เหยื่อโจรอุ้มหมาโผล่เพียบ ฟ้องบิ๊กตร.กลางวงแถลง สูญเฉียดแสน ตร.ไม่รับแจ้งความ (คลิป)

จากกรณีนายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี และนางฑิญาตา บุญเรือง อายุ 38 ปี สามีภรรยาที่ก่อเหตุลักทรัพย์ตลอด 15 ปี โดยมีพฤติกรรมอุ้มสุนัขเบี่ยงเบนความสนใจเหยื่อ ก่อนสบโอกาสลักทรัพย์สิน โดยมีหมายจับคดีแรกเมื่อปี 2545 ล่าสุด วันที่ 27 ส.ค. 61 เวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตัวแทนผู้เสียหายประมาณ 17 คน ที่เดินทางมาร่วมการประชุม นำโดยพลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ

โดย พล.ต.ท.สุวัฒน์ เผยว่า เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ซึ่งในวันนี้มีเจ้าหน้าที่มาหลายหน่วยเช่น จากสภ.เมืองปทุมธานี สภ.พระนครศรีอยุธยา และ สน.พระนคร และอีกประเด็นคือ อยากทราบเพิ่มเติมอีกว่า มีผู้เสียหายที่ใดอีกบ้าง จึงอยากให้เดินทางมาแจ้งความ เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้เสียหายจำนวนมากและหลายพื้นที่ ที่สำคัญยังฝากบอกคนร้าย ให้รีบมาติดคุก เพราะอายุยังน้อย เวลาที่เหลือหลังจากออกจากคุก จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นต่อ

พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวถึงประเด็นที่คนร้ายก่อเหตุมา 15 ปี แต่จับคนร้ายไม่ได้ว่า ที่ยังจับไม่ได้เพราะคนร้ายเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ทำให้ยากต่อการสืบสวน ส่วนเรื่องที่เกรงว่าคนร้ายจะหนีออกนอกประเทศนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีวิธีและได้ประสานกับด่านข้ามแดนไว้หมดแล้ว แต่ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะยังอยู่ในกระบวนการตามตัวคนร้าย

ตำรวจพาผู้เสียหายดูของกลางที่ตรวจยึดได้

นางทวีติญะพร วองพาณิชย์ เจ้าของร้านขายส่งเสื้อผ้า ผู้เสียหายที่มาร่วมประชุม พบของกลางที่เป็นกระเป๋าของตัวเอง พร้อมเล่าว่า วันเกิดเหตุ เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ชายเดินเข้ามาในร้านของตน จากนั้นก็สั่งเสื้อผ้าเยอะมาก หลายสิบโหล และชายคนดังกล่าวยังอ้างว่า เป็นครูสอนนักฟุตบอล จะซื้อเสื้อผ้าไปให้เด็ก ๆ

นางทวีติญะพร วองพาณิชย์ ผู้เสียหาย

ระหว่างกำลังแพ็คลงกล่อง ชายคนดังกล่าวขอเปลี่ยนไซซ์เสื้อ จากเบอร์ M เป็นเบอร์ L และเปลี่ยนจาก S เป็น M ซึ่งทำให้ตนสับสนวุ่นวาย แต่ตนก็ยินดีที่จะเปลี่ยนให้ จากนั้นตนก็หันหลังตั้งหน้าตั้งตารีบเปลี่ยนเสื้อให้ เพราะเกรงว่าลูกค้าจะรอนาน หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนหันกลับมา ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวหายไปจากร้านแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าไปกดเงิน แต่รอไปสักพัก ก็ยังไม่กลับมา กระทั่งผ่านไป 15 นาที ตนหากระเป๋าที่วางอยู่บนกองผ้าไม่เจอ จึงรู้ตัวว่าโดนขโมยไปแน่นอน ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสด 5,000 บาท และมีบัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนด้วย หลังจากเกิดเหตุได้แจ้งความที่ สน. สายไหม แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่มีหลักฐาน ไม่มีภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งตนแจ้งว่าจำหน้าคนร้ายได้ จำเหตุการณ์ได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมให้แจ้งความ

นางธมลวรรณ จันทร์เล็กเย็น ผู้เสียหาย

ด้านนางธมลวรรณ จันทร์เล็กเย็น หรือ ครูวรรณ ที่เปิดสถาบันสอนเต้นและรำ มาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อดูของกลาง เจ้าตัวเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 60 เวลาประมาณ 13.40 น. มีหญิงสาวรายหนึ่งขับรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ป้ายทะเบียนแดง มาจอดที่หน้าสถาบัน หลังจากนั้นหญิงสาวเข้ามาภายในสถาบัน พร้อมกับสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องคอร์สเรียน ขณะที่ตนกำลังอธิบายรายละเอียด หญิงสาวคนดังกล่าวก็พยายามถามเรื่องอื่น เหมือนไม่อยากฟังรายละเอียดที่ถาม ก่อนที่จะเดินออกไป ขณะนั้นฝนกำลังตก ตนจึงอาสากางร่มออกไปส่งขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าสถาบัน แล้วหญิงสาวคนดังกล่าวก็ขับรถออกไป

ผ่านไปประมาณ 5 นาที มีผู้ชายเดินถือร่มสีชมพูเข้ามาในสถาบัน พร้อมกับอุ้มสุนัขและสะพายเป้ด้านหลัง โดยมาถามตนเรื่องคอร์สเรียนแล้วบอกว่า จะพาลูกมาเรียน 2 คน ด้วยความที่อยากสอนจึงแนะนำคอร์สเรียน ระหว่างนั้นชายรายนี้คล้ายจะปล่อยสุนัขลง แต่ตนแพ้ขนสุนัขจึงบอกไปว่าอย่าปล่อย แต่ชายคนดังกล่าวไม่ฟัง จึงปล่อยสุนัขจากนั้นสุนัขก็วิ่งไปทั่ว อีกทั้งบอกให้ตนช่วยหาน้ำให้สุนัขกิน ตนจึงเริ่มสงสัยว่าทำไมมาใช้กันทั้งที่ไม่รู้จัก นอกจากนี้สุนัขตัวสกปรกด้วย แต่ตนก็ยอมเข้าไปเอาน้ำให้ ชายคนดังกล่าวเดินเข้าไปตรงเคาน์เตอร์ของสถาบัน ที่มีกระเป๋าของตนและลูกวางอยู่ 2 ใบ

นายอภิชาติ และนางฑิญาตา บุญเรือง ผู้ต้องหา

ครูวรรณ เล่าต่อว่า หลังจากที่เข้าไปเอาน้ำให้สุนัขแล้วเดินออกมา ตนพูดกับชายคนดังกล่าวว่า “นี่น้ำ เอาหมาคุณออกมาข้างนอก เอาเข้าไปตรงเคาน์เตอร์ได้ไง” จากนั้นชายคนดังกล่าวก็อุ้มสุนัขออกมาแล้วก็บอกกับตนว่า “ไม่เอาแล้วน้ำ เดียวไปชื้อที่ร้านค้าเอง” ตนจึงเริ่มสงสัย เพราะก่อนหน้านี้บอกว่า แต่ตนไม่ได้ว่าอะไร เมื่อเดินออกมาหน้าสถาบันเพื่อมองดูชายคนดังกล่าวที่กำลังเดินไป ปรากกฏว่า เห็นชายคนดังกล่าวขึ้นรถไปคันเดียวกันกับผู้หญิงที่เข้ามาก่อนหน้านี้

หลังจากนั้น ครูวรรณ จึงเริ่มสงสัยแล้วรีบวิ่งไปดูกระเป๋าที่วางไว้บริเวณเคาน์เตอร์ ปรากฏว่ากระเป๋าสะพายของตนและลูกที่เอาวางไว้หายไป ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสดรวมแล้ว 50,000 บาท บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนและใบขับขี่ หลังจากนั้นตนก็รีบเดินทางไปแจ้งความที่ สน.หลักสองทันที

รวมเหยื่อโจรอุ้มหมา ที่ให้ข้อมูลกับอมรินทร์ ทีวี

อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งวันนี้ มีผู้เสียหายที่ให้ข้อมูลกับอมรินทร์ว่า ถูกสามีภรรยาคู่ดังกล่าว ลักทรัพย์ไปแล้วจำนวน 22 ราย รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 3,857,000 บาท

keyboard_arrow_up