“บิ๊กโจ๊ก” ยันไม่มีข่มขืนบนเกาะเต่า – เจ้าของบาร์ชี้พิรุธ ไม่พบแหม่มเข้าร้านตามอ้าง (คลิป)

จากกรณีนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวอังกฤษวัย 19 ปี ร้องเรียนกับสื่อต่างประเทศว่าตัวเองถูกข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฏร์ธานี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ รับแจ้งเพียงคดีทรัพย์สินสูญหายเท่านั้น

วันที่ 28 ส.ค. 61 “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ได้เชิญ รศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา ม.มหิดล, นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเกาะเต่า, นายจิรายุ กรยืนยง ผู้จัดการสถานบริการ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

รายการต่างคนต่างคิดและแขกรับเชิญในรายการ

รศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา ม.มหิดล เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเรื่องที่คลุมเครือ เพราะข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ตรงกัน ดังนั้นตำรวจจะต้องสอบสวนหาความจริงว่าใครเป็นคนโกหก ซึ่งจะต้องรอการรวบรวมหลักฐาน ซึ่งถ้าคดีนี้ตำรวจไม่ได้รับแจ้งความจากหญิงสาวคนดังกล่าว ก็ถือเป็นความผิด แต่ถ้าหญิงชาวอังกฤษให้การเป็นเท็จก็ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทตำรวจ ซึ่งตนคิดว่า ถ้าหลักฐานมีมูลจริง ๆ หญิงสาวคนดังกล่าวก็เดินทางจากประเทศอังกฤษกลับมาเพื่อแจ้งความ แต่ถ้าถูกข่มขืนจริง ๆ อาจจะต้องใช้เวลากว่าหญิงสาวคนดังกล่าวจะยอมเล่าให้คนอื่นฟัง

รศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา ม.มหิดล

นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเกาะเต่า เปิดเผยว่า จากคำบอกเล่าของคนในเกาะ ในคืนเกิดเหตุหญิงสาวคนดังกล่าวได้ไปซื้อเครื่องดื่มที่บาร์และไปนั่งกินที่ชายหาดกับกลุ่มเพื่อน ซึ่งไม่มีภาพกล้องวงจรปิดที่บาร์ เพราะกล้องสามารถเก็บข้อมูลได้แค่ 7 วัน แต่เหตุเกิดขึ้นร่วม 2 เดือนแล้ว อีกทั้งกล้องวงจรปิดเป็นของร้าน ก็ไม่เห็นชายหาดทั้งหมดแต่จะเห็นแค่บริเวณร้านเท่านั้น ส่วนด้านเจ้าของโรงแรมหญิงสาวคนดังกล่าวพักอาศัย ก็เปิดเผยว่า หญิงสาวคนดังกล่าวได้มาบอกถูกข่มขืนแต่ไม่ยอมไปแจ้งความ แต่กลับรีบไปเที่ยวเกาะพะงันต่อ แต่ภายหลังได้ไปแจ้งความที่เกาะพะงันแต่ระบุเพียงว่าของหาย เป็นเงิน 3,000 บาท บัตรเครดิต 4 ใบ ซึ่งตำรวจของเกาะพะงันก็บอกว่าผู้หญิงคนดังกล่าวไม่ได้พูดถึงการข่มขืนเลย เพราะในวันนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังไม่รู้เลยว่าถูกข่มขืนจริงหรือไม่

นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเกาะเต่า ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

นายไชยันต์ ยังบอกอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นภาพลบกับประเทศไทย แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วไทยจับคนร้ายได้ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ดีแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมหญิงสาวคนดังกล่าวไม่มาแจ้งความ

นายจิรายุ กรยืนยง ผู้จัดการสถานบริการ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

นายจิรายุ กรยืนยง ผู้จัดการสถานบริการ เปิดเผยว่า จากบริเวณร้านห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 300 เมตร ซึ่งในช่วงนั้นเวลา 01.00 น. ก็มีนักท่องเที่ยวเยอะ เพราะเป็นช่วงเทศกาลบอลโลก ซึ่งกล้องบันทึกภาพของร้านก็ได้ส่งให้ตำรวจไปตรวจสอบแต่ก็ไม่พบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ในภาพ ซึ่งจากการสอบถามพนักงานบาร์ก็ไม่เคยเห็นหญิงสาวคนดังกล่าวมาใช้บริการ ซึ่งริมหาดก็มีกล้อง CCTV เยอะมาก ส่วนโขดหินก็เป็นที่โล่ง ไม่สามารถแอบได้ ถ้าหญิงสาวคนดังกล่าวถูกกระทำจริง ๆ จะต้องมีคนเห็น ส่วนตอนเช้าตนก็ไม่ได้ข่าวว่ามีหญิงสาวถูกข่มขืนแต่อย่างใด และตนก็ไม่ได้มีเจตนาจะปกปิดข่าวอย่างที่ชาวต่างชาติกล่าวหา ส่วนเรื่องที่หญิงสาวบอกกับสื่อว่าถูกข่มขืน ตนคิดว่าเพราะหญิงสาวมีความสัมพันธ์กับเพื่อนในกลุ่ม อาจจะกลัวจะมีปัญหากับแฟนหนุ่ม เพราะตนคิดว่าถ้าถูกข่มขืนจริง ๆ ผู้หญิงคนดังกล่าวต้องแจ้งความและขอดูกล้องวงจรปิดทันที เพราะโดยปกติถ้ามีการแจ้งความของหาย ตำรวจก็จะมาขอดูกล้องวงจรปิด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จากหลักฐานและร่องรอยทั้งหมดนั้นสรุปได้ว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ซึ่งผู้เสียหายก็ยังไม่ได้มาแจ้งความ ซึ่งสถานทูตอังกฤษก็ยังสงสัยว่าทำไมหญิงสาวคนดังกล่าวถึงไม่แจ้งความ ส่วนประเด็นที่ว่าหญิงคนดังกล่าวรีบเดินทางกลับประเทศนั้น เจ้าของโรงแรมก็เปิดเผยว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะหญิงสาวคนดังกล่าวไม่ได้กระตือรือร้นที่จะแจ้งความแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าของโรงแรมยังบอกอีกว่าว่า หญิงสาวคนดังกล่าวได้มาร้องไห้ และบอกว่าตัวเองได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนและกลัวว่าแฟนหนุ่มจะรู้ ซึ่งภายหลังก็พบว่ามีการทะเลาะกันภายในกลุ่มเพื่อนของหญิงสาวคนดังกล่าว

ส่วนเสื้อที่มีรอยอสุจินั้นต้องดูพยานแวดล้อมว่าเกิดเหตุการณ์ข่มขืนจริงหรือเป็นเกิดจากการไปเที่ยวและมีร่องรอยจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งตอนนี้ก็สรุปแล้วว่าไม่มีการข่มขืนจริง หลังจากนี้จะตรวจสอบต่อว่ามีมูลความจริงหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีมูลความจริง ตำรวจก็จะแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ และพิจารณาว่าควรให้เข้าประเทศไทยอีกหรือไม่ ส่วนคืนนี้จะมีการจำลองเหตุการณ์ว่าจุดดังกล่าวมีบรรยากาศเป็นอย่างไร ส่วนพยานที่หญิงสาวคนดังกล่าวอ้างว่าเจอและขอความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุก็ยังไม่เจอตัว

สุดท้าย รศ.ดร.ศรีสมบัติ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นการสอบสวนหาหลักฐานว่าข้อเท็จจริงคืออะไร แต่ถ้าหญิงสาวคนดังกล่าวแจ้งความเท็จ ก็ต้องมีการฟ้องหมิ่นประมาท ส่วนคนอื่น ๆ ที่มองว่าเกาะเต่าเป็นเกาะแห่งความตาย อยากให้ผู้ประกอบการและทุก ๆ คนช่วยกัน และให้ความร่วมมือก็จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้

 

keyboard_arrow_up