เหยื่อโผล่อีก! ถูก “ผู้การกำมะลอ” หลอกสูญทองหนัก 20 บาท แฉอ้างเป็นลูกน้องนักการเมือง

จากกรณีนายพูลสวัสดิ์  ดุจดา อายุ 24 ปี และ น.ส.พัชรี คุณสมบัติ อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา ร้องสื่อว่าถูกชายสูงอายุหลอกเช่าพระเครื่อง ก่อนจะเชิดพระเครื่องมูลค่ากว่า 5 แสนบาท หนีไป (อ่าน : 2 ผัวเมียร้องสื่อ ถูกผู้การกำมะลอหลอกเชิดพระเครื่องหนี เสียหายกว่า 5 แสนบาท)

วันที่ 28 ส.ค. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์รูปของคนที่อ้างตัวว่าคือผู้การพี ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด โดยระบุข้อความว่าเมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ถูกชายคนดังกล่าวหลอกเอาโทรศัพท์มือถือมูลค่ากว่า 2 หมื่นบาทไป 1 เครื่อง และญาติผู้ใหญ่ที่เป็นนายหน้าขายที่ดินก็ถูกหลอกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 20 บาท พร้อมพระเหลี่ยมทองอีก 5 องค์

โพสต์ภาพและข้อความระบุเตือนพฤติกรรมของคนร้าย

น.ส.คูณณิชา รัตนพงษ์เกียรติ หรือมะเหมี่ยว อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดระยอง ให้ข้อมูลว่า เมื่อประมาณวันที่ 4 ก.ค. นายศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 64 ปี ญาติผู้ใหญ่ของตน ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ในกรุงเทพฯ และทำอาชีพเสริมเป็นนายหน้าขายที่ดิน ได้ติดต่อมาหาตนว่า มีคนต้องการซื้อที่ดินของตนที่จังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ระหว่างประกาศขายจำนวนเกือบ 40 ไร่ ในราคากว่า 76 ล้านบาท โดยวันรุ่งขึ้นนายศักดิ์ได้พาชายคนดังกล่าวมาพร้อมกับหญิงอายุประมาณ 30 ปี โดยชายสูงอายุคนดังกล่าวได้อ้างชื่อเป็นนายมนูญ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นนายก อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นลูกน้องของนักการเมืองใหญ่

ชายที่อ้างตัวว่าชื่อมนูญ และเคยอ้างตัวว่าเป็นผู้การพี

น.ส.คูณณิชา เล่าต่อว่า และเมื่อชายคนดังกล่าวดูที่แล้วก็ตกลงจะซื้อที่ดินพร้อมบอกให้ตนหาที่ดินให้เพิ่มเติมอีก เพราะหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ต้องการระบายเงินกว่า 2 พันล้านบาท ออกไปก่อนการเลือกตั้งในปี 2562 โดยยินดีมอบค่านายหน้าติดต่อซื้อที่ดินให้ 1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่อมาตนหาที่ดินให้ได้จำนวน 1 แปลงเนื้อที่กว่า 500 ไร่ และตกลงซื้อขายกันในราคา 800 ล้านบาท และนัดจ่ายเงินค่าที่ดินของตนและที่ดินที่หามาให้ใหม่ในวันที่ 12 ก.ค. 61

ผู้หญิงที่เดินทางมากับนายมนูญ

ระหว่างนั้น นายมนูญบอกว่ามีเพื่อนกำลังเดินทางมาจากต่างประเทศ และต้องการโทรศัพท์มือถือมือ และบอกให้ตนติดต่อคนขายให้ด้วย หลังจากนั้นนายมนูญได้ตกลงซื้อขายกันในราคา 23,000 บาท แต่ยังไม่ให้เงิน และบอกให้ให้นำมือถือมาฝากไว้กับ น.ส.มะเหมี่ยว และจะโอนเงินไปให้ภายหลัง ซึ่งคนขายหลงเชื่อมอบโทรศัพท์ให้ไป ก่อนที่ชายคนดังกล่าว จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

น.ส.คูณณิชา ยังบอกอีกว่า ต่อมานายมนูญได้โทรศัพท์ไปบอกให้นายศักดิ์ขับรถมารับที่คอนโดฯย่านเอกมัยและพาไปเอาดราฟท์เงินสดค่าที่ดินที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ระหว่างนายศักดิ์ ขับรถพาชายคนดังกล่าวไปธนาคาร นายมนูญยังส่งน้ำดื่มให้นายศักดิ์  ก่อนพูดจาหว่านล้อม ขอดูพระเครื่องที่นายศักดิ์ สวมอยู่เพราะตัวเองก็เป็นเซียนพระ หาเช่าพระให้กับนักการเมืองใหญ่

เมื่อนายศักดิ์ ขับรถมาถึงธนาคาร ชายคนดังกล่าวก็เซ้าซี้ขอดูพระเครื่องอีก นายศักดิ์จึงถอดสร้อยคอทองคำหนัก 20 บาท พร้อมพระเครื่องเลี่ยมทอง 6 องค์ให้ชายคนดังกล่าวดู ระหว่างนั้นชายคนดังกล่าว ก็เปิดประตูลงจากรถ บอกจะเดินขึ้นไปดราฟท์เงินสดค่าที่ดินที่ธนาคาร ซึ่งนายศักดิ์ ได้เดินตามประกบชายคนดังกล่าวไปที่ธนาคารด้วย แต่จุดที่นายศักดิ์จอดรถไว้เป็นที่ห้ามจอด ชายคนดังกล่าว จึงบอกให้ไปเลื่อนรถแล้วค่อยตามเข้าไปในธนาคาร แต่เมื่อนายศักดิ์ กลับมาถึงธนาคารที่ชายคนดังกล่าวอ้าง ก็ไม่พบตัวแล้ว เมื่อสอบถามวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จอดอยู่หน้าธนาคาร ก็ทราบว่า ระหว่างนายศักดิ์กลับไปเลื่อนรถ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์ขับมารับชายคนดังกล่าว โดยไม่ได้เข้าไปในธนาคารแต่อย่างใด จึงรู้ว่าถูกหลอกเอาทรัพย์สินไปแล้ว พร้อมโทรศัพท์กลับมาเล่าเรื่องให้ตนฟังด้วย

พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี

ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลักฐานบางอย่างที่พบในห้องพักของ 2 ผัวเมียนักต้มตุ๋นที่มาพักในจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ทราบตัวคนร้ายแล้วว่าเป็นใคร มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลางตอนบน จึงให้ทีมสืบสวนออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาพบกับพนักงานสอบสวน หากไม่ติดต่อกลับมาตามกำหนด ก็จะออกหมายจับมาดำเนินคดีตามขั้นตอน

keyboard_arrow_up