พยานแฉ “เสี่ยวัลลภ” ฟิวส์ขาด ด่า “เนิร์ด” ก่อนยิง – “ลุง-ป้า” ยันคนดี ยิ้มง่าย (คลิป)

วันที่ 5 ก.ย. 61 เวลา 10.30 น. นางศทิกา กนกเกษมโสภณ แม่นางสาวนภธร กนกเกษมโสภณ อายุ 23 ปี หรือ น้องเนิร์ด ที่ถูกนายวัลลภ ห้วยหงส์ทอง หรือ เสี่ยลภ อายุ 36 ปี อดีตแฟนหนุ่มใช้อาวุธปืนยิงดับคารถยนต์ป้ายแดง เดินทางไปที่เกิดเหตุ บริเวณ ถ.ประปา-นาสร้าง ปากซอย 3 ม.5 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดพระปฐมเจดีย์ มาเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตกลับบ้าน โดยแม่ผู้เสียชีวิตได้น้ำอาหาร น้ำดื่ม เทใส่ภาชนะ จุดธูปเทียน ปักไว้ที่เกิดเหตุก่อนจะเริ่มทำพิธี

ครอบครัวผู้เสียชีวิตทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ

ภายหลังทำพิธีแล้วเสร็จ นางศทิกา เปิดเผยว่า คืนที่ผ่านมาก็มีคนฝันว่าลูกสาวอยากได้เครื่องอาบน้ำกับชุดนอน ส่วนตัวไม่ได้ฝันถึงลูกแต่อย่างใด ด้านสภาพจิตใจตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ ขอให้จับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ส่วนตัวเคยเจอนายวัลลภอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะมาลงมือก่อเหตุกับลูกสาวตนเช่นนี้ คนที่ดีกับลูก ตนก็ดีกับทุกคน ที่ผ่านมาลูกไม่เคยมีปัญหาอะไรที่เล่าให้ฟัง เวลามีทุกข์ลูกมักจะเงียบ

นางศทิกา กนกเกษมโสภณ แม่ผู้เสียชีวิต

วันเกิดเหตุลูกสาวมารับตนจากที่ทำงาน เนื่องจากวันดังกล่าวมีฝนตก และลูกสาวบ่นอยากกินหมูกระทะ จากนั้นจึงซื้อมากินที่บ้าน ส่วนตนไม่ชอบกินจึงนั่งดูลูกสาวกินอยู่ที่บ้าน ก่อนที่ลูกสาวจะขอออกไปงานวันเกิดเพื่อน จากนั้นลูกสาวก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย

ทั้งนี้ ก่อนออกไปลูกยังเข้าไปทักตนในห้องนอน บอกว่าให้นำที่นอนของเนิร์ดไปใช้ แล้วเนิร์ดจะซื้อใหม่ บอกตนจะนอนเตียงแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาลูกไม่เคยทักเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ลูกสาวเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ชอบทำบุญ ถามใครก็จะบอกว่าเป็นเด็กดีมีมารยาท ไม่ก้าวร้าว และลูกสาวก็ยังพักอาศัยอยู่ที่บ้านตนตลอด มีบางครั้งที่ไปพักบ้านเพื่อนบ้าง

บรรยากาศบริเวณจุดเกิดเหตุ
เส้นทางจากบ้านนายตี๋จนถึงจุดเกิดเหตุ

จากการสำรวจในพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณใกล้พื้นที่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่เป็นระยะ แต่เส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว

นางน้อย (นามสมมติ) ชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุ

โดยนางน้อย (นามสมมติ) ชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำพอดี ขณะนั้นเวลาใกล้ 03.00 น. ปรากฎว่าตนได้ยินเสียงคล้ายหญิงชายทะเลาะกัน เหมือนคนเจรจาอะไรกันไม่ลงตัว และได้ยินเสียงหมาเห่า ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนดัง 3 นัด ซึ่งแต่ละนัดดังห่างเว้นช่วงราว 1-2 นาที ประกอบกับมีเสียงผู้ชายพูดประมาณว่า “มึงจะเอายังไง” โดยเสียงปืนที่ได้ยินดังค่อนข้างนุ่ม คล้ายมีการเก็บเสียง หรืออาจจะเป็นการยิงเข้าไปในรถ อาจทำให้เสียงปืนดังน้อยกว่าที่ตนเคยได้ยินมา

ภาพจำลองเหตุการณ์เสี่ยวัลลภยิงน้องเนิร์ด

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายพรรษา วรอาจ หรือ ตี๋ อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 3.5 กิโลเมตร โดยถูกระบุว่าเป็นบ้านที่ผู้ตายน้ำเสื้อผ้า สิ่งของไปฝากไปที่บ้านเพื่อนรายนี้ หลังจากที่ขนย้ายออกมาจากบ้านของนายวัลลภ โดยหญิงรายหนึ่งระบุว่า ตัวเองเป็นญาติของนายตี๋ ยอมรับว่าวันเกิดเหตุ ผู้ตายขับรถป้ายแดงคันที่ไปเกิดเรื่องมาที่บ้านจริง โดยเห็นเข้ามาที่บ้านเพียงครู่หนึ่ง จากนั้นตนก็เห็นว่าขับออกไป

ญาติของนายตี๋

ส่วนตัวไม่ทราบว่าผู้ตายมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายตี๋หรือไม่ เนื่องจากนายตี๋มักออกไปข้างนอกช่วงเวลาเย็น ๆ ทั้งนี้ตนไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้มาก เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัย ระบุเข้าใจครอบครัวคนเสียชีวิต แต่ตนก็ต้องเลือกครอบครัวเอาไว้ก่อน ขณะนี้ไม่มีใครพร้อมให้ข้อมูลใด ๆ เพราะเครียดกันหมด ยังไม่รู้ทิศทางจะดำเนินการอย่างไรต่อ

ระหว่างนั้น มีการกดโทรศัพท์ติดต่อไปยังปลายสาย ซึ่งคาดว่าอาจะเป็นนายตี๋ โดยการสนทนามีใจความว่า “ไม่ว่าจะมีอะไรมึงห้ามออกมาเด็ดขาด มีอะไรให้โทรศัพท์ออกมาสั่ง หิวข้าวก็โทรมา”

ญาติของนายตี๋โทรหาบุคคลที่ 3

ทั้งนี้ ชาวบ้านรายนี้ให้เบาะแสกับทีมข่าวว่า มารดาของนายตี๋อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านพัก ทีมข่าวเดินทางเข้าไปตามจุดหมาย ปรากฎว่าพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ ท้ายซอยพบกลุ่มหญิงกลางคนนั่งจับกลุ่มคุยกัน เมื่อทีมข่าวเดินเข้าไปก็มีสีหน้าอาการเปลี่ยนทันที

ชาวบ้านที่มีลักษณะคล้ายกับแม่ของนายตี๋

โดยหญิงที่ได้รับข้อมูลมาว่าเป็นแม่ของนายตี๋ปฏิเสธทันทีว่าไม่มีข้อมูลอะไรจะให้ จากนั้นก็บอกกับทีมข่าวว่าตัวเองนั้นไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ญาติของนายตี๋ ไม่รู้จะให้ข้อมูลอะไร ไม่มีอะไรจะแสดงความคิดเห็น บอกเพียงว่าตัวเองเป็นอาสาชุมชน จะนำทรายกันยุงไปแจกตามบ้าน

ป้าขาว (นามสมมติ) ป้าของนายวัลลภ

ด้าน ป้าขาว (นามสมมติ) ป้าของนายวัลลภ เปิดเผยว่า ที่บ้านไม่มีคนอยู่ตั้งแต่หลังตำรวจมาที่บ้าน ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าจะไปอยู่กันที่ไหน เพราะยังไม่ได้ติดต่อกัน และโดยส่วนใหญ่คนที่บ้านนายลภ ก็จะอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง ซึ่งหลังจากทราบข่าววันเกิดเหตุว่าหลานชายยิงแฟนสาวตัวเองก็ตกใจเช่นกัน ไม่คิดว่าคนเงียบ ๆ นิ่ง ๆ จะไปยิงแฟนตนเองตายได้ เพราะทุกครั้งที่นายลภพาน้องเนิร์ดมาที่บ้านก็ไม่เคยเห็นทะเลาะอะไรกัน มาถึงก็จอดรถเดินเข้าทางหลังบ้านแค่นั้น และด้วยความเป็นชาวบ้าน ใช้ชีวิตต่างคนต่างอยู่ จึงไม่ทราบความเคลื่อนไหวใด ๆ โดนเฉพาะเรื่องส่วนตัวของหลานชาย รวมถึงเรื่องของการหมั้นหมายหรือการแต่งงาน ส่วนกรณีข่าวที่ออกมาว่า นายลภติดต่อทางบ้านเพื่อจะขอเข้ามอบตัวกับตำรวจนั้น ป้าขาวบอกว่า ยังไม่เคยติดต่อมา ส่วนตัวยังสงสัยว่าไปเอาข่าวมาจากไหน เพราะเป็นไปได้ยากที่นายลภจะติดต่อมา เชื่อว่าตอนนี้เจ้าตัวคงจะกลัวจึงหลบหนีไปก่อน ยิ่งโทรมาหาคนใกล้ตัวยิ่งอาจถูกจับ เพราะตำรวจสามารถติดตามจากเบอร์โทรศัพท์ของคนในครอบครัวทั้งหมด

นายเวียง ห้วยหงษ์ทอง ลุงของนายลภ

ขณะที่ นายเวียง ห้วยหงษ์ทอง วัย 64 ปี ลุงของนายลภ  เปิดเผยว่า นายลภเป็นคนนิสัยดี ไม่ใช้ช้ความรุนแรง เป็นคนยิ้มง่ายพูดจาดี ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่เคยเห็นโวยวายหรือลงมือก่อเหตุทะเลาะกับใครในหมู่บ้าน แต่ภายหลังเกิดเหตุทราบว่าหลานชายยิงแฟนสาวตัวเองนั้น ก็รู้สึกตกใจและอยากให้เข้ามอบตัว เพราะเรื่องราวทั้งหมดแม้ว่าส่วนตัวจะไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคน ส่วนตัวอยากจะให้หลานเข้ามอบตัวกับตำรวจ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นค่อยว่ากันทีหลัง อย่างน้อยก็ให้มอบตัวกับตำรวจไปก่อน ดีกว่าหลบหนี ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุตนเองก็ไม่ทราบว่านำมาจากไหน และที่ผ่านมาหลานชายก็ไม่เคยไปฝึกเรียนใช้ปืนที่ไหนมาก่อน

ขณะที่แฟนสาวที่เสียชีวิตนั้น ลุงบอกว่า ปกติน้องเนิร์ดจะเดินทางมาที่บ้านของหลานชายบ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อมาถึงก็จะจอดรถบริเวณใต้ต้นไม้ข้างบ้านของตนเอง และเข้าไปประตูด้านหลังบ้าน โดยไม่ได้นำรถไปจอดลานหน้าบ้าน ส่วนตัวก็เคยเจอบ้างเป็นบางครั้ง เวลาเจอก็ยิ้มทักทายปกติ และไม่เคยเห็นสองคนทะเลาะกัน ดังนั้นหลังจากเกิดเรื่องส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุผลส่วนตัวที่สองคนรู้ดี  และกรณีที่มีข่าวว่าหลานชายติดต่อกลับมาเพื่อจะมอบตัวนั้น ตัวเองไม่ทราบเพราะไม่ได้ติดต่อกับทางพ่อและแม่ของหลานชาย เพราะแม้ว่าบ้านจะใกล้กันแต่ก็ต่างคนต่างอยู่ ประกอบกับหลังเกิดเหตุ ที่บ้านไม่มีคนอยู่จึงไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหว

keyboard_arrow_up