CSI LA โต้ มั่วข่าวขืนใจแหม่ม – “ทนาย” ถาม จับคนแชร์แรงไปไหม (คลิป)

จากกรณีที่แอดมินเพจ CSI LA ถูกออกหมายจับหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่ น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าถูกข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดตำรวจได้ออกหมายจับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่แชร์ข้อมูลเรื่องคดีนี้จากเพจดังกล่าว และควบคุมตัวไปสอบสวนที่เกาะเต่าแล้ว

เพจ CSI LA แชร์ข้อความของนายวิญญัติ ชาติมนตรี

วันที่ 5 ก.ย. 61 นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ เปิดเผยว่า ตนได้ถูกติดต่อจากผู้ต้องหาและญาติที่ถูกออกหมายจับ 4-5 คน ให้มาช่วยในคดีนี้ ซึ่งตนมองว่าคดีนี้ค่อนข้างมีพิรุธตั้งแต่เอกสารออกหมายจับ เนื่องจากเอกสารการออกหมายจับมีการพิมพ์ข้อหาที่ไม่ถูกต้อง เพราะในหมายจับอ้างกฎหมาย มาตรา 14 (1) คือผิดฐานทุจริตและหลอกลวง แต่ในหมายจับที่ตนได้รับข้อมูลมานั้นมีเพียงข้อหาบิดเบือนข้อมูล แต่อ้างมาตรา 14 (1) ต้องใช้กับกรณีที่มีการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ

ซึ่งตอนนี้มีการออกหมายจับคนที่แชร์ข้อมูลจากเพจ CSI LA แล้ว 12 คน ถูกคุมตัวไปเกาะเต่าแล้ว 11 คน ส่วนอีก 1 คน ยังอยู่ในระหว่างติดตามตัว ส่วนการที่ตำรวจออกหมายจับประชาชนในข้อหาบิดเบือนข้อมูลในครั้งนี้ ตนคิดว่ามันยังเร็วเกินไป เพราะคดีเกาะเต่ายังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าสิ่งที่แหม่มสาวชาวอังกฤษกล่าวอ้างเป็นจริงหรือเป็นเท็จ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจสืบสวนหาหลักฐานในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ได้สอบสวนผู้เสียหายจริง ๆ เลยสักครั้ง เพราะถ้าผู้แชร์จะเข้าข่ายความผิดการแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น ต้องใช้ในกรณีที่ผู้แชร์รู้อยู่ก่อนแล้วว่าข้อมูลที่กำลังจะแชร์นั้นเป็นเท็จ แต่สำหรับคดีเกาะเต่านั้นความจริงยังไม่ปรากฏ และตำรวจก็ยังระบุไม่ได้ว่าข้อมูลไหนเป็นจริงหรือเท็จ ดังนั้นตนจึงมองว่าการออกหมายจับ และต้องคุมตัวผู้ต้องหาไปถึงเกาะเต่าเป็นการกระทำที่สร้างภาระเกินกว่าเหตุแก่ประชาชน เพราะตนคิดว่ายังมีแนวทางอื่น ๆ ที่ตำรวจสามารถทำได้ อย่างเช่น ออกหมายเรียกผู้ต้องหา หรือคนที่แชร์ข้อมูล มาพูดคุยและปรับความคิดว่าสิ่งที่แชร์ออกไปจะส่งผลให้ประเทศชาติเสียหาย

นายวิญญัติ บอกอีกว่า ตนมองว่าการแชร์ข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตนั้นถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน อีกทั้งสื่อหลายสำนักยังนำเสนอข่าวตามข้อมูลของเพจ CSI LA ตนอยากถามตำรวจว่าทำไมไม่ตั้งข้อสังเกตว่าสื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จด้วย

เอกสารที่ออกหมายจับผู้ที่แชร์ข้อมูลจากเพจ CSI LA

จากนั้น ทีมข่าวติดต่อไปยัง คุณเดวิด แอดมินเพจ CSI LA ซึ่งมีชื่อในหมายจับ โดย เดวิด กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ติดต่อส่งหมายจับมายังตน ตนได้มีโอกาสคุยกับผู้มีหมายจับที่แชร์เพจ 4 คน ซึ่งก็รู้สึกสงสารมาก แต่ไม่ได้กังวล ทุกคนก็บอกว่าตำรวจปฏิบัติสุภาพและดูแลอย่างดี โดยตอนนี้ คุณวิญญัติ ได้เข้ามาช่วยเหลือด้านคดีความ

ทั้งนี้ คุณเดวิด ได้กล่าวว่า การจับตัวของผู้ที่แชร์ คือเป็นคดีร้ายแรงเชียวหรือ ซึ่งข่าวนี้ ตนแปลมาจากข่าวต่างประเทศ จากเดอะซัน เดลี่เมล แล้วจะกลายเป็นข่าวปลอมได้อย่างไร จะทำให้เสียหายต่อประเทศได้อย่างไร ซึ่งผู้ติดตามข่าวตนก็คือคนไทยส่วนใหญ่ และได้มีหลายสื่อหลัก นำข่าวตนไปลง โดยไม่ได้พูดถึงด้วยซ้ำว่ามาจากเพจ CSI LA จึงอยากตั้งคำถามว่า สื่อหลักอื่น ๆ ที่นำมาลงข่าว จะโดนคดีด้วยไหม แล้วทำไมลูกเพจตน 12 คน ที่มาจากทั่วประเทศ โดยไม่รู้จักกันมาก่อน ถึงโดนจับ โดนข้อหาแบบนี้หนักมากหรือ และตนยังทราบว่า มีการตามไปรวบตัวถึงบ้าน โดยไม่มีการออกหมายเรียกก่อน ไม่ส่งจดหมายมาก่อน

นอกจากนี้ คุณเดวิด กล่าวอีกว่า ส่วนตัวยังรู้สึกงง หลังจากตำรวจจะประสาน FBI มาจับตน เพราะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ตนสงสัยว่าสิ่งที่ตนทำผิดตรงไหน จะมาจับตรงนี้ได้อย่างไร เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย อีกทั้งสื่ออเมริกา ก็ยังถูกปกป้องทางกฎหมาย สื่อยังสามารถต่อว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เลย ซึ่งอเมริกาไม่ส่งตัวตนกลับเพราะสาเหตุจากเรื่องการแชร์ข่าวที่เขียนทุกอย่างลงเฟซบุ๊ก ตนคิดว่าคงเป็นประเทศแรกในโลกได้ หากเฟซบุ๊กรู้ว่าจับคนที่แชร์เฟซบุ๊กสำหรับเรื่องที่เป็นข่าวอยู่ แล้วส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตนคงขายหน้าทั่วโลก

keyboard_arrow_up