เพจดังดึงสติ ชี้ ‘ใบอังกาบหนู’ ไม่มีงานวิจัยรักษามะเร็ง หวั่นซ้ำรอยใบทุเรียนเทศ

ภายหลังมีกระแสข่าว อ้างถึงสรรพคุณของ ใบอังกาบหนู ว่า สามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น ความคืบหน้าที่วัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ต้นอังกาบหนูที่เคยขึ้นเป็นพุ่มกว่า 10 ต้น ตอนนี้เหลือแต่ลำต้นและราก เพราะญาติและผู้ป่วยต่างหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ ซึ่งด้านพระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (เมืองโบราณบางขลัง) บอกว่า เคยแจกกิ่งต้นอังกาบหนูให้ชาวบ้านไปปลูกกันตามบ้านเพื่อใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคทั่วไป ชาวบ้านจึงช่วยกันตัดมาถวายเพื่อให้เจ้าอาวาสได้แจกผู้ที่เดินทางมาถึงวัดจะได้ไม่กลับไปมือเปล่า และเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอีกด้วย (อ่านเพิ่มเติม : ผู้ป่วยมะเร็งโผล่คอนเฟิร์ม ‘ใบอังกาบหนู’ รักษาได้-ญาติแห่เก็บแน่นวัด (คลิป))

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเตือนกระแสการใช้ใบอังกาบหนูในการรักษาโรคมะเร็ง โดยเปิดเผยว่าไม่มีเคยมีงานวิจัยการใช้ใบของพืชดังกล่าวในการใช้งานกับสัตว์หรือคนมาก่อน ทั้งยังยกกรณีข่าวลือเรื่องใบทุเรียนเทศ ซึ่งผู้ดื่มไปหลายรายได้รับผลข้างเคียง ทั้งตับพัง ไตพัง หรือเป็นโรคพาร์กินสัน จึงเป็นห่วงกระแสการดื่มน้ำใบอังกาบซึ่งยังไม่มีผลวิจัยรองรับใดๆ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ถ้าจำกันได้สามสี่ปีก่อนหน้านี้ เคยมีสื่อแม่งเอาประเด็นใบทุเรียนเทศไปนำเสนอ บอกว่าใบนี้เจ๋งน้า รักษามะเร็งได้น้า บลาๆ เจ๋งกว่าเคมีบำบัดอีกน้า แต่แม่งไม่บอกคนอ่านว่า

ไม่มีงานวิจัยการรักษามะเร็งในคน ในสัตว์ก็ยังไม่มีเล้ยยยตอนนั้นน่ะ เขาแค่ทดลองกันในระดับหลอดทดลอง ซึ่ง เอาจริงๆในระดับหลอดทดลอง มึงหยอดสารเคมีที่เป็นพิษลงไปเซลล์มะเร็งแม่งก็ตาย แต่ไม่ได้แปลว่าสารพิษตัวที่ว่ามันจะเอามารักษามะเร็งได้นะเว้ย ขั้นตอนงานวิจัยแม่งหลายชั้นมาก กว่าจะรู้ว่ายาตัวๆนึงสามารถรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับคนรึเปล่า

พอแม่งนำเสนอไปแบบนั้น คนก็แห่กันไปซื้อทุเรียนเทศมาต้มแดกกันรัวๆ ผลคือ ตับพัง ไตพัง พาร์กินสันแดกกันถ้วนหน้า

อย่าคิดว่าผักสมุนไพร จะกินได้กินดีไม่มีทางเกิดผลข้างเคียง พวกผักสมุนไพรหลายๆตัว องค์ประกอบข้างในก็คือสารเคมีที่เป็นสารตั้งต้นหรือส่วนประกอบของยาหลายชนิด มันมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ววววววว ดังนั้นการจะใช้สมุนไพรพวกนี้ มันต้องวิจัยอย่างละเอียด หลายๆสถาบันเขาก็วิจัยกันอยู่ อย่างของอภัยภูเบศน์งี้ เด๋วนี้หมอแผนไทยที่วิจัยสมุนไพร เขาวิจัยกันเป็นระบบ มีการทดลอง ค้นคว้า ศึกษาองค์ประกอบในสมุนไพรนะเว้ย ไม่ใช่นั่งอ่านสมุดข่อยที่เขียนกันมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนว่าตัวนั้นตัวนี้มีสรรพคุณยังไง

ส่วนไอ้ตัวล่าสุด ใบอังกาบ ที่สื่อประโคมกันเหลือเกิน อันนี้ยิ่งกว่าทุเรียนเทศอีก อันนั้นมีงานวิจัยในหลอดทดลอง อันนี้ไม่มีงานวิจัยเลย แค่มีคนที่รักษามะเร็งกับหมอให้เคมีบำบัดมา แล้วไปกินไอ้นี่ พออาการดีขึ้นก็คิดว่าเป็นเพราะสมุนไพรตัวนี้ (ไม่คิดว่าเป็นเพราะเคมีบำบัดมั่งเลยเรอะ) แล้วก็พูดกันปากต่อปากแค่นั้น ถ้าใครจะไปหามาต้มกิน ก็เตือนไว้ว่า เสี่ยงดวงกันเอาเองนะ เพราะคุณกำลังไปในเส้นทางที่ยังไม่มีใครมีข้อมูลด้านนั้นมาก่อน

Drama-addict
ใบอังกาบหนู

keyboard_arrow_up