คดีพลิก! พระอ้างถูกต่อยฉกทรัพย์ คู่กรณีแฉกลับ เป็นพระปลอม ซ้ำเอี่ยวยา-พนัน ตร.จับทั้งคู่ (คลิป)

จากกรณีวานนี้ (27 ส.ค. 61) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nawin Kongdee โพสต์ภาพพระภิกษุสงฆ์รายหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า โดยระบุข้อความว่า “พระภิกษุสงฆ์เดินทางมาจาก อำเภอ เบตง จังหวัด ยะลา จะเดินทางไป โคราช แต่กลางทางพบชายพูดหรอกล่อชักชวนลงที่จังหวัดอยุธยา บอกมีที่พักอย่างดี แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ หลัง จากลงจากรถไฟมาได้เดินทางมาบ้านชายดังกล่าวซึ่งอยู่ใกล้เคียงวัดกระสังชายคนดังกล่าวได้ทำการค้นรื้อกระเป๋านำเงินของพระไป 500 บาทแล้วทำร้ายโดยการชกต่อยได้รับบาดเจ็บบริเวณตาและปากขณะนี้กู้ภัยอยุธยา ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำพระเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ อุทัย และ นำพระพักต่อที่ศูนย์กู้ภัยอยุธยาเวลานี้ครับ”

โพสต์เล่าเหตุการณ์พระโดนต่อย ถูกชิงทรัพย์
พระอ้างโดนต่อย ก่อนถูกชิงทรัพย์
บัตรที่พระพกติดตัว

ล่าสุด วันที่ 28 ส.ค. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายเดิมโพสต์ภาพพระสงฆ์และคู่กรณีที่อ้างว่าทำร้ายร่างกายและขโมยเงินไป 500 บาทนั้น โดยมีรายละเอียดว่า “โอละพ่อ ถึงบางอ้อเลย ครับ! สรุปเลวทั้งคู่ถูกดำเนินคดีทั้งคู่ครับ สด คืบบหน้าคดีพระถูกทำร้าย ช่วงกลางดึก ที่ผ่านมาพื้นที่ในตลาดแกรนด์อำเภออุทัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากทั้งสองคนผิดคาด เนื่องจากเป็นพระปลอมแล้วเป็นเพื่อนกับผู้ต้องหาที่ต่อยมาก่อนไม่ได้เป็นการชิงทรัพย์เนื่องจากติดหนี้สินกันไม่ยอมให้กันเกี่ยวกับเรื่องการพนันและยาเสพติดล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสอบสวนและส่งตัวทั้งสองคนดำเนินคดีตามกฎหมายที่สภอุทัยอำเภออุทัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา”

โพสต์เล่าเหตุการณ์ พระปลอมติดหนี้คู่กรณี
ผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายร่างกาย ผู้อ้างตัวเป็นพระ

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก ตะลุยข่าว 4 ภาค ได้แพร่ภาพสดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ให้ข้อมูลว่า ตนกับผู้เสียหายเป็นเพื่อนกัน และไม่ใช่พระจริง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดโดยพระให้เงินตนไปซื้อยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านั้นพระติดเงินตนไว้หลังจากเล่นการพนัน สาเหตุที่ตนต่อยพระ เพราะเจ้าตัวไม่ยอมคืนเงินตน และเงิน 500 บาทนั้น ไม่ใช่การชิงทรัพย์ แต่พระเป็นคนหยิบให้ตนเอง ด้านพระสงฆ์รูปดังกล่าว รับสารภาพว่า ตัวเองไม่ได้เป็นพระจริง และรู้จักกันคู่กรณีกันมานานแล้ว โดยเรื่องยาเสพติดนั้น ก็เป็นเรื่องในอดีต ยอมรับว่าตนเคยเสพยาเสพติดจริง

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า หลังจากการสอบสวนทั้ง 2 ฝ่าย ทราบว่าผู้เสียหายเคยบวช และเคยถูกดำเนินคดี จำคุก 6 เดือนมาแล้ว หลังจากออกจากคุก ก็มีพฤติกรรมแต่งกายเลียบแบบพระ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระ ขณะที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ก็จะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายต่อไป และจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดี โดยจะดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Nawin Kongdee, ตะลุยข่าว 4 ภาค 

keyboard_arrow_up