ขสมก.เรียกสอบ! พบสาย 44 มีพฤติการณ์จอดแช่-สาย 8 ขับแซงในที่คับขัน ปรับทั้งคู่

ขสมก. เรียกเจ้าของบริษัท รถเมล์ สาย 8 และ สาย 44 เข้ารายงานตัว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง หลังก่อเหตุ จอดรถเบียดซ้อนกันบริเวณป้ายรถเมล์ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

จากกรณีที่รถเอกชนร่วมบริการธรรมดา สาย 8 ของบริษัท กลุ่ม 39 เดินรถ จำกัด และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการธรรมดา สาย 44 ของบริษัท รวีโชค จำกัด จอดรถเบียดซ้อนกันบริเวณป้ายรถเมล์ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ปิดช่องการจราจร ซึ่งทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พิจารณาลงโทษปรับบริษัท กลุ่ม 39 เดินรถ จำกัด และบริษัท รวีโชค จำกัด ขั้นสูงสุดเป็นเงิน 5,000 บาท เนื่องจากมองว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของ ขสมก. และทั้ง 2 บริษัทไม่กำกับดูแลพนักงานให้ปฎิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของ ขสมก. พร้อมสั่งพักการเดินรถและพักการปฎิบัติหน้าที่พนักงานขับรถทั้ง 2 คัน เป็นเวลา 15 วัน เริ่มวันแรก เมื่อวานนี้นั้น

ความคืบหน้าองค์การขนส่งมวลชน ได้เรียกให้เจ้าของบริษัท กลุ่ม 39 เดินรถ จำกัด พร้อมพนักงานขับรถสาย 44 และ บริษัท รวีโชค จำกัด พร้อมพนักงานขับรถสาย 8 มาสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อช่วงเช้า นายประสิทธิ์ บุญร่วม พนักงานขับรถสาย 44 ได้เข้ามาให้ถ้อยคำข้อเท็จจริงกับเจ้าพนักงานสำนักงานรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ขณะที่ตนเองกำลังจอดรับผู้โดยสารอยู่ที่ป้ายรถเมล์ รถโดยสารสาย 8 ได้ขับมาต่อท้าย และขับออกอีกเลนหนึ่งเพื่อแซง แต่แซงไปไม่พัน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ ทำให้เกิดภาพที่รถจอดแนบชิดกัน

ทั้งนี้ คนขับรถเมล์สาย 8 ไม่กล้าถอยรถออก เนื่องจากยังไม่ค่อยชำนาญในการขับขี่ เวลาต่อมา คนขับรถเมล์สาย 182 ได้ขับมาเห็นเหตุการณ์ จึงขึ้นไปช่วยขับแทน และถอยรถสาย 8 ออก ทำให้รถทั้งสองคันขับไปต่อได้ ตนยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้จอดแช่นานเพียงแต่ขับจอดรับผู้โดยสาร อีกทั้งไม่ได้มีการเกิดอุบัติเหตุหรือเฉี่ยวชนกันแต่อย่างใด และไม่มีปากเสียงกับรถคู่กรณี

ด้านนายธีระพัฒษจ์ โกมลเสวิน รักษาการผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการรถเอกชนร่วมบริการ เขต 1 เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้เรียกคนขับรถและเจ้าของบริษัทรถเอกชนทั้งสองสายมาให้ข้อเท็จจริง โดยได้ดำเนินการลงโทษทั้งสองคัน ซึ่งสาย 44 ซึ่งเป็นรถด้านใน คาดว่ามีพฤติการณ์ขับรถจอดแช่ จึงเป็นเหตุให้รถอีกคันขับแซงไปนั้น ถือว่ามีความผิดฐานขับรถจอดแช่ป้าย จึงให้ชำระค่าปรับเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ส่วนอีกคันคือรถเมล์สาย 8 มีการขับแซงในที่คับขัน ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายจราจร จึงลงโทษให้ชำระค่าปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท โดยให้ทั้งสองคัน พักการขับขี่เป็นเวลา 15 วัน ส่วนรถโดยสารให้พักการใช้รถเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งหากพบว่ามีพฤติกรรมทำซ้ำอีก จะดำเนินการส่งใบแจ้งเตือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถโดยสาร

ทั้งนี้ จากคลิปวีดีโอที่ปรากฎภาพ ไม่พบว่าทั้งสองคันมีการขับเฉี่ยวชนกัน หรือมีปากเสียงกันมาก่อน แต่คาดว่า สาเหตุที่รถโดยสารสาย 8 ตั้งใจที่จะขับแซง เนื่องจากรถโดยสารสาย 44 มีการจอดแช่ป้าย ซึ่งตามปกติแล้วทางสำนักงานก็จะมีมาตรการในการตรวจตรารถที่จอดแช่ป้ายตามจุดต่างๆ ทั้งบริเวณป้ายรถเมล์ยูเนี่ยนมอลล์ (จุดเกิดเหตุ), ป้ายรถเมล์บริเวณบีทีเอสหมอชิต และป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่เนื่องจากกำลังของเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะตรวจตราตลอดทั้งวัน ต้องหมุนเวียนสับเปลี่ยนจุดกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาตรการดำเนินการค่าปรับ เพื่อให้พนักงานขับรถโดยสารเกิดความเกรงกลัวเมื่อกระทำผิด ซึ่งพบว่าปัญหาของคนขับรถโดยสารได้ลดลงไป แล้วก็ได้กำชับกับทางผู้ประกอบการเดินรถโดยสารทุกรายว่าจะต้องระมัดระวังการขับขี่ เนื่องจากอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรถโดยสารประจำทาง

อย่างไรก็ตาม หากผู้โดยสารพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ให้ถ่ายคลิปวีดีโอแล้วจดหมายเลขทะเบียนข้างรถโดยสาร ส่งมาแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

จากนั้นเวลาต่อมาพนักงานขับรถโดยสารรถเอกชนสาย 8 ได้เดินทางมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเดินรถเอกชน เพื่อสอบข้อเท็จจริง โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปสอบถามแต่อย่างใด.

keyboard_arrow_up