พยานแฉ! นาทีเมล์ 113 ขับทับหัวนักเรียนกะโหลกแตก ก่อนเผ่น – พ่อโชว์รอยล้อ อึ้งกล้าปฏิเสธ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพนักเรียนหญิงประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ล้ม โดยเลือดไหลออกจากบริเวณศีรษะเป็นจำนวนมาก พร้อมระบุว่า รถเมล์สาย 113 ชนแล้วหนี ผู้เห็นเหตุการณ์ต้องขับตามเพื่อขอให้มารับผิดชอบ

โพสต์เฟซบุ๊กที่ระบุข้อความถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

วันที่ 25 ส.ค. 61 นายเลิศสินชัย บุญลาภสินทรัพย์ อายุ 52 ปี พ่อของน.ส.พัชรรัตน์ บุญลาภสินทรัพย์ หรือ บอส อายุ 16 ปี นักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุ เล่าว่า เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) เวลาประมาณ 08.30 น. ครูของน้องบอสโทรมาแจ้งว่าลูกสาวตนประสบอุบัติเหตุ ซึ่งในตอนนั้นตนยังไม่ทราบเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น จนไปถึงสถานีตำรวจนครบาลบางชัน ได้พบคนขับรถเมล์คู่กรณี จึงทราบว่าเกี่ยวกับรถเมล์สาย 113 และได้ทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ารถเมล์คันดังกล่าวเฉี่ยวชนลูกสาวตน แต่คู่กรณียังไม่ยอมรับ โดยอ้างว่าไม่มีรอยเฉี่ยวชน และลูกตนล้มไปเอง

นายเลิศสินชัย บุญลาภสินทรัพย์ พ่อผู้ได้รับบาดเจ็บ

แต่ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า สภาพลูกสาวตนขณะประสบเตุ พบว่ามีรอยล้อรถบริเวณเสื้อด้านหลัง และกระเป๋าก็มีรอยเหยียบจนแบน

น้องบอสขณะประสบเหตุ พบรอยล้อรถบนเสื้อด้านหลัง

โดยนายเลิศสินชัย เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพเป็นพนักงานขับรถของ ขสมก. จึงทราบดีว่า รถเมล์สายดังกล่าวค่อนข้างจะขับเร็ว เพื่อทำเวลาในการรับผู้โดยสาร และในตอนนี้ตนก็ได้ติดต่อผู้เห็นเหตุการณ์ให้เข้ามาเป็นพยาน เพื่อช่วยเหลือตนด้านคดี สำหรับอาการของน้องบอสพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องพักอยู่ในห้องไอซียู และติดตามอาการอีก 72 ชั่วโมง เนื่องจากศีรษะแตก กะโหลกมีรอยร้าว

นางนก ผู้เห็นเหตุการณ์พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ด้านนางนก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเห็นน้องบอสขับรถจักรยานยนต์ชิดซ้าย แต่ช่วงที่น้องบอสกำลังเบี่ยงขวาเพื่อขึ้นสะพาน รถเมล์สาย 113 ซึ่งขับตามมาได้เบียดไม่ให้น้องบอสเข้าขวา ทำให้น้องเสียหลักจนรถล้มลงไป ซึ่งรถเมล์ก็ได้ขับผ่านโดยล้อหน้าเฉี่ยวชนศีรษะน้องบอส และล้อหลังเหยียบบริเวณไหล่ขวา ก่อนที่รถเมล์จะขับไปโดยไม่หยุดลงมาดู ตนเห็นว่ามีเลือดออกมาจากศีรษะเป็นจำนวนมาก คล้ายเป็นลิ่มเลือด และไม่ได้สติ ทั้งยังมีอาการชักเกร็ง

นอกจากนี้ มีพลเมืองดีได้ขับรถไปตามคนขับรถเมล์ให้กลับมารับผิดชอบ โดยคนขับอ้างว่าไม่ทราบเรื่อง และยืนยันว่าไม่ได้ขับชน แต่กระเป๋ารถเมล์พูดว่า “คิดว่าไม่โดน” ทำให้ย้อนแยงกัน ซึ่งตนเชื่อว่าคนขับเห็นน้องบอส เพราะช่วงชนแล้ว รถเมล์ได้ขับชะลอแต่ไม่หยุด
โดยคนขับถูกตามให้มาที่เกิดเหตุ ตนสังเกตเห็นว่ายืนหน้าซีดและไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ปฏิเสธ ทั้งนี้ ตนคิดว่าหากไม่มีคนเห็นเหตุการณ์คนก่อเหตุอาจจะลอยนวล โดยตนก็ยินดีไปเป็นพยานให้

พื้นที่จุดเกิดเหตุ

ทีมข่าวอมรินทร์เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ ถนนรามคำแหง ระหว่างซอยรามคำแหง 158 กับรามคำแหง 156 ช่วงสะพานหลอแหล ซึ่งพบว่าเป็นถนน 2 เลน ช่วงเกาะกลางเป็นพื้นที่กำลังก่อสร้าง ช่วงก่อนขึ้นสะพานถนนจะถูกบีบเป็นคอขวดเข้าไป ทั้งนี้ จากการสังเกตพบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงปิดแต่อย่างใด

โดยสอบถามพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ระบุว่า คนขับรถเมล์ยังให้การปฏิเสธว่าขับชน อ้างว่าไม่เห็นเหตุการณ์ ตอนนี้ต้องรอสอบปากคำคนเจ็บ และหากมีพยานก็ต้องสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนจะสามารถสรุปคดีได้

 

keyboard_arrow_up