‘พี่หนูเป็นผู้หญิงนะ หนูขอโทษ…’ สาวหล่อแจ้งจับชายขับกระบะตบหน้า-กกหู เหตุขับปาดหน้ากัน

นางสาววลัยพร พิณลำยอง อายุ 29 ปี พนักงานส่งสินค้า เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังถูกชายขับรถกะบะไล่ตาม และลงมาตบที่ใบหน้า และกกหู จำนวน 3 ครั้ง โดยผู้เสียหายได้นำคลิปภาพกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งให้ข้อมูลรถยนต์คันที่ก่อเหตุ เป็นรถยนต์กะบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทตัน สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ฒญ 9314 กทม ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชาย สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีน้ำเงิน อายุประมาณ 30-40 ปี รูปร่างสูง ท้วม ใช้มือตบเข้าที่ใบหน้า และกกหูของผู้เสียหาย ได้รับบาดเจ็บ อาการขณะนี้ ปวดกรามขวา และหูมีอาการอื้อ

นางสาววลัยพร ผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ตนเองได้ขับรถมาส่งยาตามร้านขายยาต่างๆ ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ขณะที่กำลังจะขับรถกะบะส่งของออกจากนิคมฯ เนื่องจากได้ส่งยาครบทุกร้านแล้ว จึงจะเดินทางไป จ.สระบุรีต่อ ขณะนั้นได้ขับรถมากระทั่งถึงแยกไฟแดง โดยตนเองอยู่เลนขวา ส่วนกระบะอีกคันอยู่เลนซ้าย แต่ช่วงเลนตนเอง เมื่อขับตรงไปซึ่งเป็นแยก แต่เลนของตนเองข้างหน้าเป็นเกาะกลาง ซึ่งตนเองก็พยายามขับเบี่ยงไปทางขวา คาดว่าคงไปตัดหน้ารถคู่กรณี

จากนั้นตนเองจึงได้ขับรถไป และรถกะบะคู่กรณีก็ได้ขับมาประกบ ซึ่งจังหวะนั้นตนเองพยายามยกมือเพื่อขอโทษ และขับต่อไป แต่เห็นว่ารถกะบะยังคงขับรถตามมาอีก คล้ายจะตามมาหาเรื่อง ตนเองจึงพยายามขับหนี แล้วเลี้ยวมาทางนวนคร 5 เมื่อมาถึงหน้าบริษัท เอ็นอีซีฯ ตนเองพยายามหาป้อมยาม เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อตนเองจอดรถ และกำลังจะเดินไปที่ป้อมยาม จังหวะนั้นชายคนที่ก่อเหตุก็ได้ลงมาจากรถ แล้วปรี่เข้ามาตบที่ใบหน้าตนเอง 1 ครั้ง ซึ่งตนเองก็พยายามขอโทษแล้ว และพยายามบอกว่าตนเองเป็นผู้หญิง ยังไม่สิ้นคำ ชายคนดังกล่าวก็ตบซ้ำที่กกหูอีก 2 ครั้ง

จากนั้นตนเองก็บอกอีกครั้งว่า พี่หนูเป็นผู้หญิงน่ะ หนูขอโทษ แล้วชายคนดังกล่าว ก็หยุด และตบที่ไหล่ตนเอง แล้วพูดว่า ขอโทษ 1 ครั้ง จากนั้นก็เดินไปที่รถแล้วขับรถหนีไปอย่างหน้าตาเฉย จังหวะนั้นตนเองตั้งสติได้จึงพยายามรีบขับตามไปอีกเพื่อจะไปจดหมายเลขทะเบียนรถ แล้วนำเรื่องไปบอกกับพ่อ ซึ่งพ่อได้แนะนำให้ตนเองมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหารถยนต์คันดังกล่าวและผู้ที่ก่อเหตุ
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนผู้เสียหาย และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ผู้เสียหายนำมาเป็นหลักฐาน

เบื้องต้นผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดในข้อหาทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตาม จะได้ตรวจสอบประวัติรถจากทะเบียนรถที่ผู้เสียหายแจ้ง และจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่ผู้เสียหายและคู่กรณีเกิดการทะเลาะกันเรื่องการปาดหน้ารถกัน เพื่อจะได้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่แท้จริงอย่างละเอียด เพื่อจะได้ติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุมาให้ข้อมูล ส่วนผู้เสียหายให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอย่างละเอียดต่อไป.

keyboard_arrow_up