พ่อ “ไฮโซเชอร์รี่” จับพิรุธ “โก้” วางแผนฆ่า เผยเงิน 10 ล้านหาย – นาทีสลด เสียงร้องสุดท้ายก่อนตาย (คลิป)

วันที่ 1 ก.ย. 61 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ได้ควบคุมตัวนายอัศยา ชัยภา หรือ โก้ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ผู้ต้องหาคดีฆ่า น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือ เชอร์รี่ อายุ 39 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ก.ย.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานเพิ่มเติม 5 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์มือผู้ต้องหา ภายหลังจากคุมตัวไปฝากขังแล้ว ก็ไม่มีญาตินายอัศยามายื่นหลักทรัพย์และคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

ตำรวจคุมตัวนายอัศยา ชัยภา หรือ โก้ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล

ส่วนนายอนุวัฒน์ ชัยภา อายุ 32 ปี น้องชายนายอัศยา ถูกดำเนินคดีในข้อหาให้การช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งกระทำความผิดหลบหนี ไม่ให้ต้องถูกจับกุมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 นั้น พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยได้นำตัวไปผัดฟ้อง ฝากขังต่อศาลแขวงพระนครเหนือเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-6 ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม นายอัศยา หรือ โก้ บอกว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองทะเลาะกับน.ส.ธิติมา เพราะน.ส.ธิติมาได้พูดดูถูกตน ด่าทอเรื่องเกี่ยวกับแฟนเก่าและพ่อแม่ มีคำพูดที่ทำให้ทนไม่ได้ โดยอีกฝ่ายเป็นคนถือไม้เบสบอล หลังจากนั้นจึงมีการยื้อไม้เบสบอลก่อนจะตีจนสลบ หลังลงมือฆ่าน.ส.ธิติมาแล้ว ตนก็อยากฆ่าตัวตายตาม แต่สุดท้ายก็หนีไป ซึ่งตนอยู่กับ น.ส.ธิติมา มาประมาณ 1 ปี แต่ครอบครัวฝ่ายหญิงกลับไม่ชอบตน เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตนนั้นรู้อึดอัด

พนักงานทำความสะอาดของโรงแรม

ทีมข่าวอมรินทร์ได้ลงพื้นที่โรงแรมจุดเกิดเหตุอีกครั้ง ซึ่งพบว่าเปิดให้บริการทั้งแบบรายวันและรายเดือน โดยพนักงานทำความสะอาดของโรงแรม เปิดเผยว่า เคยเห็นนายอัศยาและไฮโซเชอร์รี่ และเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะออกมาจากห้องพักอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงของผู้หญิงที่ขึ้นเสียงใส่ฝ่ายชาย โดยผู้ชายมักเงียบ แต่ไม่เคยได้ยินเสียงการทำร้ายร่างกาย เพราะส่วนใหญ่เมื่อตนได้ยินเสียงดังกล่าว ก็จะแจ้งกับพนักงานของโรงแรมให้ทราบเพื่อระงับเหตุ เพราะกลัวว่าเรื่องจะบานปลาย หลังจากนั้นเสียงก็จะเงียบไป ส่วนก่อนเกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียง รวมถึงไม่พบความผิดปกติใด ๆ

ภาพวงจรปิด นายโก้และผู้ตายเดินเข้าห้องพัก

ด้าน นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี พ่อผู้ตาย เปิดเผยว่า คำรับสารภาพของนายโก้ ตนและครอบครัวเชื่อว่าเป็นข้ออ้าง เพื่อผ่อนโทษหนักให้เป็นเบา และคิดว่าสังคมก็ไม่ให้อภัย เนื่องจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นรุนแรงมากจนเกินไป และบาดแผลที่ร่างกายของผู้ตายนั้นมีบริเวณศรีษะ 2 จุด หัวไหล่ 1 จุด และที่ชายโครงด้านหลังอีก 1 จุด รวมทั้งสิ้น 4 จุด รวมทั้งไม่มีบาดแผลการต่อสู้ หากคนร้ายมาขอขมาก็จะไม่มีทางให้อภัย และขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด หากได้เจอคนร้ายอยากจะถามนายโก้ว่า “ทำไมมาทำแบบนี้ ทำไมถึงฆ่าลูกผม ชีวิตมันเรียกคืนไม่ได้ ถ้าชีวิตคนเราเรียกคืนกันได้ ก็น่าให้อภัย”

นายอำนวย วิชัยโชติ พ่อผู้ตาย

ทั้งนี้ มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ช่วงเดือน มิ.ย. และ เดือน ก.ค. มีการเบิกเงินสดไปกว่า 10 ล้านบาท แต่นายอัศยาอ้างว่ามีเงินติดตัวเพียง 100,000 กว่าบาท เพราะหลังจากหลบหนีไปแล้ว ก็ไปปรากฎตัวในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งซื้อสินค้าแบรนด์เนม จึงมีการสันนิษฐานว่าต้องมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ

ขณะที่ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เปิดเผยว่า นายอัศยายอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่านั้น ศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จากโทษประหารชีวิตเป็นการจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 15-20 ปี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ส่วนกรณีที่นายอัศยาบอกว่าถูกผู้ตายตีด้วยไม้เบสบอลและด่าบุพการีก่อนแล้วจึงเกิดบันดาลโทสะด้วยการตีกลับนั้น ตามกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นการบันดาลโทสะ เพราะเหตุการณ์นี้นายอัศยามีการร่วมทะเลาะวิวาทและตอบโต้กลับ และตีน.ส.ธิติมาถึง 3 ครั้ง ซึ่งเข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

keyboard_arrow_up