พ่อ “โอ วรุฒ” เปรยขายบ้าน เงินเก็บอยู่ได้อีก 5 เดือน – “บี้” ร่วมอาลัย โกโบริรุ่นพี่ (คลิป)

วันที่ 13 ก.ย. 61 พระสุวิทย์ ติสสธัมโม พระลูกวัดดอยแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นพระพี่เลี้ยงเมื่อครั้งที่ โอ วรุฒบวชเมื่อ 3 ปีก่อน โดยเล่าว่า โอ วรุฒ เลือกบวชที่วัดนี้ เนื่องจากเป็นวัดที่มีการนำปฏิบัติ เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ รวมถึงมีนำบิณฑบาตด้วย เพราะที่วัดอื่นหากเป็นทางเหนือจะไม่มี

พระสุวิทย์ ติสสธัมโม พระลูกวัดดอยแก้ว

ช่วงที่โอบวชและไปเดินบิณฑบาต มีคนมารอใส่บาตรเยอะกว่าปกติ แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยออกมาใส่บาตรก็มารอใส่เป็นจำนวนมาก เพราะจากการจำพรรษาที่วัดนี้มาเกือบ 20 ปี จะจำหน้าคนที่มาใส่บาตรได้

พระสุวิทย์ เล่าต่อว่า ช่วงที่อยู่วัดจะเห็นว่าโอ วรุฒ เป็นคนอัธยาศัยดี สนิททุกคนที่วัด ซึ่งตลอด 11 วัน ไม่ได้มีการแสดงอาการป่วยให้เห็น สามารถเดินบิณฑบาตได้ทุกเช้า มีเพียงแต่ต้องฉีดยาลดเบาหวานด้วยตัวเองทุกเช้า ที่ทราบก็เพราะต้องเข้าไปช่วยห่มผ้าให้ทุกวัน

โอ วรุฒ ครั้งเคยบวชที่วัดดอยแก้ว

โดยช่วงที่โอบวชอยู่ที่วัด พระสุวิทย์ได้สอนให้รักบิดามารดา รวมถึงสอนให้ฝึกจิต เพื่อทำให้สุขภาพแข็งแรง เมื่อสึกออกไปจะได้ทำงานได้  ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ โอดูมีความสุขกับการบวช และทราบว่าใจจริงเขาก็ไม่อยากสึก แต่มีงานเข้ามาพอดี โดยหลังจากสึกไปตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โอ วรุฒ ก็ยังเข้ามาทำบุญที่นี่เป็นประจำ

นายแรม วรธรรม พ่อโอ วรุฒ

นายแรม วรธรรม พ่อโอ วรุฒ เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในบ้านยังมีเงินเบี้ยคนชรา คนละ 800 บาท รวมถึงเงินที่ได้จากการขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าหมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ ก็คงต้องขายบ้าน แล้วให้ภรรยากลับไปอยู่กับน้องสาวของเขาที่กรุงเทพฯ ส่วนตัวเองก็คงจะไปอยู่กับน้องชายซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ตนเองไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร ยังแข็งแรงดีจึงไม่น่าห่วง เดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าพยุง แต่แม่ของโอเป็นโรคตา โรคหู เขาเคยเป็นแอร์โฮสเตสมาก่อน หูก็เลยหนวก ตาก็เป็นต้อหิน ผ่าตัดไม่ได้จึงต้องหยอดตาเอา

ร้านกาแฟของโอ วรุฒ

ส่วนร้านกาแฟของลูกชายก็คงจะยกอุปกรณ์ให้กับแม่บ้านไปทำต่อ โดยจะทำที่นี่หรือเอากลับไปเมียนมาร์ก็แล้วแต่เขา

สำหรับราคาบ้านหลังนี้ตั้งไว้ที่ 6-7 ล้านบาท เพราะมีเนื้อที่กว้างถึง 1 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างในบ้านอีก ห้องนอนก็มีถึง 4 ห้อง แถมแอร์ให้ด้วย พร้อมเข้าอยู่ ตอนนี้ก็มีคนติดต่อขอซื้อมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ตกลง จะพยายามประคับประคองตัวเองไปก่อน หากไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องขาย โดยตอนนี้เงินเก็บที่มีจะพอใช้ได้แค่ประมาณ 5-6 เดือน ถึงวันนั้นยอมรับว่าคงจะอาลัยอาวรณ์ เพราะสิ่งที่มีอยู่ต้องขายเพื่อประทังชีวิต แต่ตนเองไม่ต้องการไปรบกวนขอบริจาคใครให้เดือดร้อน ขอช่วยเหลือตัวเองดีกว่า

บรรยากาศสวดพระอภิธรรมศพโอ วรุฒ

สำหรับบรรยากาศสวดพระอภิธรรมศพโอ วรุฒ ที่ศาลาสหัท-หงส์มหาคุณอนุสรณ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยพีธีเริ่มขึ้นในเวลา 19.00 น. วันนี้มีชมรมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน ภาคเหนือ (BBC ล้านนา) โรงเรียนเก่าซึ่งโอเคยเรียนเป็นเจ้าภาพ คนในวงการบันเทิงเดินทางมาตั้งแต่ช่วงบ่าย อาทิ บี้ สุกฤษฏิ์, ทนงศักดิ์ ศุภการ, เปียเชอร์ คริสเตนเซ่น, ฟอร์ด สบชัย และกลุ่มเพื่อนสนิท เช่น ปิงปอง สแกวัลย์ และตั้ม สมประสงค์ ส่วน นีโน่ เมทนีติดถ่ายรายการ จะมาร่วมงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งบรรยากาศในวันนี้ก็ยังเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว (บี้) นักร้องและนักแสดง

บี้ สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ซึ่งเคยรับบทบาท “โกโบริ” ในละครเรื่องคู่กรรม เช่นเดียวกับโอ วรุฒ เปิดเผยว่า นับถือโอว่าเป็นโกโบริรุ่นพี่ โดยวันนี้มาร่วมแสดงความอาลัยเพราะเคยร่วมงานกันเมื่อ 4 ปีก่อน เขาเคยไปเป็นแขกรับเชิญในซิทคอมที่ตนเองแสดงอยู่หลายตอน ตลอดการร่วมงานช่วงประมาณ 2-3 เดือน ก็ได้พูดคุยกันเยอะ จากนั้นก็ห่างหายกันไปจนได้เห็นข่าวว่าเขามาบวชที่เชียงใหม่ แล้วตนกลับมาบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่พอดี จึงได้แวะไปเยี่ยม  เมื่อโอ วรุฒ เสียชีวิต ตนจึงได้เข้ามาลา โดยกราบศพและบอกว่าให้เขาไปอย่างมีความสุข

ทุกครั้งที่ได้เจอโอ วรุฒ บี้เปิดเผยว่า เจ้าตัวไม่เคยแสดงความเจ็บป่วยหรืออ่อนแอให้เห็นเลย ซึ่งเขาจะเป็นคนสนุกสนานมาก ๆ แต่บางทีก็แอบเห็นแววตาที่เป็นอารมณ์นิ่ง ๆ เหมือนคิดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เคยระบายอะไรให้ฟัง ซึ่งตนก็ไม่กล้าที่จะไปถามอะไรลึก ๆ จากนี้ก็จะนำสิ่งดี ๆ ของเขา อย่างเช่นทุกครั้งที่เขามาทำงาน เขาจะมีความสุขมาก ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องอะไรติดอยู่ในใจก็ตาม แต่เขาก็ยังสนุกกับการทำงาน ตนก็จะยึดข้อนี้มาใช้กับตัวเอง

เปียเชอร์ คริสเตนเซ่น

เปียเชอร์ คริสเตนเซ่น ผู้ที่สนิทสนมกับโอ วรุฒ ตั้งแต่ก่อนจะเข้าวงการ รวมระยะเวลากว่า 30 ปี เมื่อเข้าวงการก็ยังได้เล่นละครประกบคู่เป็นพระเอก นางเอกด้วยกันในเรื่อง “ตุ๊กตาสาธุ” โดยเจ้าตัวบอกว่า ทุกครั้งที่เจอกันก็จะพากันไปเที่ยว พาเหรด นาซ่า สถานบันเทิงในยุค 90 เพราะทั้งตนและคุณโอก็เป็นสายปาร์ตี้ แต่ถามว่าได้เตือนไหมเรื่องปาร์ตี้หนัก ก็ไม่ได้พูด เพราะรู้ว่าคนเตือนเยอะแล้ว แต่มีครั้งหนึ่งที่เล่นละครเป็นพระ-นางคู่กัน ในบทบาทนั้นเขาต้องมาจู๋จี๋ ตนก็ทำหน้าให้เขาเห็นแล้วพูดว่าเหม็นเหมือนกันนะ กลิ่นเหล้าฟุ้งเลย

สำหรับนิสัยใจคอของโอ ยอมรับว่าเป็นคนน่ารัก ตลก เฮฮา รู้สึกรักเพื่อนคนนี้มาก เพราะเป็นคนอารมณ์ดี มุกเยอะ ส่วนระยะหลังที่เขาป่วย ตนก็มาเยี่ยมที่เชียงใหม่ โดยโอได้บอกกับตนว่าเลิกเหล้าแล้ว ตัวเองก็ยังบอกกลับไปว่าดีใจด้วย ซึ่งเขาก็ยังเหมือนเดิม เล่นมุก เล่นตลกอะไรได้

การสูญเสียเพื่อนที่รักในครั้งนี้ ตนรู้สึกว่าเขาไปสบายแล้ว เพราะรู้ว่าร่างกายของโอเหนื่อยมาเยอะ ส่วนที่เหลือเพื่อน ๆ ก็จะดูแลให้ถึงที่สุด

 

 

keyboard_arrow_up