เตือนเป็นอุทาหรณ์! เปิดใจ ‘สาวสักปากสีชมพู’ ปวดแสบปวดร้อนจนติดเชื้อรุนแรง

สองสาว ศัลยกรรมทำพิษ สักปากชมพูกับคลินิกเกิดติดเชื้อรุนแรง ยังไร้เงาเจ้าของคลินิกแสดงความรับผิดชอบ ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์แก่คนในสังคม

จากกรณีที่แฟนเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Return” โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “#พิษของศัลยกรรม!!!
พอดีหนูและพี่สาวได้ไปสักปากจากร้านแห่งหนึ่งค่ะ และตอนนี้ปากของเราสองคนติดเชื้อ และ เราได้เรียกร้องให้เจ้าของคลินิกรับผิดชอบเพราะเราสองคนยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและคุณหมอได้ยืนยันแน่นอนว่าสาเหตุเกิดจากปากติดเชื้อค่ะแต่ตอนนี้ทางร้านสักปากแห่งนี้เค้าพยายามที่จะเลี่ยงที่จะเข้ามาหาเรา เราได้นัดหมายหลายครั้งแล้ว

ร้านนี้เป็นของพิตตี้ชื่อดังค่ะเค้าพยายามโทรหาคุณหมอเจ้าของไข้แต่คุณหมออยากให้เค้า เข้ามาติดต่อหรือเข้ามาสอบถามเวลาคุณหมอขึ้นมาตรวจอาการคนไข้ค่ะแต่เค้าบอกไม่สะดวกจะเข้ามาค่ะและยังตกลงกันไม่ได้ค่ะ #เลยมาขอความช่วยเหลือจากเพจของพี่” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (เพจดังเผยภาพสาว ‘สักปากชมพู’ แต่ยังไม่ทันไรก็หนองขึ้นเต็มปาก)

ความคืบหน้า ทีมข่าวเดินทางไปยังโรงพยาบาลสินแพทย์ เพื่อติดตามเรื่องที่เกิดขึ้นจากผู้เสียหายทั้ง 2 ราย คือ นางสาวภนิดา ภูมิคอนสาร (อี๊ด) 39 ปี และนางสาวพลอยชวริณทร์ เมืองอินทร์ (แพรวา) 35 ปีซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน กำลังพักรักษาตัวที่ รพ.สินแพทย์ พร้อมกับทนายความส่วนตัว เผยว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา พี่สาวเดินทางมาจากฮ่องกงเพื่อทำศัลยกรรมความงามโดยเฉพาะ เนื่องจากได้รับข่าวสาร และมั่นใจในคลินิกไทย ทั้งคู่เข้าไปที่ร้านอาจารย์เหียร์ สักคิ้ว เป็นร้านของพริ้ตตี้เงินล้านชื่อดัง ซึ่งพี่สาวตน สักคิ้ว สักขอบตา สักปากชมพู เป็นเงิน 27,000 บาท

ส่วนตนนั้น สักคิ้ว และสักปากชมพู เป็นเงิน 18,000 บาท ภายหลังจากสักแล้วทางคลินิกให้ยาแก้อักเสบฆ่าเชื้อ Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) 500 มก. ยาลดบวมให้ทาน และน้ำแข็งบรรจุในถุงสำหรับประคบเย็นที่ปากเป็นเวลา 2 วัน และมีเอกสารคำแนะนำหลังการสักมาให้

ตั้งแต่วันแรกของการ สักปากชมพู ขณะสักมีเลือดออกจำนวนมาก กลางคืนปวดแสบปวดร้อนนอนไม่หลับ มีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเริ่มอักเสบแดง เป็นแผล มีเลือดและน้ำเหลืองไหลออกมา ประกอบกับอาการไข้ขึ้นสูง ขณะพี่สาวอาการหนักกว่าจึงตัดสินใจเข้า รพ. ในวันที่ 26 ส.ค. ส่วนตนนั้นยังคงประคับประคองอาการไปก่อน จนกระทั่งวันที่ 28 ส.ค. จึงตัดสินใจเข้า รพ. เดียวกันกับพี่สาว

สาเหตุที่ตนตัดสินใจเข้า รพ. ช้า เนื่องจากระหว่างนั้นมีการติดต่อพูดคุยปรึกษากับทางร้านตลอด ซึ่งร้าน
ระบุว่าต้องทานยาให้ครบก่อนและปฏิบัติตามคำแนะนำ แต่เนื่องจากพี่สาวมีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรงจึงเข้าพบแพทย์ทันที การรักษาในขณะนี้ แพทย์ให้ยาฆ่าเชื้อทุก 6 ชม.หรือวันละ 4 รอบ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในขณะนี้ ร่วมแสนบาทแล้ว อีกทั้งเสียเวลา เสียชื่อเสียงด้วย

ในขณะเดียวกันตนยังไม่เคยได้รับการติดต่อแสดงความรับผิดชอบใดๆ จากทางร้านหรือพริตตี้คนดังกล่าว มีเพียงแต่ติดต่อถามอาการตนผ่านทางคุณหมอของ รพ.เท่านั้น ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์และให้คนที่อยากทำศัลยกรรมหรือสักปากชมพู ตรวจเช็คข้อมูลให้ดี ก่อนจะหลายเป็นเหยื่อศัลยกรรมเช่นเดียวกับตน ผู้เสียหายบอกอีกว่า ก่อนหน้าเคยจะแนะนำเพื่อนมาทำ หลังจากที่ตนทำเสร็จ แต่ตอนนี้คงเตือนเพื่อนห้ามมาทำแล้ว

จากการสอบถามทนายความส่วนตัว ทราบว่า ยังไม่มีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีหรือเอาผิดกับทางร้านแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ เบื้องต้นวานนี้ (30 ส.ค.) ทนายความเดินทางเข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับทาง สคบ. ถึงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากล่าช้า และไม่มั่นใจว่า สคบ.จะรับเรื่องหรือไม่ จึงออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ.

keyboard_arrow_up