จับปรับจริง! เปิดปากเจ้าของคลิป ‘ชายหัวร้อน’ กระทืบมอไซค์หลังวิ่งบนทางถนน

โลกโซเชียลฯ แชร์คลิปเจ้าของรถมอไซด์ใช้เท้ากระทืบรถมอไซด์ของตัวเอง เพราะไม่พอใจเจ้าหน้าที่เทศกิจ ที่จับ-ปรับตัวเค้า จากการขี่รถบนทางเท้า

ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว “สกลธี ภัททิยกุล” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า หัวร้อน 🔥🔥🔥 เหตุเกิดที่จุดตรวจ จับ-ปรับ มอเตอร์ไซค์ฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้าซอยสุขุมวิท 39 เขตวัฒนาครับ…คุณพี่คนนี้ คงหงุดหงิดที่ขับขี่มาบนทางเท้าแล้วถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำจุดตรวจ เชิญมาเปรียบเทียบปรับ เลยออกอาการอย่างที่เห็น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้วครับ …ไม่อยากหงุดหงิดเสียเวลาอย่าขับขี่บนทางเท้านะครับ ผิดกฎหมายอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทางเท้าครับและตอนนี้เจ้าหน้าที่เค้ากวดขันเอาจริงตามนโยบายของกรุงเทพมหานครครับ

ความคืบหน้า ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี จึงลงพื้นที่มายังบริเวณในทางเท้าใกล้กับปากซอยสุขุมวิท 39 โดยพบว่าจุดกางเต็นท์ “จุดกวดขันจับ-ปรับ รถขับหรือจอดบนทางเท้า” ของสำนักงานเขตวัฒนา ตั้งอยู่บริเวณริมทางเท้าใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์ โดยเช้านี้ยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เทศกิจมาประจำจุด

ทีมข่าวจึงพูดคุยสอบถามกับ นายธนากร จันทาทอง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยตนสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจจำนวน 2 นายได้เชิญตัว ชายคนในคลิปมาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ เพื่อที่จะจ่ายเงินเปรียบเทียบค่าปรับในจุดกางเต็นท์ แต่เมื่อมาถึงรถจักรยานยนต์ก็ไม่ยอมจอด เจ้าหน้าที่เทศกิจอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในโต๊ะจ่ายเงิน ก็เดินนำโซ่มาล็อคที่ล้อรถจักรยานยนต์ของชายคนดังกล่าว ส่งผลให้ชายคนนั้นเกิดความโมโหและมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงโยนแม่กุญแจโซ่ลงบนโต๊ะ แล้วพูดว่า “อย่าเยอะ” ทำให้ชายคนนั้นเกิดบันดาลโทสะ ถีบรถจักรยานยนต์ของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์โมโห

จากนั้นชายคนนี้ก็เดินออกไปโดยที่ยังไม่ได้รับรถจักรยานยนต์กลับไปหรือเปรียบเทียบค่าปรับแต่อย่างใด

ส่วนตัวมองว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เทศกิจ ค่อนข้างไม่เหมาะสม เพราะเจ้าพนักงานพูดจาไม่ค่อยสุภาพกับผู้ที่โดนจ่ายค่าปรับก่อน บางครั้งตนเห็นบางคนที่ต้องมาเสียค่าปรับ ก็โดนเจ้าหน้าที่อารมณ์เสียใส่ ทำให้มีปากเสียกับผู้ที่มาจ่ายค่าปรับค่อนข้างบ่อย ตนจึงอยาให้เจ้าหน้าที่แก้ไขในส่วนนี้ รวมทั้งการเสียค่าปรับจำนวน 500 บาทนั้นก็ค่อนข้างสูง ควรที่จะมีการเรียกมาว่ากล่าวตักเตือนก่อน แล้วหากกระทำผิดซ้ำจึงค่อยให้เสียค่าปรับ นอกจากนี้ ตนอยากเสนอแนะว่า การเปรียบเทียบค่าปรับกับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้านั้นถือเป็นโครงการที่ดีกับคนเดินเท้า แต่บางครั้งกิริยาท่าทางและคำพูดของเจ้าหน้าที่ อาจรุนแรงกับประชาชนเกินไป

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลไปยัง นายภคพล เพ็งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เขตวัฒนา ให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่เทศกิจก็ได้ยึดรถจักรยานยนต์ของชายคนนี้ไว้ แล้วไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สน.ทองหล่อ ว่าได้ยึดรถของกลางมา เนื่องจากชายคนนี้ยังไม่ได้จ่ายเงินเปรียบเทียบค่าปรับ ซึ่งหากชายคนนี้ประสานติดต่อขอรับรถคืน ทางเจ้าหน้าที่เขตวัฒนาก็จะทำการคืนให้ ภายหลังจากเปรียบเทียบค่าปรับตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่มีการนำโซ่มาล็อกล้อรถจักรยานยนต์ของชายคนดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งหากสังเกตคลิปวิดีโอก็จะพบว่า ชายคนนี้ฝ่าฝืนกฎระเบียบแล้วก็ไม่ยอมจ่ายค่าปรับ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็ได้พูดคุยอย่างละมุนละม่อมแล้ว แต่เขาก็ยังอารมณ์เสียใส่ ส่วนที่มีผู้แจ้งว่าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่สุภาพนั้น ก็ขอยืนยันว่าไม่มี เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้พูดอะไร เขาก็ถีบรถจักรยานยนต์ตัวเองเสร็จแล้วก็ทิ้งรถไป

อย่างไรก็ตาม สำนักเขตวัฒนา ยืนยันว่าได้กระทำตามกฎระเบียบของกฎหมาย ซึ่งตั้งแต่มีการตั้งเต็นท์เพื่อเปรียบเทียบค่าปรับ ก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชน เพราะคนที่กระทำผิดย่อมรู้ว่าตัวเองทำผิด จึงยอมเสียเงินค่าปรับ

ปัจจุบันทางเดินเท้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ มักถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ คนเดินต้องคอยหลบรถที่วิ่งไปมา ทั้งที่มีกฎหมายห้ามชัดเจน ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง 2535 มาตรา 17 (2) ห้ามมิให้ผู้ใดจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า เว้นแต่จะเป็นการจอดหรือขับขี่เข้าไปในอาคาร หรือ ประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันให้จอดหรือขับขี่ได้ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนก็จะถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ปรับขั้นต่ำ 500 บาท

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลไปยัง นายภคพล เพ็งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เขตวัฒนา ให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่เทศกิจก็ได้ยึดรถจักรยานยนต์ของชายคนนี้ไว้ แล้วไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สน.ทองหล่อ ว่าได้ยึดรถของกลางมา เนื่องจากชายคนนี้ยังไม่ได้จ่ายเงินเปรียบเทียบค่าปรับ ซึ่งหากชายคนนี้ประสานติดต่อขอรับรถคืน ทางเจ้าหน้าที่เขตวัฒนาก็จะทำการคืนให้ ภายหลังจากเปรียบเทียบค่าปรับตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่มีการนำโซ่มาล็อกล้อรถจักรยานยนต์ของชายคนดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งหากสังเกตคลิปวีดีโอก็จะพบว่า ชายคนนี้ฝ่าฝืนกฎระเบียบแล้วก็ไม่ยอมจ่ายค่าปรับ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็ได้พูดคุยอย่างละมุนละม่อมแล้ว แต่เขาก็ยังอารมณ์เสียใส่ ส่วนที่มีผู้แจ้งว่าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่สุภาพนั้น ก็ขอยืนยันว่าไม่มี เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้พูดอะไร เขาก็ถีบรถจักรยานยนต์ตัวเองเสร็จแล้วก็ทิ้งรถไป

อย่างไรก็ตาม สำนักเขตวัฒนา ยืนยันว่าได้กระทำตามกฎระเบียบของกฎหมาย ซึ่งตั้งแต่มีการตั้งเต็นท์เพื่อเปรียบเทียบค่าปรับ ก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชน เพราะคนที่กระทำผิดย่อมรู้ว่าตัวเองทำผิด จึงยอมเสียเงินค่าปรับ

ปัจจุบันทางเดินเท้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ มักถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ คนเดินต้องคอยหลบรถที่วิ่งไปมา ทั้งที่มีกฎหมายห้ามชัดเจน ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง 2535 มาตรา 17 (2) ห้ามมิให้ผู้ใดจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า เว้นแต่จะเป็นการจอดหรือขับขี่เข้าไปในอาคาร หรือ ประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันให้จอดหรือขับขี่ได้ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนก็จะถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ปรับขั้นต่ำ 500 บาท.

keyboard_arrow_up