พ่อแม่ รปภ.สนามบิน โร่เอาผิดป้าสมองเสื่อม ฐาน “พยายามฆ่า” ลั่นไม่ขอเจรจา ลูกยังสาหัส

วันที่ 23 ส.ค. 61 ความคืบหน้ากรณีที่นายวัชระ ชัยวงศ์ อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ถูกนางสาวภัทรา บุญเฉลียว อายุ 69 ปี ก่อเหตุขับรถกระบะชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่บริเวณท่าอากาศยานเชียงใหม่ เนื่องจากไม่พอใจที่รถถูกล็อกล้อนั้น ล่าสุด นายพิกุล ชัยวงศ์ อายุ 55 ปี และนางสังวาลย์ ชัยวงศ์ อายุ 55 ปี พ่อและแม่ของนายวัชระได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ แจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวภัทราในข้อหาพยายามฆ่า

โดยนายพิกุลและนางสังวาลเปิดเผยว่า เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวภัทราในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากเห็นว่าการกระทำที่นางสาวภัทรากระทำกับลูกชายของตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น เป็นสิ่งที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และดูโหดเหี้ยม เหมือนจะทำกันให้ถึงตาย เพราะผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างบอกตรงกันว่า ขับรถพุ่งชนแบบไม่มีการหยุดเลย และยังลากยาวไปอีกหลายสิบเมตร จึงอยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนอาการของลูกชายนั้นล่าสุดยังบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนพักรักษาตัวแบบแทบจะขยับตัวไม่ได้ เพราะเจ็บไปทั่วตัวทั้งที่หัวไหล่ หลัง ก้นกบ เอวและขา

ขณะเดียวกันพ่อและแม่ของนายวัชระบอกว่า การเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวภัทราในข้อหาพยายามฆ่า จะทำให้ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จากพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้ เนื่องจากไม่ใช่คดีอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม พวกตนไม่สนใจเรื่องดังกล่าว เพราะต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนการรักษาพยาบาลลูกชายในเวลานี้นั้นใช้สิทธิประกันสังคม และประกันชีวิตหมู่ของบริษัทที่ลูกชายทำงาน

นายพิกุลและนางสังวาลย์ ชัยวงศ์ พ่อแม่ผู้บาดเจ็บ

ส่วนการพบพูดคุยกับนางสาวภัทราคู่กรณีนั้น พ่อและแม่ของนายวัชระบอกว่า ตัวเองทั้งสองคนยังไม่เคยพบหรือพูดคุยใด ๆ กับคู่กรณีแม้แต่ครั้งเดียว โดยทราบแต่เพียงว่าในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งตัวเองยังไม่ได้เดินทางมาโรงพยาบาล นางสาวภัทราคู่กรณีได้พยายามจะขอเข้าพบและเยี่ยมลูกชายที่โรงพยาบาล แต่กลุ่มเพื่อนและหัวหน้างานไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม ทั้งนี้ หากในเวลานี้ฝ่ายคู่กรณีจะขอพูดคุยเจรจาก็คงจะไม่มีการพูดคุยเจรจาใด ๆ เพราะยังไม่อยู่ในภาวะจิตใจที่พร้อมจะเจรจาด้วย เนื่องจากลูกชายยังบาดเจ็บสาหัส ซึ่งอย่างน้อยคงจะต้องรอจนกว่าลูกชายจะได้รับการรักษาหายดีเป็นปกติเสียก่อน

นอกจากนี้นายพิกุลและนางสังวาลย์บอกว่า นายวัชระลูกชายยังเป็นโสด เพิ่งปลดประจำการจากการเป็นทหารเกณฑ์แล้วเข้าทำงานที่บริษัทรักษาความปลอดภัย และประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ประมาณ 1 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาถือเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว และดูแลพ่อแม่ เพราะทางบ้านฐานะยากจน พ่อแม่ทำงานรับจ้างก่อสร้าง และทุกวันนี้อายุเยอะ รวมทั้งป่วยโรคประจำตัว จึงทำงานหนักไม่ค่อยได้ โดยตั้งแต่ทำงาน นายวัชระจะส่งเงินให้ทางบ้านได้ใช้จ่ายทุกเดือนประมาณ 5,000-8,000 บาท ทั้งที่มีเงินเดือนเพียงประมาณ 11,000 บาทเท่านั้น

ด้านนางสาวภัทรา ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุขับรถกระบะพุ่งชนนายวัชระ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น รายงานข่าวแจ้งว่าล่าสุดจนถึงวันนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ แต่ได้มีการเรียกตัวมาให้ปากคำแล้ว อย่างไรก็ตาม ทนายความของนางสาวภัทราได้เข้าไปติดต่อแล้วว่า ขณะนี้นางสาวภัทรายังมีอาการป่วยจากโรคสมองเสื่อ มทั้งสับสนและหลงลืม จำเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ จึงขอเข้าพบพนักงานสอบสวนในภายหลัง โดยจะมีการนำใบรับรองแพทย์และประวัติการรักษามามอบให้ด้วย ส่วนความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนของผู้บาดเจ็บและรถยนต์นั้น ทนายความของนางสาวภัทราบอกว่า จะรับผิดชอบและชดใช้ให้ทั้งหมด

keyboard_arrow_up