แฉ! ภาพครั้งแรก “โจรอุ้มหมา” ใช้ผ้าอ้อมฉกทรัพย์ – เหยื่อแค้น หนี 15 ปี รุมทืบ (คลิป)

วันที่ 29 ส.ค. 61 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เกิดเหตุความวุ่นวายขณะที่ตำรวจคุมตัวนายอภิชาติ บุญเรือง และนางสาวอุษา เกษมณี หรือ น.ส.ฑิญาตา บุญเรือง สามีภรรยาผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่มีพฤติกรรมอุ้มหมาเบี่ยงเบนความสนใจเหยื่อ โดยผู้เสียหายหลายรายที่มารอดูผู้ต้องหาได้เกิดความไม่พอใจ จึงตะโกนด่าทอ สาปแช่งสามีภรรยาคู่นี้ว่า ทำไมต้องปิดหน้า ตอนทำยังไม่เห็นอาย ก่อนฝ่าวงล้อมเข้าไปทั้งตบและชกเพื่อแก้แค้น ทำให้ตำรวจต้องห้ามปรามอยู่หลายครั้ง ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน

บรรยากาศขณะควบคุมตัวผู้ต้องหา

โดยตำรวจได้นำรถยนต์ 4 คัน กระเป๋าถือ โทรศัพท์มือถือ เเว่นตาและทรัพย์สินอื่น ๆ อีกจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่เป็นของกลางที่ตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมตำรวจภูธร อ.เมืองปทุมธานี ยึดไว้ได้ที่ห้องเช่า ในซอยพหลโยธิน 52

สามีภรรยา โจรอุ้มหมา ขณะถูกจับกุมในห้องพัก

ด้านพลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ตำรวจติดตามไปจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในซอยพหลโยธิน 52 เขตบางเขน กรุงเทพฯ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ โดยในช่วงแรกจะใช้วิธีการอุ้มลูกไปในร้านขายของต่าง ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะเข้าไปขโมยทรัพย์สิน

พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ต่อมาเมื่อลูกโตขึ้น ก็เปลี่ยนวิธีมาใช้สุนัขในการก่อเหตุแทน โดยก่อนหน้านี้ใช้สุนัขในการก่อเหตุมาแล้วหลายตัว โดยจะใช้วิธีการแบบเดียวกันกับการอุ้มลูก ให้สุนัขวิ่งเล่นภายในร้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ บางครั้งก็จะใช้วิธีการสั่งซื้อสินค้าครั้งละมาก ๆ เพื่อให้ผู้เสียหายสนใจและวุ่นวายกับการจัดของ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ ขโมยทรัพย์สิน โดยก่อเหตุเฉลี่ย 10 ครั้งต่อเดือน ทำมานานกว่า 15 ปี ขณะนี้มีผู้เสียหายประมาณ 52 ราย

ส่วนทรัพย์สินที่ได้ก็จะนำไปจำนำหรือขาย ก่อนนำเงินที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อเหตุมาหลายท้องที่ ทั้ง ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ,2 และ 7 รวมถึงพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายสงสัยว่าเหตุใดผู้ต้องหาจึงยังก่อเหตุลอยนวลได้นานกว่า 15 ปี พลตำรวจโทสุวัฒน์ บอกว่า ผู้ต้องหาใช้ใบขับขี่และบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน และใช้ชื่อของบุคคลอื่นในการแสดงตัวทุกครั้งที่ถูกตำรวจเรียกตรวจ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าใช่บัตรจริงหรือปลอม อีกทั้งย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ อาทิ รถยนต์ บ้านและห้องเช่าก็จะใช้ชื่อของบุคคลอื่นทั้งหมด

เบื้องต้นตำรวจจะตรวจสอบว่าคนร้ายนำทรัพย์สินที่ได้มากกว่า 10 ล้านบาทไปเก็บไว้ที่ใด โดยจะใช้กฎหมายการฟอกเงินเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหา ก่อนนำมาคืนให้กับผู้เสียหาย ขณะนี้สามารถออกหมายจับได้แล้วรวม 17 หมาย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบญาติที่พาผู้ต้องหาหลบหนี ส่วนลูกสาวและสุนัขของผู้ต้องหาที่ถูกนำไปใช้ตระเวนก่อเหตุนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังไม่ดำเนินคดี

นางสมัย ทรัพย์อนันต์กุล ผู้เสียหาย

ด้านนางสมัย ทรัพย์อนันต์กุล อายุ 58 ปี ผู้เสียหาย ที่เปิดร้านขายรองเท้า ได้เข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินของตัวเองที่สูญหาย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 59 ส่วนใหญ่เป็นธนบัตรเก่าและใหม่ที่สะสมเอาไว้ จากการตรวจสอบวันนี้พบว่าธนบัตรเก่าอยู่เกือบครบทั้งหมด และรู้สึกดีใจมากจนน้ำตาจะไหล เพราะผ่านมาหลายปีแล้วไม่คิดว่าจะได้ของคืน ขอบคุณตำรวจและสื่อมวลชนที่ช่วยกันติดตามจนจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้

นางสมัย เล่าว่า ผู้ต้องหาทำทีเข้ามาขอซื้อรองเท้าภายในร้าน 10 คู่ บอกว่าจะเอาไปให้เด็ก พร้อมกับอุ้มเด็กและถือร่มเข้ามา ตอนแรกก็สงสัยว่ากางร่มเข้ามาทำไม เพราะแดดไม่มี เมื่อผู้ต้องหาวางเด็กลงพื้น เด็กคนดังกล่าวเดินตรงไปที่หลังบ้านและหยุดอยู่ที่หน้ากระเป๋า จนผู้ต้องหาเข้าไปอุ้มเด็กออกมาซึ่งตนมองตามอยู่ตลอด แต่ไม่คิดว่าจะฉวยโอกาสหยิบกระเป๋าไปด้วย เมื่อทราบว่ากระเป๋าหายไปก็แทบเป็นลม รู้ถึงความรู้สึกของการสูญเสียทั้งที่มีสติครบ เพราะของทั้งหมดที่หายไปไม่สามารถประเมินมูลค่าได้

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านของ 2 โจรผัวเมีย ที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมได้ ภายในซอยพหลโยธิน 52 พบเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ สูง 2 ชั้น อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่มีคนอยู่จำนวนมาก บ้านหลังดังกล่าวคล้ายถูกตกแต่งใหม่ พบหน้าต่างห้องที่ชั้น 2 ยังถูกเปิดไว้ ประตูรั่วถูกล็อกด้วยแม่กุญแจ

นางวัน (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้บ้านเช่าโจรอุ้มหมา

นางวัน (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านคนร้ายไปเพียง 4 หลัง เปิดเผยว่า ปกติบ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนสังเกตุเห็นว่ามีผู้ขับรถยนต์มาดูบ้านหลังนี้ คล้ายมว่ามาติดต่อจะเข้าอาศัย แต่คนรายไม่ได้ลงจากรถ เนื่องจากหน้าบ้านหลังนี้ เคยติดประกาศเช่า-ขาย เอาไว้ แต่ตนไม่ทราบว่าคนร้ายมาเช่าหรือซื้อ ทั้งนี้ คนร้ายเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่กี่วัน โดย 1-2 วันที่ผ่านมา คนร้ายเพิ่งให้ช่างมาติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้มาอาศัยอยู่บ้านนี้

นางวัน ยังบอกอีกว่า หากตนเห็นหน้าตนคงจะจำได้แน่นอน เนื่องจากว่าตนติดตามข่าวอยู่ตลอด เมื่อช่วงเช้าที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม พอเจ้าหน้าที่นำตัวคนร้ายออกมาทั้งสามี ภรรยา ตนยังร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ว่า “นี่โจรอุ้มหมา” ตำรวจยังถามตนว่า ทำไมรู้ว่าคนร้ายอยู่นี่แล้วไม่บอก ตนจึงบอกไปว่าที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน้า แต่ดูข่าวจึงจำได้ ส่วนตัวไม่คิดว่าคนร้ายจะมาอยู่ใกล้บ้านขนาดนี้ และหน้าตาก็ดีไม่น่าก่อเหตุเข่นนี้ หากินบนความยากลำบากของคนที่กว่าจะหาเงินมาได้

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะผู้ต้องหาขโมยของในร้าน

นอกจากนี้ นายศักย์ศรณ์ จิระตระการวงศ์ ผู้เสียหาย เหยื่อโจรอุ้มหมา ได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดกับอมรินทร์ ทีวี เป็นภาพภายในร้านลูกโป่งสวรรค์ ขณะที่นายอภิชาติ ผู้ต้องหา ปล่อยลูกให้เดินอยู่ภายในร้าน แล้วใช้จังหวะที่เจ้าของร้านเผลอ คว้ากระเป๋าที่วางไว้ใส่ในผ้าอ้อม พร้อมกับรีบอุ้มลูกออกจากร้านทันที

 

keyboard_arrow_up