GSMA เผยเปิดเสรีส่งข้อมูลข้ามพรมแดนหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

สมาคมจีเอสเอ็มเอ (GSMA) ผู้แทนผลประโยชน์ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั่วโลก เปิดเผยผลการศึกษาในรายงานล่าสุด Reginal Privacy Framework and Cross-Border Data Flows ถึงการควบคุมการไหลของข้อมูลระหว่างประเทศว่า การทำให้กฎเกณฑ์ข้อบังคับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมีความสมดุลกัน มีผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สร้างความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเทคโนโลยี 5G Internet of Things (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยพบว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การไหลเวียนของข้อมูลข้ามพรมแดนมีส่วนช่วยให้ GDP โลก เติบโตขึ้นราว 10.1% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 91.62 ล้านบาท) และความแตกต่างของกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละประเทศเป็นเครื่องกีดขวางการขยายตัวทางการค้า

นายบอริส วอยแทน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมจีเอสเอ็มเอ กล่าวว่า ความร่วมมือด้านมาตรการข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ หลุดพ้นจากอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในทางตรงข้ามการใช้กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นเองและใช้กำจัดข้อมูลให้อยู่แต่ในประเทศของตนนั้น จะจำกัดขีดความสามารถในการเติบโตขององค์กรต่าง ๆ ในการนำเสนอสินค้าและบริการสู่ผู้บริโภค ดังนั้น จึงอยากแนะนำและส่งเสริมให้แต่ละประเทศร่วมมือหามาตรการ เชื่อมโยงกรอบข้อกำหนดของแต่ละภูมิภาคให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปิดช่องว่างความแตกต่างระหว่างกฎข้อบังคับด้านข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเทศ เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ทางจีเอสเอ็มเอยังไม่ได้แนะนำอีกว่า ประเทศไทย ในฐานะประเทศที่จะขึ้นเป็นผู้นำอาเซียนต่อจากประเทศสิงคโปร์ ควรนำวาระนี้เข้าหารือในระดับภูมิภาค หาแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนตัวในระดับสากลอย่าง APEC’s Cross Border Privacy Rules และยืนยันว่าการเปิดเสรีการไหลของข้อมูลระหว่างประเทศผ่านมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่มีผลเสียต่อความมั่นคง แต่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตมากยิ่งขึ้น เพิ่มความหลากหลายททางวัฒนธรรม และป้องกันกาารก่อการร้ายได้อีกด้วย

อ่ายรายละเอียดเพิ่มเติม ในรายงานฉบับเต็มของ GSMA
Regional Privacy Frameworks and Cross-Border Data Flows
Cross-Border Data Flows: Realising Benefits and Removing Barriers

keyboard_arrow_up