พี่เด็ก 17 แฉฤๅษีพิการ ใช้เข่าเดินปร๋อ จับปากกาลงยันต์ทำพิธี – จับภาพพิรุธหน้าไม่เบี้ยว (คลิป)

วันที่ 6 ก.ย. 61 คุณสาคร ญาตินายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคน ต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. เจ้าตัวได้ยืนยันว่านายสุรสิทธิ์พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ แต่ตะโกนเสียงดังไม่ได้ อีกทั้งยืนยันว่านายสุรสิทธิ์ เคยวิดีโอคอลหาและมีการพูดคุยกับตน รวมถึงพิมพ์ข้อความหา ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : ญาติฤๅษีพิการแฉกลางรายการเล่น Facebook – Video Call ได้ ทนายชี้คดีพลิก ฤๅษีรอดยาก )

ภาพจำลองพิธีกรรมสวดมนต์ครอบครู

ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) พี่สาวของเด็ก 17 ปี ผู้เสียหาย ยอมรับว่า ตนเองเป็นเพื่อนกับลูกสาวของ นายทวี เทียนทอง เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ ม.ต้น ไปจนถึง ม.ปลาย มีความสนิทสนมกัน ตนและน้องสาว เคยไปบ้าน นายทวี เคารพว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะเป็นพ่อของเพื่อน ซึ่งตนเรียกพ่อ ส่วนน้องสาวจะเรียกว่า ลุงทวี

ก่อนหน้านี้ น.ส.เอ ยอมรับว่า เคยไปบ้านของ นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ ร่างทรงฤๅษีตาไฟ เพื่อไปทำพิธี ครอบครูเป็นลูกศิษย์ เพราะนายทวี ชักชวน บอกว่า ฤๅษี มาทัก ให้ไปทำพิธี เมื่อไปที่บ้านฤาษี เห็นว่า ฤาษี ใช้เข่าเดินได้ พูดติด ๆ ขัด ๆ แต่พอฟังเป็นประโยคได้ แขนใช้งานได้ จับมีดดาบได้ พรมน้ำมนต์ได้ วาดรูปเป็นวงกลม จับปากกาลงยันต์ทำพิธีได้

ภาพจำลองระยะเวลาก่อเหตุ

โดยวันที่ไปทำพิธี นายทวี เป็นคนชวนน้องสาวไป บอกว่า จะพาไปต่ออายุ ต้องทำพิธีทั้งวัน ทั้งคืน แต่ไม่รู้ว่าจะพาไปทำพิธีที่ไหน ไม่รู้ว่าจะพาไปที่รีสอร์ท ซึ่งตนเห็นว่า นายทวีเป็นพ่อเพื่อน ไว้ใจได้ จึงยอมให้ไป โดยไม่รู้ว่าน้องต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ นายทวี ย้ำว่า ไม่มีอะไร ลูกสาวตนก็ไป ไม่ต้องกลัวว่า ฤาษีจะทำอะไร เพราะฤาษีพิการ

ขณะเดียวกัน น.ส.เอ เปิดเผยอีกว่า ฤาษีเล่นไลน์ ส่งข้อความ และส่งสติ๊กเกอร์มาหาน้องสาว และฤาษีโทรมาคุยกับน้องสาว ซึ่งรายละเอียดน้องสาวไม่ยอมบอก เพราะฤาษีบอกว่า อย่าไปบอกใคร รายละเอียดเรื่องนี้ตนก็ไม่อยากจะไปเค้นถามน้องสาวเพราะกลัวว่าจะไปกระทบจิตใจ

ส่วนกระแสสังคมที่มีคนบอกว่า น้องสาวโง่ ทั้งที่อายุ 17 แล้ว ตนขอชี้แจงว่า น้องสาวเป็นเด็กบ้านนอก ไม่รู้เรื่องเหมือนเด็กในเมือง อย่างไรก็ตาม ที่ครอบครัวไม่แจ้งความนายทวี เนื่องจากไม่รู้ว่า นายทวีจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงหรือไม่ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีส่วนร่วมทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ขณะเดียวกันยอมรับว่า หลังเกิดเหตุ นายทวี เคยโทรศัพท์ มาหาตน 1 ครั้ง มาถามเรื่องความคืบหน้าของคดีไม่ได้โทรมาเพื่อขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องสาวแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำนายทวี เทียนทอง

ที่สภ. เมืองศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำนายทวี เทียนทอง ผู้ถูกกล่าวหา เริ่มการสอบสวนตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 20.00 น. ใช้เวลาสอบสวนนานถึง 8 ชั่วโมง

นายทวี เทียนทอง

ภายหลังจากสอบปากคำเสร็จ นายทวี ได้เดินออกจากห้องมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และให้สัมภาษณ์กับสื่อ นายทวีเปิดเผยหลังให้ปากคำเสร็จว่า รู้สึกสบายใจและยืนยันคำเดิมคือ “บริสุทธิ์ใจ” เพราะก่อนหน้านี้ที่ตนไม่ได้ออกมาชี้แจงกับทางสังคมตนก็โดนโจมตี จนหลายคนคิดว่าเป็นตัวบงการเรื่องที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องการสอบสวนได้มีการสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหมือนที่ตนได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้แจ้งข้อหาอะไรกับตน และตนไม่กังวลใจเรื่องการให้ปากคำ แต่กังวลใจสื่อออนไลน์ ที่ออกมาพูดให้บุคคลอื่นเสียหาย อีกทั้งตนบอกว่าไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ นายทวี ฝากบอกกับสังคมว่า ที่ตนหายไปก่อนหน้านี้ไม่ได้หนี แต่ติดธุระ ส่วนสังคมออนไลน์ ก่อนจะตัดสินอะไรอยากให้ฟังข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน แล้วค่อยตัดสิน เพราะไม่ใช่แค่มีผลกระทบกับตนคนเดียว แต่มีผลกระทบกับลูกอีกด้วย ทุกวันนี้ลูกตนไปโรงเรียนไม่มีความสุข ขอร้องสังคมหยุดโจมตี

ภาพจำลองเหตุการณ์เปรียบเทียบขณะที่ฤๅษีตาไฟไม่เกร็งหน้าและเกร็งหน้า

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.61 ในรายการต่างคน ต่างคิด ประเด็น ฤๅษีโปลิโอขืนใจสาว (ได้) ? จากการสังเกตจะพบว่าในบางช่วงบางตอนหน้าตาของร่างทรงปู่ฤๅษีตาไฟจะหน้าตานิ่ง ไม่ได้บูดเบี้ยว แต่พอผ่านระยะเวลาไปสัก 1-2 นาทีใบหน้าของปู่ฤๅษีจะชักเกร็งต่อ

ภาพจำลองเหตุการณ์จุดทำพิธี

นอกจากนี้ บ้านของฤๅษีตาไฟ เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้น 1 ของบ้านจะเป็นห้องโถงสี่เหลือมผืนผ้า เพื่อทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เปิดประตูเข้าไปด้านซ้ายมือติดผนังจะเป็นพื้นที่โล่ง ขวามือจะเป็นที่วางเศียรพระ หัวโขน และรูปปั้นพระพุทธรูปต่าง ๆ ส่วนหลังบ้านเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 2 กลางโถงจะเป็นที่นั่งประจำของฤาษี ซึ่งเป็นพื้นกระเบื้อง

พระครูโสภิตสารธรรม เจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์

ที่วัดสุวรรณาราม ต.คำเนียม อ.กันทรารมณ์ ได้พบกับพระครู โสภิตสารธรรม เจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์ เผยกับทีมข่าวว่า สำหรับรูปภาพที่นายสุรสิทธิ์นั่งเสมอกับพระสงฆ์ในการทำพิธี เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์ถือศีล 227 ข้อ แต่ฤาษีไม่ได้มีการกำหนดศีล อย่างมากก็ถือศีล 8 เพราะฉะนั้นการนั่งทำพิธีอะไรก็แล้วแต่ ควรจะนั่งต่ำกว่าพระภิกษุสงฆ์

และจากเหตุการณ์ของนายสุรสิทธ์ พระครูโสภิตสารธรรม กล่าวว่าไม่ใช่ฤาษีจริง เพราะยุคสมัยของฤาษีหมดไปนานแล้ว เป็นแค่การอุปโลกน์ขึ้นมาเอง เอาตัวเองเข้ามาเสพมากเกินไปเลยเกิดความสับสน หรือเป็นการทำเพื่อหวังจะหารายได้ให้กับครอบครัว ทำเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง

นอกจากนี้พระครู โสภิตสารธรรม เตือนสติประชาชน ให้มีสติในการใช้ชีวิต หันมาปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ดีกว่าไปเสพสิ่งที่มองไม่เห็น แนะนำให้ใช้หลัก 4 ประการคือ ขยันทำงาน รักษาความขยันให้ดี มีกัลยาณมิตรที่ดี เลี้ยงชีวิตแต่พอควร ถ้าทำได้ชีวิตก็จะมีความสุข ทั้งกายและใจ

keyboard_arrow_up