“ศรีวราห์” ชี้ มีหลักฐานเอาผิด “อ๊อฟ” – “อัจฉริยะ” คาด “น้องหญิง” ถูกจับฟาดคันเกียร์

วันที่ 14 ส.ค. 61 นายสุบิน ยาวิราช พ่อของ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ น้องหญิง และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอบคุณที่ช่วยคลี่คลายคดีจนสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง และนำไปสู่การจับกุมคนร้ายในคดีนี้ได้ในที่สุด

นายสุบิน ได้มอบดอกไม้ขอบคุณ พล.ต.อ.ศรีวราห์

โดยนายสุบิน ได้กล่าวขอบคุณที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ช่วยติดตามคดีนี้จนมีความชัดเจน จากคดีอุบัติหตุธรรมดาจนกลายเป็นคดีฆาตกรรม พร้อมเชื่อว่าน้องหญิง ตายตาหลับแล้ว หลังจากได้รับความเป็นธรรม โดยได้กำหนดพิธีฌาปนกิจศพน้องหญิงในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ที่วัดเกิดกาญจน์อุดม จ.ปทุมธานี

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ด้านนายอัจฉริยะ ได้ระบุถึงหลักฐานใหม่ที่สงสัยว่าผู้ต้องหาอาจจะมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะจับหัวของน้องหญิง ฟาดกับคันเกียร์จนได้รับบาดเจ็บ ทางตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้นำข้อสงสัยดังกล่าวไปตรวจสอบ เพิ่มเติมแล้วในการตรวจรอบบาดแผลและ DNA ส่วนกรณีเงิน 3 แสนที่พ่อของผู้ต้องหาพูดว่าจะให้ตำรวจเพื่อให้จบคดีเป็นแค่อุบัติเหตุนั้น ทางตำรวจสอบสวนกลางได้เรียกพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว 3 ปาก โดย 2 ใน 3 ระบุว่าได้ยินพ่อของผู้ต้องหาพูด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ขณะที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วที่จะต้องพิสูจน์ทราบคดีต่างๆ ให้ความจริงปรากฎ และขอบคุณญาติของน้องหญิงที่มาร้องเรียนเป็นคดีตัวอย่าง เพื่อให้ตำรวจติดตามหาความจริงนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และยืนยันว่าคดีนึ้มีหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหา ซึ่งตอนนี้ความคืบหน้าทางคดีในการสอบสวนคืบไปแล้ว 90% แต่ยังต้องเร่งทำสำนวนและการรวบรวมหลักฐานต่างๆ โดยจะมีการประชุมคดีในวันที่ 20 ส.ค. 61 ก่อนที่จะส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องในวันที่ 21 ส.ค. นี้

สำหรับคดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา น้องหญิงผู้ตายได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เนื่องจากกะโหลกศีรษะแตกและสมองบวม โดย นายสุรพล ดาราคำ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นคนขับรถเทรลเลอร์ที่ขับรถไปส่งน้องหญิง อ้างว่าน้องหญิงได้กระโดดลงจากรถเทรลเลอร์ไปเอง แต่ผลชันสูตรเบื้องต้นจากแพทย์ระบุว่า ถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ท้ายทอย ก่อนตำรวจจะออกหมายจับนายสุรพล ในข้อหา หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่น และผู้ต้องหาอีกคน น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือเป็ดเพื่อนของผู้ตาย ในข้อหา สนับสนุนให้มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวและเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยทั้ง 2 ได้ถูกคุมขังอยู้ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

keyboard_arrow_up