ป้าร้อง หลานปวช.1 ถูกเพื่อนร่วมห้องลวงรุมทำร้าย แจ้งวิทยาลัย กลับถูกตีประจานหน้าเสาธง (คลิป)

วันที่ 17 ส.ค. 61 นายชัยชุมพล ฉิมแสง อายุ 51 ปี พร้อมด้วยนางสาวสุกัญญา แผ่วัฒนาโรจน์ อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นลุงและป้าของน้องนนท์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักศึกษาชั้น ปวช. 1 ซึ่งมีปัญหาสุขภาพส่วนตัว คือปฏิกิริยาตอบสนองจะช้ากว่าเด็กทั่วไป โดยได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน เนื่องจากหลานถูกเพื่อนร่วมชั้น จำนวน 3 คน ล่อลวงไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยกล่าวหาว่าหลานตนไปหยอกล้อด้วยการตบหัว หรือ จีบแฟนสาวของเพื่อนในกลุ่ม ทำให้เพื่อนในกลุ่ม 2 คน ไม่พอใจ จึงมีการข่มขู่ทางไลน์ และมีการนัดแนะมารับตัวออกไปจากบ้าน จากนั้นพาไปรุมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ

นางสาวสุกัญญา แผ่วัฒนาโรจน์ ป้าน้องนนท์

โดยนางสาวสุกัญญา กล่าวว่า ตนเองมาทราบเรื่องเมื่อวันที่ 25 ก.ค. เมื่อดูย้อนหลังการคุยไลน์ส่วนตัวกันของเด็กทั้ง 3 คน คือ น้องนนท์ นายปอ และนายเคน พบว่านายเคนมีการพูดจาข่มขู่จะทำร้ายน้องนนท์มาตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม โดยบอกว่าให้ระวังตัวไว้ ขณะที่น้องนนท์ก็บอกว่า ขอโทษๆจะไม่ไปยุ่งแล้ว จึงสั่งน้องนนท์ว่า วันรุ่งขึ้นคือ วันที่ 26 กรกฎาคม ให้หยุดเรียนไว้ก่อน เพื่อทางผู้ปกครองจะไปพบปรึกษากับทางวิทยาลัยฯว่าเด็กมีปัญหากัน เพื่อจะได้ร่วมกันหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เด็กๆจะได้อยู่ร่วมชั้นเรียนกันได้ โดยไม่มีเหตุกระทบกระทั่งกัน

แต่ปรกฎว่า จากการดูข้อมูลการพูดคุยผ่านไลน์มือถือของน้องนนท์พบว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ได้มีนายอั้ม (นามสมมติ) เพื่อนร่วมห้องเรียนเช่นกัน เป็นฝ่ายไลน์มาน้องนนท์ โดยบอกว่านนท์ไม่มาโรงเรียน ครูบอกให้มาโรงเรียนเพราะมีกิจกรรมด่วน เดี๋ยวจะไปรับ แต่น้องนนท์ปฏิเสธว่าไม่ไป จากนั้นนายอั้มจึงอ้างเหตุอื่นว่า จะชวนไปดูน้องสาวของนนท์แข่งกีฬาสี พราะนนท์มีน้องสาวอีก 1 คน เรียนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองตรัง นนท์จึงตอบตกลงและให้นายอั้มมารับพาซ้อนจักรยานยนต์ไป ที่ตลาดใกล้โรงเรียนของน้องสาวของน้องนนท์

น้องนนท์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักศึกษาชั้น ปวช. 1

จากนั้นได้เจอกับนายปอและนายเคน ทั้ง 3 คนก็ชักชวนนนท์ออกไปหาข้าวกินและไปนั่งรถเล่น โดยนนท์ก็นั่งซ้อนท้ายอั้มเหมือนเดิม จากนั้นทั้งหมดพากันไปที่ถ้ำเขาช้างหาย ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว เมื่อไปถึงนายปอกับนายเคนก็เข้ามารับรุมทำร้ายนนท์ในทันที โดยนายปอได้กระโดดถีบน้องนนท์ จากนั้นน้องนนท์ล้มนั่งลง ก็ถูกนายเคนเตะที่ต้นคอ แล้วทั้งสองก็รุมแตะน้องนนท์ โดยที่น้องนนท์ก็ได้แต่กล่าวคำว่าขอโทษซ้ำ ๆ โดยไม่กล้าต่อสู้กลับ ซึ่งน้องนนท์ให้เหตุผลว่า กลัวจะถูกแทง เพราะตอนนั้นรู้สึกกลัวมากจึงไม่กล้าต่อสู้หรือขัดขืน ขณะที่นายอั้มก็พยายามห้ามปราม สุดท้ายนายเคนได้กระโดดถีบน้องนนท์ตกลงไปในน้ำ แต่น้ำไม่ลึกสามารถยืนได้

จากนั้นนายอั้มก็พาน้องนนท์ขึ้นรถจักรยานยต์ไปขอโทษแฟนสาวของนายปอที่น้องนนท์รู้จักกันได้ตบศีรษะ โดยน้องนนท์บอกว่าตบเบาๆ หยอกเล่น แต่แฟนนายปอไม่พอใจ จึงไปฟ้องนายปอ ซึ่งหลังจากขอโทษกันแล้ว แต่ยังถูกนายเคนข่มขู่ต่อว่าและทิ้งน้องนนท์ไว้ลำพัง น้องนนท์จึงโทรศัพท์เรียกให้ลุงไปรับกลับบ้าน จึงได้ทราบความจริง

ลุงและป้าของนนท์ ตัดสินใจพาหลานชายไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน ว่าหลานชายถูกทำร้าย และเกรงจะมีการทำร้ายกันอีก ทั้งนี้ หลานชายมีอาการเจ็บหน้าอก ปวดต้นคอ หลัง และรอยฟกช้ำดำเขียว จึงให้ยามารับประทาน และแพทย์ออกใบรับรองแพทย์ให้ โดยให้หยุดเรียน 2 วัน เพื่อรอดูอาการ จากนั้นจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สภ.นาโยง ท้องที่เกิดเหตุ

ป้าของนนท์กล่าวอีกว่า ตนได้เดินทางไปยังวิทยาลัยเพื่อไปพบกับรองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจกรรมนักเรียนนักศึกษา พร้อมนำหลักฐานการแจ้งความ ใบรับรองแพทย์ และข้อความคุยกันทางไลน์ของเด็กทั้ง 3 คน ไปให้พิจารณา และจะบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น โดยตนเชื่อว่า นายอั้มน่าจะเป็นนกต่อ โทรมาชักชวนและรับน้องนนท์ออกไปพบกับนายปอและนายเคน ตามที่ได้มีการข่มขู่ไว้ก่อนหน้านี้ และล่อลวงน้องนนท์ไปทำร้ายในสถานที่เปลี่ยว แต่กลับได้รับคำตอบจาก รองผอ. ว่าเป็นเรื่องของเขากับลูกศิษย์ ผู้ปกครองไม่ต้องพูด

ภาพจากคลิปขณะรองผอ.ใช้ไม้เรียวตีน้องนนท์

ต่อมาในวันที่ 15 ส.ค.ผ่านมา น้องนนท์กลับถูกตีประจานหน้าเสาธงจำนวน 3 ที โดยเพื่อน ๆ ในวิทยาลัยถ่ายคลิปไว้ได้ โดยจากคลิปมีเสียงถามน้องนนท์ว่า ยอมรับผิดไหม ซึ่งน้องนนท์ก็กล่าวว่ายอมรับ เพราะกลัวครู โดยรอง ผอ.ตีประจานหน้าเสาธง เพราะกล่าวหาว่าน้องนนท์เป็นฝ่ายกุเรื่อง หลอกลวงว่าถูกเพื่อนล่อลวงออกไป โดยกล่าวหาว่า หลานชายของตนเป็นฝ่ายนัดให้นายอั้มเป็นคนไปรับเองถึงบ้าน ทั้งนี้ รอง ผอ.คนดังกล่าว ไม่ได้พิจารณาข้อความที่เด็กพูดคุยผ่านไลน์เลย ตนจึงร้องเรียนผ่านสื่อ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมไปยังสังคมว่าช่วยพิจารณาหลักฐานทั้งหมด ทั้งข้อความผ่านไลน์ต่างๆ ว่า รอง ผอ.คนดังกล่าว กระทำการถูกต้องหรือใช้วิจารณญาณในเรื่องดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

เบื้องต้นทางครอบครัวไม่ได้ต้องการอะไร ต้องการแค่ให้ได้พูดคุยหาทางออกให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กจะได้ไม่มีปัญหา สามารถอยู่ร่วมกันได้ ทั้งนี้ ถ้าจะต้องดำเนินคดีกัน เด็กทั้ง 3 คน คือ นายอั้ม นายปอ และนายเคน จะต้องถูกดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งตนไม่ต้องการ เพราะเด็กทั้ง 3 คน ก็เป็นเยาวชน ไม่ต้องการกระทำอะไรที่รุนแรง แต่มาถึงเวลานี้ กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมจากวิทยาลัย ก็พร้อมเดินหน้าทวงความเป็นธรรม แต่จะดูว่าเด็กๆทั้ง 3 คน พร้อมจะรับผิด หรือสำนึกในการกระทำหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ไปกระทำรุนแรงกับใครอีก ถ้าสำนึกจริงก็ไม่เอาความ

 

keyboard_arrow_up