แม่โว! “สปาย” เงินเดือนเป็นแสน พาทัวร์ญี่ปุ่น โต้ติดหวย ยันสัมพันธ์ “ฟอส” ลูบหัวรักกันแค่เพื่อน (คลิป)

ภายหลังจากนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 20 ปี เปิดเผยระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวฝากขังที่ศาลพัทยาว่า ตัวเองได้มีการโอนเงินให้ครอบครัวของน้องสปายเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อรถยนต์ 2 คัน และนำไปใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงไปเที่ยวด้วยนั้น

ครอบครัวสปาย ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
ครอบครัวสปาย ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

วันที่ 26 ส.ค. 61 น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย เปิดเผยว่า ที่สปายพาครอบครัวไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เพราะสปายทำงานมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ส่วนกรณีโพสต์ของอั้ม เพื่อนคนสนิทของสปายและฟอส ที่ระบุว่าขอให้ทั้ง 2 คน เป็นคู่รักกันทุกชาติไป ตนขอปฏิเสธว่าไม่ใช่คนรักกัน แต่ความหมายคือเป็นเพื่อนรักกันมากกว่า ภาษาการตีความแบบคนอีสาน คือเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ได้แปลว่าเขารักกัน เพราะทั้ง 2 คน เวลาไปไหนมาไหน ทำกิจกรรมก็จะทำร่วมกันมาตลอด และกรณีคลิปงานวันเกิดนั้น จากพฤติกรรมของฟอสที่อวยพรแล้วลูบหัวสปาย ก็ถือว่าปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก เวลาดีใจหลังสปายประกวดอะไรชนะเลิศ ฟอสก็จะโอบกอด และลูบหัวเป็นปกติ

น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย

ส่วนกรณีที่พ่อน้องสปายเปิดเผยว่า เคยเห็นความสัมพันธ์เกินเพื่อน ระหว่างฟอสและสปาย จึงได้ให้ทั้งคู่แยกกันอยู่ ตนขอยืนยันว่าการให้สัมภาษณ์ของพ่ออาจจะไม่ชัดเจน เพราะมีปัญหาด้านกล่องเสียง จึงอาจพูดไม่เคลียร์ แต่ตนยอมรับว่า ช่วงนั้นมีการแยกเด็ก 2 คนจริง เพราะเหตุที่ว่ามีการข่มขู่เกิดขึ้น ระหว่างสปายกับเสี่ยอ้วน เพราะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของฟอสและสปาย ดังนั้นขณะที่ 2 คน มาอยู่บ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ จึงให้แยกกันอยู่ เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ประกอบกับทราบข่าวมาว่าฟอสจะไปต่างประเทศด้วย แต่การแยกกัน ไม่ใช่เพราะกีดกัน ขณะที่กระแสสังคม มองว่าฟอสมีส่วนช่วยสปายรับเงินมาจากเสี่ยอ้วน ตนไม่เชื่อแบบนั้น

น.ส.วันเพ็ญ กล่าวว่า ส่วนที่สปายคุยกับเพื่อนสนิทว่า มีการโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตราคาเกือบแสนบาทนั้น ตนไม่เห็น และยังไม่เห็นแชทดังกล่าวด้วย แต่เดาได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่สปายโทรมาบอกว่าจะชื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ โดยบอกว่าหลังเก็บเงินได้แล้วจะน้ำไปชื้อ ซึ่งตนก็เชื่อว่าเงินดังกล่าวคือเงินที่น้องทำงานมา ไม่ใช่เงินของเสี่ยอ้วน นอกจากนี้ น.ส.วันเพ็ญ พูดติดตลกว่า “แต่จะใช่หรือไม่นั้น ถ้าอยากรู้ ให้ลองไปถามกับสปายเอาเอง”

น.ส.วันเพ็ญ ยังปฏิเสธกระแสสังคมว่า ที่ครอบครัวมีชีวิตดีขึ้นเพราะเสี่ยอ้วนนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งก่อนคบเสี่ยอ้วน ที่บ้านก็มีฐานะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่บ้านสร้างไว้ โดยมีธุรกิจส่วนตัว ขายรองเท้า เวลาไปออกตลาดก็มีลูกค้าเพิ่มขึ้น มีรายได้เข้ามา ส่วนที่บอกว่าที่บ้านติดการพนันนั้น ยอมรับว่า มีเพียงชื้อหวย งวดละ 5-10 ใบ เป็นการเสี่ยงโชค เพราะเคยถูกหวยจึงซื้อติดไว้ และการพนันอื่น ๆ ยอมรับว่าเมื่อก่อนเคยเล่น แต่เลิกไปนานแล้ว ประมาณ 3 ปี ไม่เคยเล่นจนเสียเงินเสียทองจำนวนมาก

นอกจากนี้ ส่วนกรณีที่เปรี้ยว เพื่อนสนิทของสปายและฟอส ให้ข้อมูลว่าฟอสและสปายจะเรียกกันว่า “อ้วน” กับ “จ่อย” ฟอสเรียกสปายว่าจ่อย สปายเรียกฟอสว่าอ้วนนั้น ตนไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่ “ฟอส” และ “ปาย” เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังกระแสสังคมต้องการให้ครอบครัวสปายชี้แจงค่าใช้จ่ายทั้งค่ารถ และค่าต่อเติมบ้านนั้น ตนพร้อมชี้แจง แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ และเอกสารทุกอย่างมีครบแล้ว ซึ่งมีบิลเก็บไว้ชัดเจน รวมถึงการสร้างบ้านหลังนี้ ก็เป็นเงินเก็บ และเงินจากธุรกิจขายรองเท้าในตลาดนัด ซึ่งยอดรวมไม่เคยสรุป แต่ไม่ใช่หลักล้านบาทแน่นอน ใช้เพียงแค่ประมาณ 5-6 แสนบาทเท่านั้น โดยซื้อวัสดุก่อสร้างจากร้านดังในจังหวัดของแก่น เพราะมีบัตรสมาชิก มีส่วนลด และยอมรับว่าวัสดุนั้นก็ไม่ใช่เกรด A เหมือนที่คนพูดกัน เป็นของวัสดุทั่วไป หาได้ตามตลาด

ขณะครอบครัวของสปายเดินทางไปรับรถ

กรณีการซื้อรถของครอบครัวสปาย นางสาวปิ๊ก พนักงานขายรถ ศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า การซื้อรถของครอบครัวสปาย เหมือนเป็นการซื้อรถแบบปกติ โดยมีเสี่ยอ้วนเป็นคนติดต่อกับศูนย์รถ ทำการจองรถ โดยระบุว่า ต้องการจองและซื้อรถให้แฟน โดยไม่มีขอรูปแบบหรือโบชัวร์แต่อย่างใด หลังจากนั้น พ่อแม่สปายก็มาดูรถเองที่ศูนย์ ทำสัญญาซื้อขาย จ่ายเงินดาวน์ และนัดวันมารับรถในวันถัดไป เนื่องจากวันดังกล่าว ที่ศูนย์ยังไม่มีรถ ต้องสั่งรถมาจากศูนย์ใหญ่

keyboard_arrow_up