รวบมืออีโต้ฟันรถตำรวจ รับทำไปเพราะโมโห วอนสังคมเห็นใจขอกลับตัวเป็นคนดี

จากกรณี นายปรัชญา สำอางอินทร์ นำคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถยนต์มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้ข้อมูลว่า ระหว่างขับรถออกจากบ้านมาตามถนน เห็นชายรายหนึ่งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่ายไปมา บริเวณกลางถนน ใกล้ห้างสรรพสินค้า บนถนนชยางกูร ขาเข้าตัวเมือง และจอดรถมีปากเสียงกับผู้ใช้รถใช้ถนน ต่อมาชายคนดังกล่าวขับขี่รถจักรยานยนต์มาเชี่ยวชนรถของตน จนรถของชายดังกล่าวล้มลง จากนั้นเดินมากระชากประตูรถให้ตนเปิด พร้อมโชว์มีดอีโต้ที่พกมาและข่มขู่โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา บริเวณถนนชยางกูร ต.ขามใหญ่ และตำบลในเมืองอุบลราชธานี (อ่าน : เหยื่อหวั่นมือขว้างอีโต้ก่อเหตุซ้ำ จี้เร่งจับกุม – ตร.วอนให้มอบตัวอย่าคิดหนี)

ภาพขณะข่มขู่นายปรัชญา สำอางอินทร์

วันที่ 18 ส.ค. 61 พ.ต.ท.ณัฐกร พลภักดี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี นำกำลังเข้าจับกุม นายพงษ์สิทธิ์ เศษวิวงศ์ชัย อายุ 21 ปี ชาวบ้านขามเหนือ ต.หัวเรือ อ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งก่อเหตุใช้อีโต้สับรถกระบะของ ร.ต.อ.สมพร เหล่าสิงห์ อายุ 59 ปี ตำรวจพลร่มสังกัดกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 อุบลราชธานี และรถเก๋งนายปรัชญา สำอางอินทร์ อายุ 29 ปี ชาวบ้านอำเภอเมืองอุบลราชธานี ได้รับความเสียหายรวม 2 คัน ขณะเดินอยู่ริมถนนด้านหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปทุม ถนนสมเด็จ อำเภอเมืองอุบลราชธานี

ภาพขณะลงมาหน้ารถระบะของ ร.ต.อ.สมพร เหล่าสิงห์

นายพงษ์สิทธิ์ รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าตนขี่รถจักรยานยนต์ไปหาลูกสาวที่บ้านแฟนเก่า ซึ่งเลิกกันไปที่บ้านหัวเรือ ต.หัวเรือ เพื่อเอาเงินค่าเลี้ยงดูไปให้ แต่แฟนเก่ากลับอุ้มลูกสาวเดินหนีออกไปจากบ้าน ไม่ยอมให้ตนได้เจอหน้า ทำให้ตนเองโมโห จึงเดินเข้าไปเอามีดอีโต้จากครัวในบ้านแม่ยาย ขับรถออกมาจากหมู่บ้านแฟนเก่า มาตามถนนชยางกูร มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง และได้ขับรถปาดหน้ารถของประชาชนที่แล่นผ่านไปมาในบริเวณนั้น เพื่อเป็นการระบายอารมณ์ตามที่เห็นในคลิป แต่ปฏิเสธว่าขณะเกิดเหตุไม่ได้เสพยาเสพติด หรือดื่มเหล้าเมาแต่อย่างใด

นายพงษ์สิทธิ์ เศษวิวงศ์ชัย ผู้ก่อเหตุ

กระทั่งมาปาดหน้ารถระบะของ ร.ต.อ.สมพร เหล่าสิงห์ ตำรวจพลร่ม ตชด.ก็ถูกบีบแตรใส่ จึงได้จอดรถแล้วลงต่อว่า พอตนกลับขึ้นรถ ก็โดนบีบแตรใส่อีกรอบ โดยไม่รู้ว่าเจ้าของรถเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีปืนด้วย จึงได้ดึงอีโต้ที่เอามาจากบ้านอดีตแม่ยายขึ้นมาขู่ แต่รถยนต์กระบะได้พยายามขับเบียดใส่ตน จึงใช้มีดอีโต้ฟันไปที่กระจกรถและตัวถังรถ ก่อนที่รถคันดังกล่าวได้ขับหนีไป

ต่อมาก็มาก่อเหตุกับรถเก๋งอีกคันที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนชยางกูร แต่ไม่ได้ใช้มีดฟันทำความเสียหายให้กับตัวรถ กระทั่งขับมาชนด้านข้างรถเก๋งนายปรัชญา สำอางอินทร์ จึงเกิดความไม่พอใจเข้าไปต่อว่า และชักมีดขึ้นมาขู่ เมื่อได้ยินเสียงไซเรนของหน่วยกู้ภัยคิดว่าเป็นตำรวจจึงขว้างมีดใส่รถ ก่อนขับหลบหนีไป ซึ่งหลังจากเป็นข่าว ได้หนีไปพักตามที่ต่างๆจนถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชกระทั่งเรื่องเริ่มเงียบ จึงหวนกลับมาที่ จ.อุบลราชธานี และถูกตามมาจับได้ พร้อมอยากขอโอกาสกับสังคมจะกลับตัวเป็นคนดีและขอโทษผู้เสียหายที่ตนไปก่อเหตุขึ้นด้วย

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำให้เสียทรัพย์ พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้ผู้อื่ตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ  ขับรถประมาทหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปรอการดำเนินคดีต่อไป

 

keyboard_arrow_up