ลูกเชื่อฝีมือโจรใต้ยิงพ่อแม่ดับคาร้าน ผวาย้ายบ้านหนี – ลูกจ้างรอดคนเดียว เผยนาทีโหด (คลิป)

จากกรณี 2 คนร้ายบุกยิงนายอุทิศน์ จันทร์รัตน์ อายุ 68 ปี และนางบุญทิม จันทรัตน์ อายุ 68 ปี 2 สามีภรรยาเจ้าของร้านนิคมเฟอร์นิเจอร์ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา เสียชีวิต เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา

บรรยากาศการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ

วันที่ 4 ก.ย. 61 ที่วัดนิคมเทพาราม บรรยากาศการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดย น.ส.สุภาวดี จันทร์รัตน์ อายุ 44 ปีลูกสาวผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนได้เปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์ใน อ.เทพา เช่นเดียวกัน แต่อยู่คนละสาขากับพ่อแม่ ห่างกันประมาณ 6 กิโลเมตร ในช่วงวันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งตนปิดร้านและเดินทางไปเที่ยวที่ อ.หาดใหญ่ ระหว่างนั้นพนักงานขายร้านของแม่โทรบอกตนว่า พ่อและแม่ถูกยิง ซึ่งตอนนั้นตนยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อกลับมาถึงร้านก็เห็นว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ที่โต๊ะคิดเงิน ส่วนแม่ตนไม่เห็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจกันพื้นที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวพูคคุยกับน.ส.สุภาวดี จันทร์รัตน์ ลูกสาวผู้เสียชีวิต

ตอนนั้นตนรู้ได้ทันทีว่าเป็นเรื่องของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะ อ.เทพาเป็นพื้นที่สีแดง อยู่ติดกับ จ.ปัตตานี ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปี 2556 ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ของตนและพ่อแม่ ก็เคยถูกวางเพลิง โดยจำได้ว่าวันเกิดเหตุเป็นวันพฤหัสบดี ช่วงเย็นมีลูกค้ามุสลิม 2 คน เข้ามาทำทีเป็นซื้อของ จากนั้นก็พูดภาษาญาวีว่า ให้อีกคนกันตนออกไป ซึ่งตนพอฟังออกแต่ไม่ได้เอะใจ จากนั้นตนก็ปิดร้าน และไปนอนหาดใหญ่ เช้ามืดของวันศุกร์ เพื่อนบ้านโทรแจ้งว่ามีควันออกมาจากร้าน ตนจึงขอให้งัดเข้าไปดูพบว่าไฟไหม้ และกองเพลิงอยู่ติดถังแก๊สทำให้แก๊สระเบิดด้วย โดยตนเชื่อว่าลูกค้ามุสลิม 2 คนที่เข้ามาเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดเพลิงตั้งเวลาเอาไว้ ทำให้ร้านเสียหายทั้งหมด ซึ่งตอนนั้นร้านของพ่อแม่ก็โดนด้วย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เพราะนอนที่บ้านอีกหลัง ขณะนั้นชัดเจนว่าเป็นเรื่องการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เพราะก่อเหตุพร้อมกัน 11 จุด ใน จ.สงขลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้หมดแล้ว

หลังเกิดเหตุตนต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงและระวังตัว รวมถึงต้องใช้เวลาฟื้นฟูถึง 3 ปีจึงกลับมาเปิดร้านใหม่ได้ แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์กับพ่อและแม่ ซึ่งตนไม่ทราบว่าเหตุใดคนร้ายจึงพุ่งเป้ามาที่พ่อกับแม่ของตน ทั้งที่ทั้ง 2 ท่านเป็นคนจิตใจดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร หลังจากนี้ตนคิดว่าจะปิดร้านและย้ายออกไปอยู่นอกพื้นที่ เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์กับตัวเอง โดยอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้ เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ เพราะปกติคนร้ายเคยลอบวางระเบิดหรือยิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ แต่ไม่เคยก่อเหตุกับชาวบ้านที่ไม่มีทางต่อสู้และเป็นคนสูงอายุเช่นกรณีนี้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับน.ส.นะ พนักงานร้านเฟอร์นิเจอร์

ด้าน น.ส.นะ พนักงานร้านเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายอุทิศ นั่งดูโทรทัศน์ที่โต๊ะจ่ายเงินกลางร้าน โดยนางบุญทิม และตนกำลังนั่งหั่นผักเพื่อทำอาหารกลางวัน อยู่ใกล้กัน จากนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขับมาหน้าร้าน นางบุญทิมจึงบอกให้ตนไปรับลูกค้าตนจึงลุกไปยืนข้างๆ นายอุทิศ ซึ่งลูกค้าเป็นผู้ชาย 2 คน ใส่หมวกแก็ปและสวมหน้ากากอนามัยบังใบหน้า ในตอนแรกทั้งคู่เดินเข้าไปเลือกกางเกงบอกเซอร์ข้างในห่างจากนางบุญทิม 3 เมตร และห่างจากนายอุทิศ 5 เมตร ระหว่างนั้น หนึ่งในคนร้ายซึ่งตัวสูงกว่า เดินมาหานายอุทิศถามหาถุงเท้า ตนจึงพาไปหยิบที่ชั้นวางด้านหลัง ห่างจากจุดที่นายอุทิศนั่งประมาณ 3 เมตร

เมื่อหยิบถุงเท้าเสร็จเจ้าตัวเดินนำตนมาที่โต๊ะจ่ายเงินพร้อมวางของและหยิบปืนขึ้นมา ก่อนเดินไปหานางบุญทิม พร้อมยิงไปที่นางบุญทิม 1 นัด ซึ่งขณะนั้นตนตกใจมากจึงรีบวิ่งไปที่หน้าร้านก่อนวิ่งข้ามถนนไปขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครอยู่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนอีก 2-3 นัด ก่อนคนร้ายจะขับรถจักรยานยนต์หนีไป ตนจึงวิ่งกลับไปที่ร้านและเรียกคนที่ขับรถผ่านให้เข้าไปช่วย ซึ่งเมื่อเข้าไปก็พบว่า เจ้าของร้านทั้ง 2 รายเสียชีวิตแล้ว โดยนายอุทิศนอนอยู่บนโต๊ะจ่ายเงิน ส่วนนางบุญทิมนอนอยู่ห่างไปประมาณ 2 เมตร โดยตนจำหน้าคนร้ายไม่ได้ เพราะไม่เห็นหน้าเนื่องจากทั้ง 2 คน ใส่หมวกและใช้หน้ากากอนามัยบังใบหน้า ตอนที่เข้ามาตอนแรกนั้น ตนไม่ได้เอะใจคิดว่าเป็นลูกค้าทั่วไป โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่เจ้าของร้านทั้ง 2 คน เป็นคนจิตใจดี

บรรยากาศการสวดพระอภิธรรมศพของผู้เสียชีวิต

ต่อมา เวลา 18.00 น. มีพิธีการสวดพระอภิธรรม โดยญาติและชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมพิธีซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งพิธีสวดเสร็จสิ้นในเวลา 19.00 น.  โดยภายในงานก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยเฉพาะกิจสงขลา จำนวน 5 นาย รวมถึงชุดอาสาสมัครหมู่บ้านคอยดูแลความปลอดภัย โดยงานสวดพระอภิธรรมจะจัดทุกวันในเวลา 18.00 น. ส่วนพิธีฌาปนกิจจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 ก.ย. นี้

 

keyboard_arrow_up