ไม่มีศัตรู! ผู้พิพากษาสมทบ ผวาถูกยิงถล่มบ้าน – พยานเผยนาทีกระสุนสาดระห่ำ เชื่อฝีมืออริลูก (คลิป)

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในบ้านของนายบรรพจน์ ยังเจริญ อายุ 46 ปี มีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง หรือ ศาลแขวงปทุมวัน และตำรวจได้เข้าตรวจสอบบริเวณบานประตูสังกะสีและรั้วเหล็กบ้าน พบรอยกระสุนปืนจำนวน 8 รู หัวกระสุนทะลุไปถึงเสาปูนด้านในบ้านได้รับความเสียหาย จนปูนแตก นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 8 ปลอก และพบว่าแนวกระสุนลงต่ำ คาดมือปืนหวังเอาชีวิตคนในบ้าน

รอยกระสุนบนประตูบานเลื่อนของบ้านนายบรรพจน์

วันที่ 13 ส.ค. 61 นายบรรพจน์ ยังเจริญ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า บ้านหลังที่โดนยิงเป็นบ้านของน้องสาวซึ่งอาศัยอยู่กับสามี ส่วนบ้านของตนนั้นอยู่ด้านใน แต่อยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกัน โดยเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.10 น. ที่ผ่านมา ตนและภรรยากำลังนอนหลับอยู่ แต่ต้องสะดุ้งตื่นมากลางดึก เนื่องจากได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ตอนแรกไม่ได้สนใจ เนื่องจากคิดว่าเป็นเสียงปืนจากคนในซอยระแวกนั้น ที่มักจะทดสอบปืนเป็นประจำ

จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ตนตื่นขึ้นมารอใส่บาตรที่หน้าบ้าน พบเห็นปลอกกระสุนปืนตกอยู่บริเวณหน้าบ้านของตน จึงเก็บปลอกกระสุนปืนไว้ จากนั้นเวลา 09.00 น. ตนได้สังเกตว่าประตูบานเลื่อนของร้านค้าเก่าหน้าบ้านตนถูกยิงเป็นรูพรุน 5 นัด ส่วนประตูเหล็กหน้าบ้านของตนมีร่องรอยถูกยิง 3 นัด และยังพบร่องรอยหัวกระสุนปืนผ่านต้นกล้วยและสังกะสีข้างบ้าน ตลอดจนกระทบกับลูกกรงระเบียงหน้าบ้านน้องสาวเสียหาย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบพื้นที่

นายบรรพจน์ ยังเจริญ ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง ผู้เสียหาย

โดยส่วนตัวตอนนี้ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะมีใครประสงค์ทำร้ายกับตนหรือคนในครอบครัว อีกทั้งมั่นใจว่า ไม่เคยไปมีปัญหากับใคร หรือมีเรื่องผิดใจโกรธเคืองกับใคร ส่วนการตั้งประเด็นที่มองว่า ตนเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง หรือ ศาลแขวงปทุมวัน แล้วมีปัญหามีจากการตัดสินคดีหรือไม่ ขอยืนยันว่า ไม่มี เนื่องจากว่าคดีส่วนใหญ่ที่ตนได้ดำเนินการนั้นเป็นคดีแรงงาน เป็นคดีการช่วยเหลือคนทั้งสิ้น ไม่มีการขัดผลประโยนช์ของใครอย่างแน่นอน

ส่วนการตั้งประเด็นว่า มูลเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวของลูกชายหรือไม่นั้น ตนขอยืนยันเช่นเดียวกันว่าว่า ไม่มี เพราะหลังเกิดเรื่องได้พูดคุยสอบถามลูกชายแล้ว ไม่พบว่ามีปัญหากับเพื่อนกลุ่มไหน หรือไม่มีคู่อริใด ๆ พร้อมทั้งยังพาลูกชายไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลอง 5 เพื่อนำข้อมูลไปขยายผลต่อไป

นายบรรพจน์ ยอมรับว่า ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ตนก็อยู่อย่างหวาดระแวง ออกไปทำงานก็เป็นห่วงบ้าน เพราะช่วงกลางวันลูกชายไปเรียน ภรรยาไปทำงาน ญาติก็แยกย้ายทำงาน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เป็นห่วงคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกชาย แต่ละคืนต้องอยู่กันอย่างไม่สบายใจ เนื่องจากยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ตนหวังอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด

นายเชียร (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์

ด้านนายเชียร (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.10 น. ขณะที่ตนนอนอยู่ภายในมุ้งใต้ถุนบ้าน ขณะนั้นยังนอนไม่หลับ ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด เสียงปืนดังมาก รู้สึกตกใจ แต่ในตอนนั้นคิดว่าเป็นเสียงปืนจากฝั่งตรงข้ามที่มักจะยิ่งทดสอบปืนเป็นประจำ ในขณะที่เสียงปืนสิ้นสุดลง ตนมองทะลุมุ้งออกไปที่บริเวณถนนหน้าบ้าน เห็นรถเก๋งสีขาว แต่ไม่ทราบรุ่น และไม่ทราบป้ายทะเบียน ขับผ่านหน้าบ้านตนพอดี จากนั้นก็ยังไม่มีรถคันใดขับผ่านอีก

นายเชียร บอกอีกว่า ตั้งแต่ตนอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ยอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเชื่อว่า คนที่ก่อเหตุไม่น่าจะมีปัญหากับนายบรรพจน์โดยตรง เพราะนายบรรพจน์เป็นคนที่ไม่เคยมีปากเสียงกับใคร ส่วนใหญ่จะทำงานกลับบ้านมาดูแลครอบครัว ไม่ค่อยออกไปสุงสิงกับใคร เป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือชาวบ้านใกล้เคียงบ่อยครั้ง จึงคาดว่าน่าจะมาจากปัญหาของลูกชายมากกว่า เนื่องจากยังเป็นวัยรุ่น อาจจะมีคู่อริได้

keyboard_arrow_up