นายกฯ เกาะเต่า วอนแหม่มให้ข้อมูลคดี หวั่นเรื่องคลุมเครือ ทำท่องเที่ยวสูญรายได้

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “CSI LA” โพสต์ข้อความระบุ น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) หญิงสาวชาวอังกฤษวัย 19 ปี ถูกข่มขืนทางทวารหนักที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งยังมีทรัพย์สินสูญหายหลังไปนั่งดื่มกับเพื่อน โดยเธออ้างว่าได้ไปแจ้งความที่สภ.เกาะพงัน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งเรื่องข่มขืนเพราะเป็นคนละพื้นที่ กระทั่ง น.ส.ลูซี่ กลับประเทศไปกว่า 2 เดือน จึงได้ไปร้องเรียนกับสื่อต่างประเทศว่าถูกข่มขืนที่เกาะเต่า

นายไชยยันต์  ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่า

วันที่ 29 ส.ค. 61 นายไชยยันต์  ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่า เปิดเผยว่า ข่าวที่เกิดขึ้น  จากการที่ น.ส.ลูซี่ นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อ้างว่าตัวเองถูกวางยา และถูกข่มขืน ที่ชายหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่าน ซึ่งการที่ น.ส.ลูซี่ ได้เดินทางกลับไปยังประเทศอังกฤษ และไม่ได้มีการประสานให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ของไทย จนทำให้ทุกอย่างมันคลุมเครือ และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในเกาะเต่า

บรรยากาศชายหาดที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

นายไชยยันต์ เล่าต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนเกาะเต่า และเป็นนายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อยากขอวิงวอนให้ผู้เสียหายและครอบครัว เดินทางมาให้ข้อมูลกับทางการไทย โดยจะมีการประสานผ่านสถานทูตอังกฤษประจำประเทศก็ได้ เพื่อให้ขอมูลทุกมันชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะตนเชื่อในระบบความยุติธรรมของประเทศไทย ว่าจะสามารถให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายได้อย่างเต็มที่  แต่ถ้าหากทางผู้เสียหายและครอบครัว ยังไม่เดินทางเข้ามาให้ข้อมูลกับทางการไทยแบบนี้  ยิ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าอย่างต่อเนื่อง จึงอยากเรียกร้องให้ผู้เสียหายได้เดินทางมาให้ข้อมูล เพื่อจะได้ทำทุกอย่างให้มันกระจ่าง

นายไชยยันต์  ยังบอกอีกว่า เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นหัวใจสำคัญต่อการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประทศ โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะเต่าประมาณปีละ 800,000-1,000,000 คนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ปีละประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาทต่อไป ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากยังคงไม่มีความชัดเจน อย่างจะสงผลกระทบภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าได้

keyboard_arrow_up