หัวอกคนเป็นแม่! ร้องกองปราบ “ลูกชาย 7 ขวบ” ถูกทหารกระทำชำเรา

วันที่ 23 ส.ค. 61 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยแม่ของเด็กชายฝาแฝดวัย 7 ขวบ เดินทางจาก จ.ตรัง ไปที่กองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีที่ลูกชายถูกนายทหารยศจ่าสิบเอก ซึ่งอาศัยอยู่บ้านติดกันกระทำชำเรา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา

นายรณณรงค์พร้อมด้วยแม่เด็ก เดินทางเข้าร้องกองปราบฯ

โดยแม่ของเด็ก เผยว่า ตนเองเปิดร้านซักรีด อยู่ในค่ายทหาร ในจังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของทหารนายนี้ ส่วนลูกชายฝาแฝด คนที่ชื่อ ด.ช.เอ (นามสมมติ) มักจะไปเล่นบ้านของนายทหาร วันเกิดเหตุนายทหารได้ชักชวนลูกชายเดินมาที่บริเวณข้างบ้าน ก่อนจะทำการล่วงละเมิดทางเพศ จากนั้นลูกชายได้เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับมีอาการผิดสังเกต และเข้าห้องน้ำหลายครั้ง เมื่อถามลูกชายบอกว่าท้องเสีย จึงไปถาม ด.ช. บี (นามสมมติ) ลูกฝาแฝดอีกคนว่า ด.ช.เอ ไปไหนมา ซึ่ง ด.ช. บี ตอบว่า ไปเล่นที่บ้านนายทหารคนดังกล่าว ตนจึงคาดคั้น ด.ช.เอ จนกระทั่งยอมรับ

แม่เด็กและทนายให้ข้อมู,กับเจ้าหน้าที่

จากนั้นได้พาไปลูกชายไปตรวจที่โรงพยาบาล และเข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ในข้อหาพรากผู้เยาว์และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งทางตำรวจ บอกว่าได้ส่งสำนวนคดีไปให้กับอัยการทหารแล้ว จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์นายทหารได้รับการประกันตัวออกมา ครอบครัวเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และจะมีการวิ่งเต้นคดี เนื่องจากนายทหารได้เสนอเงินให้ 300,000 บาท แต่ทางครอบครัวไม่รับ เนื่องจากต้องการความถูกต้อง จึงเดินทางมาให้กองปราบปรามช่วยสืบสวนข้อเท็จอีกทางหนึ่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว ลูกชายก็เคยถูกนายทหารกระทำอนาจารโดยใช้ปากกับอวัยวะเพศมาแล้วครั้งหนึ่ง

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

นายรณณรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวได้เห็นใบตรวจจากแพทย์ที่ระบุว่าน้องถูกล่วงละเมิดทางเพศ และพบคราบอสุจิ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของใคร เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน ซึ่งกลัวว่าจะมีการวิ่งเต้น วันนี้จึงมาให้กองปราบปรามช่วยเป็นกำลังเสริมในการสืบสวน และตรวจสอบว่าสำนวนมีความผิดปกติหรือไม่ เพราะไม่อยากให้มีการวิ่งเต้นคดี เป็นคดีเกี่ยวกับทหาร หากเป็นพลเมืองคนธรรมดาก็จะไม่กังวลอะไร

 

keyboard_arrow_up