เปิดใจเจ้าของกางเกงใน เดือดแม่บ้านกัมพูชาขี้ขโมย ตบไม่ยั้ง – ทนายชี้ ถ้าอยู่ไทยเจอโจรฟ้องกลับ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mantana sri โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความอธิบายใจความว่า มีโจรบุกเข้ามาขโมยของใช้เป็นเครื่องสำอางและชุดชั้นในหลายรายการ ซึ่งในคลิปมีการพูดลักษณะว่าได้ตบทำร้ายโจรที่ขโมยของด้วย

โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอในวันที่เกิดเรื่อง

วันที่ 15 ส.ค. 61 น.ส.อิง ผู้โพสต์คลิป เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นพีอาร์ นั่งดริงค์ ดื่มเหล้า เอ็นเตอร์เทนลูกค้า ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดพระสีหนุ ประเทศกัมพูชา โดยพักอยู่ที่บ้านพักกับสาวไทยอีก 2 คน ซึ่งเหตุในคลิปวิดีโอเกิดขึ้นเมื่อ 3-4 วันที่แล้ว แต่ข้าวของเครื่องใช้ตนเคยหายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่จับคนขโมยไม่ได้ ตนเองกลับจากทำงาน มาที่บ้านพักประมาณ ตี 3 พบว่ากระเป๋าถูกรื้อค้นออกมา มีเสื้อผ้า กางเกงใน เครื่องสำอางและนาฬิกาหายไป รวมแล้วเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นบาท

น.ส.อิง ผู้โพสต์คลิป

น.ส.อิง เปิดเผยอีกว่า ได้เดินไปถามแม่บ้าสาวชาวกัมพูชา แต่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมยของไป จึงขอค้นกระเป๋าแต่ไม่เจออะไร ขณะนั้นสังเกตว่าแม่บ้านนั่งพิงกำแพง และนั่งทับผ้าห่มอยู่ จึงบอกให้ลุกยืนขึ้น แล้วพบว่าแม่บ้านซ่อนถุงดำเอาไว้ เมื่อเทออกจึงพบของทั้งหมด ตอนนั้นยอมรับว่ารู้สึกโมโห ขนาดกางเกงในยังถูกขโมย แม้กางเกงในจะไม่ใช่ยี่ห้อดังและมีราคาแพงมากมาย แต่เจ็บใจ เนื่องจากตนเองต้องเดินทางมาไกลข้ามประเทศ เหนื่อยกายเพื่อทำงานหาเงิน ต้องดื่มเหล้านั่งคุยกับลูกค้า กว่าจะได้เงินใช้แล้วถูกแม่บ้านมาขโมยของ จึงโมโห และให้เพื่อนถ่ายคลิปเอาไว้ จากนั้นจะแจ้งตำรวจกัมพูชา แต่หัวหน้างานและลุงของแม่บ้านขอเอาไว้ว่าไม่ให้เอาเรื่อง

อย่างไรก็จตาม น.ส.อิง เปิดใจอีกว่า ที่โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กไม่ได้ตั้งใจประจาน แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศอย่าชะล่าใจ เนื่องจากตนไม่ได้ล็อกห้องตอนออกไปทำงาน เพราะคิดว่าเป็นบ้านพักส่วนตัวจะปลอดภัย ทั้งนี้ ตนไม่ได้กังวลว่าจะผิดกฎหมายกัมพูชา พร้อมยอมรับผิดที่ไปทำร้ายร่างกายแม่บ้าน แต่ตนเองก็โดนทำร้ายจนแขนถลอกเช่นกัน

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

ด้านนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า ผู้โพสต์มีสิทธิ์ที่จะเข้าจับกุมคนร้ายที่เข้ามาขโมยสิ่งของในบ้านตัวเองได้ แต่ไม่สิทธิ์ทำร้ายร่างกายคนร้าย เนื่องจากตามหลักแล้ว เมื่อจับกุมได้ โดยคนร้ายไม่ได้ขัดขืนต้องนำตัวคนร้ายส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งลักษณะนี้ ผู้โพสต์อาจมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น หากคนร้ายบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ผู้ทำร้ายก็อาจระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท แต่หากคนร้ายบาดเจ็บแต่ไม่สาหัส ผู้ก่อเหตุอาจระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ทั้งนี้ หากผู้โพสต์จะอ้างว่าตัวเองโมโหจึงลงมือกระทำเช่นนั้น ก็ต้องไปแก้ตัวในชั้นศาล หากพิสูจน์ได้ และศาลเชื่อว่าโมโหจริง ก็อาจได้รับการลดโทษ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

อีกทั้ง พฤติกรรมของผู้โพสต์ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ก มีการโพสต์และพูดกล่าวหาว่าบุคคลในคลิปเป็นโจร เป็นขโมย ถึงแม้เรื่องที่พูดจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม แต่ผู้เสียหายไม่มีสิทธิ์ประจานได้ ผู้ประจานอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

อย่างไรก็ตาม คนที่ถูกระบุว่าเป็นโจรมีสิทธิ์แจ้งความกลับกับผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย แต่โจรเองก็มีความผิดฐานบุกรุกเพื่อลักทรัพย์อยู่แล้ว ทั้งนี้ แนะนำว่าหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ควรถ่ายคลิปประจาน เนื่องจากผู้เสียหายจะตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง

keyboard_arrow_up