ผัวคาใจยิงกรอกปากเมียร่างทรง คาดผู้ต้องหารับผิดแทนลูกเมีย เชื่อใจไม่ใช่ปมชู้สาว (คลิป)

จากกรณีที่ สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุหญิงถูกระเบิดปิงปองระเบิดใส่หน้าเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 20 ซ.ร่วมมิตรพัฒนา 10 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ อีโอดี ระบุว่าที่เกิดเหตุไม่พบสะเก็ดระเบิดหรือส่วนประกอบของวัตถุระเบิดแต่อย่างใด ก่อนจะทราบในเวลาต่อมาว่า นายวิโรจน์ ชายหนุ่มร่างทรงเป็นผู้ก่อเหตุยิงผู้ตายขณะกำลังประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ โดยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ยิงกรอกปาก แล้วนำเอาอาวุธปืนไปฝังดินที่บริเวณโพรงหญ้าหลังบ้าน

พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว

วันที่ 30 ส.ค. 61 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า หลังจากที่นายวิโรจน์ให้การสารภาพว่าเป็นคนยิงนางมานิต คงวิเศษ ส่วนลูกชายเป็นคนนำปืนไปฝังกลบดินหลังบ้านนั้น ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ถูกคุมขังอยู่ที่ สน.คันนายาว ก่อนที่ในเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่จะมีการนำตัวลูกชายของผู้ก่อเหตุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ ศาลเยาวชนจังหวัดมีนบุรี เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปี จึงต้องมีการสอบปากคำต่อหน้าเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพที่ศาลด้วย ก่อนจะนำตัวไปยังสถานพินิจฯ ต่อไป

เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปมูลเหตุจูงใจของการฆ่าผู้ตายได้ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลจากการสอบปากคำผู้ตั้งหาทั้ง 2 ราย รวมถึงนางศศิธร เริงพงษ์พันธ์ พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์และเป็นเพื่อนของผู้ตาย ซึ่งทั้งสามปากนี้ยังให้การไม่สอดคล้องกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น “ยาเสพติด” เนื่องจากครอบครัวนี้เคยมีหลานที่มีประวัติพัวพันและเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ประเด็นความหึงหวงชู้สาวที่อาจจะเป็นไปได้ว่าโกรธแค้นแทนแม่ตัวเองหรือไม่ รวมทั้งประเด็นความขัดแย้งเรื่องความเชื่อทางร่างทรงที่แตกต่างกัน ก็ต้องพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด แต่ไม่มีเรื่องของเงินหรือผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

นายเนตร ช่างเชื้อจีน สามีผู้ตาย

ด้านนายเนตร ช่างเชื้อจีน สามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนและผู้ตายอยู่กินฉันสามีภรรยามากว่า 40 ปี ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยมีเรื่องนอกใจ ส่วนตัวตนรู้จักกับนายวิโรจน์ฯ ทั้งคู่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องชู้สาวแต่อย่างใด แต่ภรรยาของนายวิโรจน์ฯ กลับหึงหวงมากเกินกว่าเหตุ

ที่ผ่านมานั้น นายวิโรจน์ มักมาที่บ้านเกือบทุกวันในช่วงเวลาบ่ายเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องร่างทรงเท่านั้น ซึ่งคนในครอบครัวทุกคนรับรู้และสามารถเข้าออกบ้านได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ ผู้ตายเองก็ไปบ้านของนายวิโรจน์บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไปในเวลากลางวัน เมื่อวานนี้เป็นครั้งแรกที่ไปกลางดึก และยอมรับว่าทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้งจริง ส่วนใหญ่ที่เดินทางไปด้วยกันมักจะไปทำงานเกี่ยวกับร่างทรงประกอบพิธีวิญญาณต่าง ๆ ตามความเชื่อ ทั้งคู่เป็นกัลยาณมิตรกัน จึงไม่อยากเชื่อว่าจะลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที้เกิดขึ้น เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ อีกทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุตัวจริงให้ได้ ไม่ใช่จับคนผิดเพียงเพราะการสารภาพเพื่อปกป้องลูกและภรรยา

keyboard_arrow_up