พ่อ “ฟอส” ท้าดูบัญชีลูกเหลือ 1,500 ปัดร่วมหลอกเสี่ยอ้วน เผยรับทำบ้านหรู “สปาย” ใช้ของแพง (คลิป)

วันที่ 27 ส.ค. 61 นายสุพิน จริตรัมย์ พ่อของฟอส ได้ชี้แจงกรณีข่าวที่บอกว่า พ่อฟอสกำลังจะตัดญาติกับทางครอบครัวสปาย ว่าไม่มีแนวคิดแบบนั้น ยังคงเป็นพี่น้องและญาติกันปกติ เวลาเจอกันก็จะพูดคุยทักทายกัน และเวลาจะเดินทางไปติดตามเรื่องคดีที่จังหวัดชลบุรี ก็ยังต้องปรึกษาวันเดินทางร่วมกัน ส่วนที่ไอซ์ พี่สาวของฟอส ไปพูดกับรายการแห่งหนึ่ง ทำนองว่าพ่อกำลังจะตัดญาติ ตนก็ปฏิเสธว่าไม่เคยพูดแบบนั้น เพราะไอซ์ก็นาน ๆ ทีเจอกัน ไม่ได้คุยอะไรกันเลย

นายสุพิน จริตรัมย์ พ่อของฟอส

ส่วนที่พ่อสปาย อ้างว่า การรับเหมาก่อสร้างและต่อเติมบ้านทั้งหมด พ่อของฟอสเป็นนายช่างใหญ่นั้น พ่อฟอส บอกว่า เคยไปช่วยดูเรื่องการสั่งอุปกรณ์ก่อสร้าง สั่งของ สั่งเหล็ก และประสานให้ลูกน้อง คนงานไปรับช่วงแทน ซึ่งได้จ้างคนในหมู่บ้านไปช่วยทำ จ้างวันละ 300-500 บาท จากนั้นตนเองก็ไม่ได้เข้าไปดูแลอะไรใดๆ จนกระทั่งพ่อของสปายก็จ้างคนงานทำต่อจนบ้านเสร็จ ส่วนจะให้ตีมูลค่าว่าเท่าใดนั้น ตนก็ไม่ทราบ เพราะของในบ้านส่วนใหญ่เป็นของเกรดที่ดี สั่งจากตัวเมืองทั้งนั้น ไม่ใช่ตามร้านค้าก่อสร้างวัสดุทั่วไปในหมู่บ้าน ยอมรับว่าของแต่ละชิ้นมีราคาค่อนข้างแพง

ขณะที่ปัญหาด้านสุขภาพ ยอมรับว่าตอนนี้เริ่มดีขึ้น แต่ต้องกินยาทุกวัน หากวันไหนไม่ได้ทานยา ก็จะมีอาการเวียนหัว นอนไม่หลับ ต้องไปพบแพทย์ตามใบนัดทุกเดือน โดยต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ระยะทางจากบ้านไปโรงพยาบาลเกือบ 100 กิโลเมตร และยอมรับว่าช่วงที่จัดงานศพให้แก่ฟอส ตัวเองไม่ได้ทานยา เพราะทั้งเครียดและอยู่ในอาการโศกเศร้า จนทำให้อาการกำเริบ ล่าสุดอาการก็ดีขึ้นหลังจากได้พบแพทย์ ค่าใช้จ่ายก็ใช้สิทธิ์ อสม.ของแม่ รวมถึงสิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค จึงไม่มีค่าใช้จ่ายมากนัก

ส่วนที่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่า ลูกชายของตนเอง มีส่วนช่วยให้สปาย หลอกเอาเงินจากเสี่ยอ้วนนั้น บอกว่า ไม่เชื่อ เพราะถ้าหากฟอสได้รับเงินจากเสี่ยอ้วนจริง ก็ต้องมีเงินมากกว่านี้ ถ้าหากหลอกเอาเงินคนอื่นมาก็ต้องมีเงินใช้มากกว่านี้ และเงินส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการทำงาน และโอนให้พ่อแม่ใช้ บางเดือนก็หมุนไม่ทันต้องยืมคนอื่น แต่ยอมรับว่าฟอสเป็นคนประหยัด ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ส่วนเงินในบัญชีก็ไม่มีจำนวนเงินก้อนโต เหลือเพียงเงินในบัญชีเพียง 1,500 บาท ในธนาคารออมสิน ธนาคารอื่นหลังจากไปตรวจสอบแล้วก็ ไม่พบว่ามีเล่มอื่นๆนอกจากบัญชีนี้

และกรณีที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของฟอส เคยโพสต์ทำนองว่า “ใครว่าตนเองเป็นกะเทย” พ่อฟอสบอกว่า ถ้าลูกแมน ทำไมกลับมาบ้าน ยังคงตุ้งติ้งเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องสปายก็เห็นไปมากันปกติ ไม่มีอะไรนอกจากคำว่าเพื่อนสนิท หากชอบกันก็คงเป็นได้ 2 แนวทาง คือ แบบเพื่อนสนิท และชอบแบบเป็นห่วงเท่านั้น เพราะเวลาอยู่บ้านก็มักไปไหนมาไหนด้วยกัน

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า หากทางครอบครัวของน้องสปาย และครอบครัวของน้องฟอส ติดต่อเพื่อให้ตนไปให้คำปรึกษาเรื่องคดีความ ในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเสี่ยอ้วน ตนก็ยินดี ทั้งนี้ตนสงสารครอบครัวของน้องฟอสมาก เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับน้องฟอส แต่น้องฟอสต้องเสียชีวิต ทั้งนี้ การฟ้องร้อง ตนแนะนำทั้ง 2 ครอบครัวว่าให้ยื่นฟ้องในคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากเสี่ยอ้วนก่อน เนื่องจากเสี่ยอ้วนน่าจะมีเงินในบัญชี โดยการฟ้องร้องนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้ผลทางคดีอาญาสำเร็จก่อนก็ได้

ส่วนเรื่องเงิน 7 ล้านบาท ที่กำลังพิสูจน์ว่าเสี่ยอ้วนมีการโอนการให้ครอบครัวสปายจริงหรือไม่นั้น จะมีผลต่อการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเสี่ยอ้วนหรือไม่ ก็ต้องแบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน คือเงินก่อนตาย จะมีการโอนกัน ยืมกัน ให้กัน ก็ต้องดูกันในกระบวนการยุติธรรม แต่ส่วนหลังตาย หากฟ้องร้องก็เป็นสิทธิของผู้เสียหาย

keyboard_arrow_up