พระนักเทศน์โหดโร่มอบตัว หลังทำร้ายเด็กวัดดับ รับบันดาลโทสะ ผู้ตายพูดทำเสียชื่อ

กรณีนางสาวอรุณี กระแสโสม อายุ 32 ปี บ้านอยู่ อ.เมือง จ.นครปฐม เข้าแจ้งตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่และเป็นพระนักเทศน์ หลังทำร้ายร่างกาย นายย้อย กระแสโสม ผู้เป็นพ่อได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลนครปฐม โดยเหตุเกิดภายในวัด เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

เวลาต่อมานายย้อย ได้เสียชีวิตน.ส.อรุณี จึงได้แจ้งตำรวจ เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์ศพพ่อหาร่องรอยบาดแผล และสาเหตุที่ทำให้พ่อเสียชีวิต ซึ่งจะใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่ทำร้ายพ่อ และเพื่อความเป็นธรรมของพ่อขอให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

น.ส.อรุณี เปิดเผยว่า พ่อเป็นลูกศิษย์คอยรับใช้ดูแลพระอยู่ในวัด ทำหน้าที่คอยช่วยเหลือพระทุกรูปแล้วแต่ว่าพระรูปใดจะใช้งาน หรือเรียกใช้ อุปนิสัยของพ่อจะมีข้อเสียอยู่ก็คือชอบดื่มสุรา เมื่อดื่มสุราแล้วชอบเอาเรื่องพระบางคนที่ได้ไปพบเห็นมา ไปบอกเล่าให้คนอื่นฟัง

กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ย. เวลาประมาณ 08.00 น. พ่อของเธอได้ถูกพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งมีมีดีกรีเป็นถึงพระมหาเรียกเข้าไปที่หลังเมรุเผาศพ ภายในวัด แล้วถามพ่อของเธอว่า “ไอ้ย้อยมึงได้เอาเรื่องอะไรของกูไปเล่าให้ญาติโยมฟังไหม” ซึ่งพ่อตอบไปว่าไม่ได้เล่า เมื่อคำตอบของพ่อจบลงยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ พระรูปดังกล่าวก็ได้ลงมือเตะต่อยจนพ่อล้มลงกับพื้น แล้วยังกระทืบซ้ำที่ศีรษะจนศีรษะกระแทกกับพื้นซีเมนต์ ขณะที่ลงมือทำร้ายร่างกายมีพระสงฆ์ 1 รูป และสามเณร 2 รูปเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่กล้าเข้าห้ามปราม

พระมหาศิขริน สุขิตโต เข้าพบพนักงานสอบสวน

ความคืบหน้า วันที่ 12 ก.ย. 61 พระมหาศิขริน สุขิตโต หรือนายศิขรินทร์ เวียนประโคน อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยมัคทายกวัดอีก 2 คน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มจากทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บเป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย พนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบเอกสารก่อนส่งพระมหาศิขรินทร์ ให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติอาชญากรรม ก่อนนำตัวส่งไปผัดฟ้องฝากขังยังศาลจังหวัดนครปฐมในเวลา 13.40 น. วันเดียวกัน โดยมีฆราวาสที่มาด้วยติดตามไปยื่นประกันตัวที่ศาลจังหวัดนครปฐม

ขณะเดียวกันนางสาวอรุณี กระแสโสม ลูกสาวของนายย้อย ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดนครปฐม ยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวต่อศาลจังหวัดนครปฐม หลังยื่นคำร้องแล้วได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่มายื่นคำร้องคัดค้านเพราะเกรงว่า การตายของพ่อจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งพระที่ทำร้ายพ่อเธอจนเสียชีวิตก็อยู่ที่วัดใกล้บ้าน ตอนนี้ตนต้องดูน้องอีก 2 คน นอกจากเสียใจแล้วยังรู้สึกไม่ปลอดภัยด้วย

สำหรับพระรูปที่ทำร้ายนายย้อยเสียชีวิต เป็นพระนักเทศน์ฝีปากดี มีญาติโยม สีกา แม่ยก ชื่นชมเยอะ ขณะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่พระรูปดังกล่าวไม่ยอมเปิดปากพูด พร้อมเดินเลี่ยงไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาเพื่อเดินทางไปผัดฟ้อง ที่ศาลจังหวัดนครปฐม โดยมีฆราวาสซึ่งเป็นมัคทายกที่มาด้วยขับรถตามไป

 

 

 

keyboard_arrow_up