ผวาหนัก ด.ญ. 8 ขวบ ถูกสาวหัวร้อนจับทุ่ม หนีซุกหลังม่านกลัวคนแปลกหน้า – แม่ลั่นต้องเจอคุก (คลิป)

จากกรณีที่ นางเพ็ญศรี ศรีคง ผู้เป็นยายพาหลานสาวลูกครึ่งอาหรับ อายุ 8 ขวบ เข้าแจ้งความตำรวจภูธรเมืองหนองปรือให้ดำเนินคดีกับสาววัยรุ่นเลือดร้อน ที่วิ่งไล่ตามเข้ามากระชากหัวหลานสาวจนล้มลง และจับหัวฟาดพื้นในร้านสะดวกซื้อหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับต่อว่าด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย
โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค.61 ยายเปิดเผยอาการของเด็กว่าได้รับบาดเจ็บจนมีอาการสมองบวม ด้านคดี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับวงศ์สุวรรณ ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่หากผลตรวจร่างกายของเด็กอย่างละเอียดออกมาแล้ว ก็อาจจะมีการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน : ยาย ด.ญ. 8 ขวบ ช้ำใจ แฉสาวหัวร้อนทุ่มหลานลงพื้น สมองบวม – เผยนาทีโหดทำกับเด็ก)
นางเมธินี ศรีคง แม่ของน้องฟาติมะ

วันที่ 18 ส.ค.61 นางเมธินี ศรีคง อายุ 28 ปี แม่ของน้องฟาติมะที่ถูกทำร้ายร่างกาย ได้เปิดเผยอาการล่าสุดของลูกว่า ขณะนี้อาการด้านสมองว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว และให้กลับไปติดตามอาการที่บ้านต่ออีกระยะหนึ่ง ส่วนด้านสภาพจิตใจก็ได้พบกับจิตแพทย์ โดยแนะนำให้ติดตามอาการภายหลังจากนี้อย่างน้อย 6 เดือน เพราะน้องยังคงมีอาการผวาและกลัวเวลามีคนแปลกหน้ามาเยี่ยม โดยจะวิ่งไปหลบหลังผ้าม่านในห้องทุกครั้ง นอกจากนี้หากในช่วงจังหวะที่น้องนึกถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ น้องก็จะมีน้ำตาไหลออกมาและจะมีสีหน้าแววตาที่เศร้า โดยหัวอกแม่ตอนนี้รู้สึกกังวลและเครียด ไม่สบาย มีความรู้สึกแย่และรู้สึกจะป่วยตามลูกสาวไปด้วย เพราะว่าไม่เคยทำอะไรที่รุนแรงกับลูกสาวมาก่อน

น.ส.พัชรณัฎฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เพื่อนของแม่น้องฟาติมะ

ด้าน น.ส.พัชรณัฎฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เพื่อนของแม่น้องฟาติมะ เปิดเผยว่า ตนเองนั้นได้เข้ามาช่วยดูความคืบหน้าด้านคดี เนื่องจากเพื่อนของตนส่วนใหญ่นั้นจะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ และไม่มีความเข้าใจในการดำเนินคดีในประเทศไทย โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูอาการของน้องฟาติมะให้ดีขึ้นก่อน จึงจะพาแม่ของน้องฟาติมะเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามสิทธิ์ของผู้เสียหาย ว่าในวันเกิดเหตุนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตั้งแต่หน้าถนนจนไปถึงภายในร้านสะดวกซื้อ ว่ามีภาพของผู้ก่อเหตุทำร้ายน้องฟาติมะในลักษณะไหนบ้าง และทราบเบื้องต้นว่ามีการข่มขู่ ซึ่งตนก็ยังไม่แน่ใจว่าในกล้องวงจรปิดจะสามารถบันทึกเสียงได้หรือไม่

น.ส.พรธิดา วงษ์สุวรรณ ผู้ก่อเหตุ

ส่วนคู่กรณีนั้น นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการติดต่อเข้ามาเพื่อขอโทษหรือเข้ามาเยี่ยมอาการน้องฟาติมะแต่อย่างใด ตนเองนั้นจึงอยากฝากไปถึงคู่กรณีว่า อยู่ที่จิตสำนึก การทำร้ายร่างกายน้องฟาติมะ ในส่วนของร่างกายก็สามารถรักษาให้หายได้ในระยะเวลาหนึ่ง แต่ในส่วนของสภาพจิตใจที่จะคงต้องเยียวยารักษาที่ไม่สามารถเห็นผลรักษาได้ทันที เพราะอาจจะมีการฝังใจ ในอนาคตหากน้องโตขึ้นอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า โดยแม่ของน้องเมื่อเห็นอาการของน้องก็รู้สึกเครียดและเศร้าไปด้วย มีความรู้สึกกังวลและรู้สึกเครียดและไม่สบายใจตลอด ที่ลูกมาถูกทำร้ายร่างกายแบบนี้และไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวอมรินทร์ในละแวกร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุ ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากกลัวการถูกฟ้องจากผู้ต้องหา

 

 

keyboard_arrow_up