พิสูจน์จุดแหม่มสาวร้องตะโกน ขอช่วยอ้างถูกขืนใจ คนเกาะเต่าท้ากลับมาถ้าพูดจริง (คลิป)

จากกรณี น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี  อ้างว่าถูกข่มขืนที่เกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง แต่ยังไม่พบหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

น.ส.ลูซี่ สาวชาวอังกฤษที่อ้างว่าถูกข่มขืน

วันที่ 30 ส.ค. 61 นายกอบชัย เสาวลักษณ์ กำนันตำบลเกาะเต่า เปิดเผยว่า ตนได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้พิสูจน์ความจริงที่เกิดขึ้น โดยหากเป็นจริงก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายผู้เสียหาย แต่หากไม่ใช่ความจริง เกาะเต่าก็จะได้รับความเสียหาย ตนก็จะต้องมีวิธีการตอบโต้ตามข้อเท็จจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประมาณ 30 ราย ที่ได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว นอกจากนี้ ฝากผู้ประกอบการตรวจสอบพฤติกรรมของลูกจ้างในร้านหรือโรงแรมของตัวเองว่ามีข้อพิรุธสงสัยในช่วงที่ผ่านมาบ้างหรือไม่ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่พบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์เช่นเดียวกัน

นายกอบชัย เสาวลักษณ์ กำนันตำบลเกาะเต่า

ทั้งนี้ ตนอยากให้นักท่องเที่ยวสาวรายดังกล่าว กลับมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องคราบอสุจิบนเสื้อ ซึ่งต้องส่งตรวจว่าเป็นของคนเอเชียหรือยุโรป โดยหากได้ผลดังกล่าวมาจะได้ค้นหาความจริงต่อไป เพื่อความเป็นธรรมกับตัวเองและความเป็นธรรมกับชาวเกาะเต่า

ซึ่งหากเจ้าตัวไม่กลับมา ก็จะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นมาเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่ไม่มีการแจ้งความ นอกจากนี้ ตนยังทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ไม่ให้โพสต์หรือแชร์ข่าวในโซเชียล เพราะตอนนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ความจริงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งเรื่องกระแสวิพากษ์วิจารณ์ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ควรวิจารณ์บนพื้นฐานความเป็นจริง

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า มีนักท่องเที่ยวบางรายที่ชอบแจ้งความเรื่องของหายวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ เพื่อนำใบแจ้งความไปขอเงินประกันจากบริษัทท่องเที่ยว โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิสูจน์ความจริง แล้วอ้างว่าต้องรีบกลับประเทศ ซึ่งตนก็เคยพบว่าเป็นเรื่องโกหก

ร้านขายของชำ ของโรงแรมไอซ์แลนด์ ไดฟวิ่ง

ขณะที่ทีมข่าวได้รับข้อมูลว่า น.ส.ลูซี่และเพื่อน ได้ซื้อเบียร์ที่ร้านขายของชำในโรงแรมไอซ์แลนด์ ไดฟวิ่ง ก่อนเดินลงไปนั่งดื่มที่ชายหาด ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจ พบว่าร้านดังกล่าวเป็นร้านกาแฟและมีเบียร์ขาย โดยจะปิดร้านในเวลา 19.30 น. โดยอยู่เยื้องด้านหลังร้าน ไวเทนนิ่ง จุดที่ น.ส.ลูซี่นั่งดื่มกับมาร์ตินระยะห่างประมาณ 20 เมตร

นายกิตติศักดิ์ บุญชัย เจ้าของโรงแรมไอซ์แลนด์ ไดฟวิ่ง

ด้าน นายกิตติศักดิ์ บุญชัย เจ้าของโรงแรมไอซ์แลนด์ ไดฟวิ่ง เปิดเผยว่า เรื่องที่ น.ส.ลูซี่มาซื้อเหล้านั้นตนไม่ทราบ และลูกจ้างในร้านก็จำไม่ได้ เพราะเรื่องเกิดขึ้นมา 2 เดือนแล้ว ซึ่งหากมีการแจ้งตั้งแต่แรก ตนสามารถตรวจสอบได้ เพราะที่โรงแรมมีกล้องวงจรปิดติดโดยรอบจำนวน 8 ตัว และสามารถบันทึกภาพไว้ได้ถึง 15 วัน แต่ตอนนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า น.ส.ลูซี่มาซื้อของที่ร้านจริงหรือไม่

ส่วนเรื่องข่าวที่เกิดขึ้น ก็มีลูกค้ามาสอบถามและให้ความสนใจ ซึ่งยอดจองห้องพักของตนก็ลดลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว เรื่องความปลอดภัยของเกาะเต่า ซึ่งตนก็พยายามอธิบายให้ลูกค้ามองเกาะเต่าตามความเป็นจริง โดยคิดว่าการเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งผู้ประกอบการทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งการดูแลลูกค้าของตัวเอง และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ด้วย

ภาพจำลองย้อนรอยจุดเกิดเหตุ โขดหิน จปร.
แหลมหิน จปร.

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ได้จำลองเหตุการณ์ช่วงวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ โดยสมมติสถานการณ์หากนักท่องเที่ยวร้องขอความช่วยเหลือ บริเวณแหลมหิน จปร. ผู้ที่อยู่ในพื้นที่จะได้ยินหรือไม่ โดยจุดแรก หากยืนบริเวณด้านหน้าโขดหิน ติดกับชายหาด เมื่อตะโกนว่า “Help me” ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณชายหาด ห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 20 เมตร ยังพอได้ยินเสียง แต่เป็นเสียงที่เบา เพราะมีเสียงลมจากทะเลค่อนข้างดัง

ทีมข่าวทดสอบตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยยืนหน้าโขดหิน
ภาพจำลองการตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยยืนหน้าโขดหิน

เมื่อทดลองยืนด้านหลังโขดหิน ติดกับทะเล ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณชายหาด ห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 30 เมตร จะไม่ได้ยินการร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีโขดหินขนาดใหญ่มากั้นไว้

ทีมข่าวทดสอบตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยยืนหลังโขดหิน
ภาพจำลองการตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยยืนหลังโขดหิน

แต่ทั้งนี้ หากยืนในจุดเดิม แต่มีผู้ที่เดินผ่านไปมาบนถนนเลียบชายหาด ซึ่งห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 20 เมตร จะได้ยินเสียงค่อนข้างชัด เพราะจุดนี้มีโขดหินบังลมทะเล ประกอบกับพื้นที่บนถนนเลียบชายหาดค่อนข้างเงียบ

ทีมข่าวทดสอบตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยยืนหลังโขดหิน
ภาพจำลองการตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยยืนหลังโขดหิน

keyboard_arrow_up