผยว่า ตนเคยโดนอุบายหลอกล่อจากพระรูปดังกล่าวในลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2547 ซึ่งผ่านมาแล้ว 14 ปี แต่ปัจจุบันยังคงพบว่ามีผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล เพราะกลัวกระทบหน้าที่การงาน ส่วนพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าวยังคงใช้อุบายลักษณะเดิม คือ ทักผู้หญิงส่วนใหญ่ว่ากำลังมีเคราะห์กรรม ต้องมีการสะเดาะเคราะห์ อาบน้ำมนต์ และจะต้องมีการพักค้างคืนที่วัด ซึ่งคนที่ได้รับเลือกเข้าไปปฏิบัติธรรมและพักค้างคืน มักจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเวลาทักว่ามีเคราะห์กรรมก็มักจะทักเฉพาะผู้หญิงวัยรุ่น อายุน้อยและหน้าตาดี

เจ้าอาวาสวัดถ้ำประกายเพชร ผู้ถูกกล่าวหา

โดยครั้งนั้นตนรอดมาได้ เพราะว่าไม่เชื่อว่ามีเคราะห์กรรม หรือโดนของอยู่ในตัว ตนไม่มีความเชื่อ จึงพยายามขัดขืนที่จะนอนวัด แต่แม่และยายอยู่ร่วมด้วยที่วัด ทำให้ตนจึงยอมอยู่จนถึงเช้า ซึ่งในช่วงกลางดึก พระรูปดังกล่าว ยังคงออกอุบายว่าจะต้องอาบน้ำมนต์ จึงจะแก้ของได้ แต่ตนดื้อ ไม่เข้าร่วมพิธี จึงรอดมาโดยไม่ถูกจับเนื้อต้องตัว เมื่อถึงเวลาเช้า ตนก็รีบออกจากวัดทันที อย่างไรก็ตาม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แม้ชาวบ้านบางส่วนจะทราบพฤติกรรม แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ขณะเดียวกันก็มีคนยังศรัทธาและออกมาปกป้องพระรูปดังกล่าว ตนมองว่าควรสึกจากความเป็นพระจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นก็อาจก่อเหตุขึ้นกับคนอื่นอีกได้

keyboard_arrow_up